โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ไทยยูเนี่ยนผนึกเอดีบี รับสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางทะเล 5 พันล้านบาท มุ่งขับเคลื่อนความยั่งยืนทางทะเล

The Reporters

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 11.23 น.

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ทียู (TU) ได้ประกาศความร่วมมือกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ในการนำโซลูชันการเงินเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล หรือ Blue Finance Solutions มาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทย ความร่วมมือนี้รวมถึงการที่เอดีบีได้อนุมัติเงินกู้เพื่อความยั่งยืนทางทะเล (Blue Loan) วงเงินรวม 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5,000 ล้านบาทให้แก่ไทยยูเนี่ยน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เอดีบีจัดสรรเงินกู้ลักษณะนี้ให้กับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศไทย

ปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลมีสัดส่วนคิดเป็นประมาณร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และเป็นแหล่งทำมาหากินของประชากรเกือบหนึ่งในสี่ของ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเล การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตเศรษฐกิจของประเทศและการบรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2580 เงินกู้ดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การผลิตอาหารทะเลอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการยกระดับการเพาะเลี้ยงกุ้ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของไทยในฐานะผู้นำด้านอาหารทะเลระดับโลก และสอดรับกับทิศทางการมุ่งสู่เศรษฐกิจภาคทะเลที่ยั่งยืน หรือ Blue Economy ของประเทศ

นายลูโดวิค การ์นิเย่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านกระบวนการผลิตอาหารทะเล การจัดหาวัตถุดิบ และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน

ด้าน นายอานุช เมธา ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย กล่าวว่า ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ผลผลิตอาหารทะเลมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก โดยมีแหล่งผลิตหลักอยู่ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นว่าการเงินเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (Blue Finance) สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลสามารถปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้

ภายใต้วงเงินกู้ดังกล่าว ไทยยูเนี่ยนจะยกระดับขีดความสามารถด้านการจัดหาวัตถุดิบกุ้งที่เพาะเลี้ยงอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับระดับโลกจาก Global Sustainable Seafood Initiative (GSSI) เช่น มาตรฐาน Aquaculture Stewardship Council (ASC) และมาตรฐาน Best Aquaculture Practices (BAP) หรือจัดซื้อจากฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีความน่าเชื่อถือ (Aquaculture Improvement Projects หรือ AIPs) แนวทางนี้จะให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม ครอบคลุมการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ การตรวจสอบแหล่งที่มาของอาหารกุ้ง การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานหมุนเวียน การปรับปรุงประสิทธิภาพอัตราแลกเนื้อ (FCR) การป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ตลอดจนส่งเสริมการใช้แรงงานที่เป็นธรรมและการทำงานร่วมกับชุมชน

นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange® 2030 ของไทยยูเนี่ยน และวงเงินสนับสนุนจากเอดีบีจะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้บริษัทก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพจากท้องทะเล ที่ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีนวัตกรรม และให้ความสำคัญต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจภาคทะเลที่ยั่งยืน (Blue Economy) ด้วยโซลูชันทางการเงิน โดยมีผู้แทนจากไทยยูเนี่ยนและธนาคารพาณิชย์พันธมิตร 6 แห่งเข้าร่วม ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศจีน, ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC), ธนาคารเอ็มยูเอฟจี จำกัด (MUFG), ธนาคารโอซีบีซี (OCBC), ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (SMBC) และธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (UOB)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...