MTC-TIDLOR แนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2568
#mtc #ทันหุ้น – บทวิเคราะห์ โดย บล.บัวหลวง
.
การฟื้นตัวที่ไม่เท่ากัน
กำไรสุทธิรวมของกลุ่มการเงินรายย่อยที่บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงให้คำแนะนำในไตรมาส 1/2568 เติบโต 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมี MTC และ TIDLOR เป็นผู้นำการเติบโต ขณะที่ SAWAD และ KTC ยังฟื้นตัวได้ช้ากว่า
ผลประกอบการในไตรมาส 1/2568 สะท้อนว่า MTC และ TIDLOR มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในปีนี้ ส่วน SAWAD และ KTC ยังฟื้นตัวอย่างจำกัด
.
MTC และ TIDLOR เป็นผู้นำการเติบโตในไตรมาส 1/2568
กำไรสุทธิรวมของกลุ่มการเงินรายย่อยที่ บล.บัวหลวงให้คำแนะนำอยู่ที่ 5.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY (จากการเติบโตของสินเชื่อและการตั้งสำรองที่ลดลง) และ 1% QoQ (จากการขยายตัวของสินเชื่อ รวมถึงการลดลงของการตั้งสำรองและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน) กำไรสุทธิรวมเป็นไปตามที่ บล.บัวหลวง และตลาดคาดการณ์ไว้
.
การเติบโตของกำไรสุทธิ YoY นำโดย:
MTC: เพิ่มขึ้น 13% YoY จากการขยายตัวของสินเชื่อ และการตั้งสำรองที่ลดลง
TIDLOR: เพิ่มขึ้น 10% YoY จากการเติบโตของสินเชื่อ รายได้ค่านายหน้าจากการขายประกันที่สูงขึ้น และอัตราการตั้งสำรองที่ลดลง
KTC: เพิ่มขึ้น 3% YoY จากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการตั้งสำรองที่ลดลง
ในทางตรงกันข้าม SAWAD รายงานกำไรสุทธิลดลง 13% YoY เนื่องจากสินเชื่อลดลงและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ลดลง
.
บล.บัวหลวงมองอะไรจากผลประกอบการไตรมาส 1/2568?
ปัจจัยบวก:
การเติบโตของสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 4% YoY นำโดย
MTC: เพิ่มขึ้น 14% YoY
TIDLOR: เพิ่มขึ้น 5% YoY
คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 สำหรับ MTC, TIDLOR และ KTC สะท้อนถึงการฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 4/2567
.
ปัจจัยลบ:
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 13.99% ลดลง 53 bps YoY และ 37bps QoQ เนื่องจากผลตอบแทนจากสินเชื่อลดลง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น SAWAD มีผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลง สินเชื่อลดลง 8% YoY และ 3% QoQ คุณภาพสินทรัพย์แย่ลงในไตรมาสนี้
ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่า:
กลุ่มบริษัทการเงินรายย่อยยังคงเน้นปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ SAWAD ยังคงคัดกรองสินเชื่อใหม่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อจักรยานยนต์ใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากหนี้เสีย
.
แนวโน้มปี 2568
บล.บัวหลวงคาดว่า กลุ่มการเงินรายย่อยที่อยู่ในคำแนะนำจะยังคงคัดกรองสินเชื่อใหม่อย่างเข้มงวด ซึ่งจะส่งผลให้:
สินเชื่อรวมของกลุ่มมีแนวโน้มเติบโต 7%YoY
คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับควบคุมได้
NIM มีแนวโน้มลดลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนทางการเงินคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
บล.บัวหลวงคาดการณ์ว่า กำไรสุทธิรวมของกลุ่มในไตรมาส 2/2568 จะอยู่ที่ 5.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5%YoY และ 3% QoQ จากการเติบโตของสินเชื่อ 3%YoY และ 1% QoQ และการตั้งสำรองที่ลดลง YoY