โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่งออกไทยดีเวอร์ โดนสวมสิทธิ จับผิดสินค้าจีน

INN News

อัพเดต 03 มิ.ย. 2568 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น. • INN News

การส่งออกไทยในปี 2568 มีความท้าทายเป็นอย่างมากจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ครึ่งปีหลังเสี่ยงสูงหากถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง

การส่งออกไทยในปี 2568 มีความท้าทายเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ แถมในช่วงครึ่งปีหลังก็มีความเสี่ยงที่จะหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ หากถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง โดย ณ ขณะนี้ ไทยยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาภาษีกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ส่วนหลายประเทศในภูมิภาคเริ่มการเจรจาแล้ว อาทิ เวียดนาม มาเลซีย และอินโดนีเซีย ส่งผลให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยในปี 2568 อยู่ที่ ลบ 0.5%

ขณะที่ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่า เริ่มเห็นสัญญาณความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น สะท้อนจากไทยเกินดุลการค้ากับ สหรัฐฯ ลดลง และขาดดุลการค้ากับจีนสูงขึ้น โดยไทยนำเข้าสินค้าเดือน เม.ย. 68 จากจีนโต 39%YOY ส่วนสหรัฐฯ โต 25%YOY ไทยส่งออกสินค้าเดือน เม.ย. 68 จากจีนโตแค่ 3%YOY ส่วนสหรัฐฯ โต 24%YOY

ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตุที่น่าสนใจสำหรับตัวเลขการส่งออกไทยไตรมาส 1 ปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 81,532 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 15.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปีที่แล้วสวนทางกับตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมที่ยังคงชะลอตัวลง นำมาสู่ข้อสังเกตุที่ว่าตัวเลขการส่งออกที่ดีนั้น แท้จริงแล้วเป็นการสวมสิทธิการส่งออกหรือไม่

ข้อสังเกตุดังกล่าวมาจาก "รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ" คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ระบุว่า แม้การส่งออกไทยในไตรมาสแรกจะขยายตัว 15.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปีที่แล้ว แต่น่าสังเกตว่า จีดีพีการผลิตอุตสาหกรรมไตรมาสแรกขยายตัวเพียง 0.6% ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงชะลอตัวลง อัตราการใช้กำลังการผลิตของบางอุตสาหกรรมส่งออกยังคงต่ำว่า 60% จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ตัวเลขส่งออกนั้น ดีกว่าความเป็นจริง อันเป็นผลจากการสวมสิทธิการส่งออก สินค้าจากต่างประเทศเข้ามาสวมสิทธิไทย ในการส่งออกสะท้อนการบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ ต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง

ขณะเดียวกัน กลุ่มอุตสาหกรรมของไทยยังเผชิญกับปัญหาสินค้าทุ่มตลาด (Dumping)และการตีตลาดจากสินค้าจีนอย่างต่อเนื่อง สินค้าที่ทะลักเข้ามาได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาคการผลิตกว่า 23 อุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ เหล็ก อลูมิเนียม เครื่องจักรกลการเกษตรเยื่อกระดาษ เซรามิก ปูนซีเมนต์ หนังและผลิตภัณฑ์หนัง เป็นต้น

ส่วนปัญหาจีนเทานั้น รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวว่า ต้องเร่งแก้ไขก่อนที่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมมากขึ้น เรื่อย ๆ ปัญหาจีนเทานั้นเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย การเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย จึงเป็นทางแก้ที่สำคัญที่สุด ทั้ง กฎหมายฟอกเงิน กฎหมายประกอบธุรกิจคนต่างด้าว นอกจากนี้ต้องจัดการกับปัญหานอมินีและบัญชีม้านิติบุคคล กลั่นกรองการขอรับสิทธิประโยชน์การลงทุน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คุมเข้มสินค้านำเข้าคุณภาพต่ำและผิดกฎหมาย พร้อมกับ บูรณาการระบบข้อมูล เพื่อใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาให้ดีขึ้น เราสามารถเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ด้วยการยกเลิกกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นและการจัดการแก้ปัญหาจีนเทาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...