โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ซีอีโอ JPMorgan เตือนตลาดประเมินความเสี่ยง “หนี้สหรัฐ-เงินเฟ้อ” ต่ำเกินจริง stagflation อาจสูงกว่าที่รับรู้ 2 เท่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 01.47 น.

ซีอีโอ JPMorgan เตือนตลาดประเมินความเสี่ยง “หนี้สหรัฐ-เงินเฟ้อ” ต่ำเกินจริง stagflation อาจสูงกว่าที่รับรู้ 2 เท่า พร้อมคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนร่วงเหลือศูนย์กลางปีนี้ ฉุดหุ้นสหรัฐ

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจมี่ ไดมอน ประธานและซีอีโอของ JPMorgan Chase กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ตลาดการเงินและธนาคารกลางทั่วโลกประเมินความเสี่ยงจากการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงภาษีการค้ากับความตึงเครียดระหว่างประเทศ ต่ำกว่าความเป็นจริง

ในการประชุมนักลงทุนประจำปีของธนาคาร ณ นครนิวยอร์ก ไดมอนกล่าวว่า มองว่าเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และแม้กระทั่งภาวะ “stagflation” หรือภาวะเศรษฐกิจซบเซาพร้อมกับเงินเฟ้อ ยังไม่ได้สะท้อนในมูลค่าตลาดหุ้นอย่างเหมาะสม แม้ตลาดจะฟื้นตัวขึ้นมาหลังจากร่วงลงในเดือนเมษายน

“มีหนี้ขาดดุลจำนวนมหาศาล และมีธนาคารกลางที่ผมคิดว่าชะล่าใจเกินไป …พวกคุณคิดว่าธนาคารกลางจะจัดการทุกอย่างได้ ผมไม่คิดอย่างนั้น” ไดมอนกล่าว พร้อมเสริมว่า คนในตลาดรู้สึกสบายใจเกินไป เพราะยังไม่เห็นผลกระทบที่แท้จริงของภาษีการค้า

“ตลาดเคยร่วงลง 10% แล้วก็กลับขึ้นมา 10% นั่นแสดงถึงความชะล่าใจอย่างมาก”

คำกล่าวของไดมอนเกิดขึ้นหลังจาก Moody’s เพิ่งปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยความกังวลต่อภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น ตลาดการเงินยังคงผันผวนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าจะทำให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นและเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว

ไดมอนกล่าวเพิ่มเติมว่า เขาเชื่อว่าประมาณการผลประกอบการของบริษัทในดัชนี S&P 500 ซึ่งได้ถูกปรับลดลงแล้วในช่วงเริ่มต้นนโยบายการค้าของทรัมป์ น่าจะถูกลดลงอีกในอนาคต เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ชะลอหรือปรับลดเป้าหมายรายได้ภายใต้ภาวะไม่แน่นอนเช่นนี้

“อีก 6 เดือนข้างหน้า จะเห็นประมาณการเติบโตของกำไรกลายเป็นศูนย์ จากที่เคยอยู่ราว 12% เมื่อต้นปี ถ้าเป็นแบบนั้น ราคาหุ้นก็คงจะลดลงตาม”

และยังระบุด้วยว่า “ผมคิดว่าประมาณการกำไรจะลดลง ซึ่งหมายความว่า ค่า P/E (Price to Earnings Ratio) ก็จะลดลงเช่นกัน”

ไดมอนยังเตือนว่าความเสี่ยงของการเกิด “stagflation” หรือภาวะเงินเฟ้อในช่วงเศรษฐกิจถดถอย อาจสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 2 เท่า

ในอีกประเด็นหนึ่งทรอย โรห์ร์บัฟ ผู้บริหารร่วมของฝ่ายวาณิชธนกิจและธุรกิจเชิงพาณิชย์ของ JPMorgan กล่าวว่า ลูกค้าธุรกิจยังคงรอดูสถานการณ์อยู่ในเรื่องของการควบรวมกิจการหรือดีลอื่น ๆ รายได้จากวาณิชธนกิจ (investment banking) คาดว่าจะลดลงระดับกลางของตัวเลขสองหลักเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่รายได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์ (trading revenue) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นระดับกลางถึงสูงของตัวเลขหลักเดียว

เมื่อถูกถามเรื่องกำหนดเวลาที่เขาจะลงจากตำแหน่งซีอีโอ ไดมอนตอบว่า ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนจากปีที่แล้ว โดยเขาเคยกล่าวไว้ว่าน่าจะดำรงตำแหน่งอีกไม่เกิน 5 ปี

ในวันเดียวกันนั้น มาเรียนน์ เลค หัวหน้าฝ่ายธุรกิจธนาคารรายย่อยของ JPMorgan ใช้เวลานำเสนอมากที่สุดถึงหนึ่งชั่วโมง และเธอก็ถูกมองว่าเป็นผู้ที่มีโอกาสขึ้นเป็นซีอีโอคนต่อไป โดยเฉพาะหลังจากเจนนิเฟอร์ เพียปแซค ประธานฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ประกาศว่าจะไม่ขอรับตำแหน่งสูงสุดนี้

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...