โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IEA คาด น้ำมันโลก ถึงจุดพีคปี 2572 จีนชะลอเร็ว แต่สหรัฐหนุนดีมานด์พุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 15.58 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 08.58 น.

IEA คาดความต้องการใช้ น้ำมันโลก จะถึงจุดสูงสุดในปี 2572 ที่ระดับ 105.6 ล้านบาร์เรล/วัน แม้จีนจะชะลอเร็วกว่าคาดจากการเร่งใช้รถ EV แต่สหรัฐยังมีแนวโน้มบริโภคเพิ่มจากเบนซินราคาถูกและการใช้งานรถไฟฟ้าที่ขยายตัวช้ากว่าคาด

วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 15.43 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะยังคงเติบโตไปจนถึงช่วงปลายทศวรรษนี้ แม้ว่าความต้องการในจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุด จะถึงจุดสูงสุดในปี 2570โดยปัจจัยหนุนสำคัญคือราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และการปรับตัวสู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ล่าช้าในประเทศนั้น ตามรายงานของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)

IEA ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ประเทศอุตสาหกรรม ยังยืนยันการคาดการณ์เดิมว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะถึงจุดสูงสุดภายในปี 2672 แต่ในกรณีของจีนนั้น การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่รวดเร็วกว่าคาด ทำให้คาดว่าความต้องการจะถึงจุดสูงสุดเร็วกว่าคือในปี 2570

อย่างไรก็ตามท่าทีของ IEA แตกต่างอย่างชัดเจนกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ซึ่งยังเชื่อว่าความต้องการจะยังเติบโตต่อไป และยังไม่คาดการณ์ถึงจุดสูงสุด

รายงานประจำปีของ IEA ระบุว่า ความต้องการน้ำมันทั่วโลกจะพุ่งถึงระดับสูงสุดที่ 105.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2672 ก่อนจะลดลงเล็กน้อยในปี 2573 ขณะที่ความสามารถในการผลิตทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 114.7 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2573

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านได้ทำให้เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง จนส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 5% ทะลุระดับ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี IEA ระบุว่าหากไม่มีเหตุการณ์รบกวนใหญ่ ตลาดน้ำมันโลกจะยังคงมีอุปทานเพียงพอไปจนถึงปี 2573

Fatih Birol ผู้อำนวยการ IEA กล่าวว่า “เมื่อดูจากปัจจัยพื้นฐาน ตลาดน้ำมันน่าจะมีอุปทานเพียงพอในช่วงหลายปีข้างหน้า แต่เหตุการณ์ล่าสุดก็ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของอุปทานน้ำมันได้อย่างมาก”

ในรายงานอีกฉบับของ IEA ที่ออกในวันเดียวกัน ซึ่งมีการวิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์อิสราเอล–อิหร่านต่อการตลาดน้ำมัน ระบุว่าตลาดน้ำมันทั่วโลกในปีนี้น่าจะยังมีอุปทานเพียงพอ โดยการผลิตเพิ่มขึ้นแซงหน้าความต้องการ

IEA คาดว่าความต้องการน้ำมันทั่วโลกในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 720,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าที่คาดไว้ในเดือนก่อนหน้าราว 20,000 บาร์เรล ขณะที่อุปทานจะเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 200,000 บาร์เรล ส่วนหนึ่งเพราะกลุ่ม OPEC+ เริ่มเพิ่มการผลิต

หลังจากที่จีนเป็นผู้นำการเติบโตของความต้องการน้ำมันโลกมาหลายทศวรรษ ขณะนี้บทบาทของจีนเริ่มลดลง เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า จีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก คาดว่าจะถึงจุดสูงสุดของการใช้น้ำมันในปี 2570 เนื่องจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่พุ่งสูง การใช้รถไฟความเร็วสูง และรถบรรทุกที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ในขณะที่รายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ของ IEA ยังชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันสำหรับรถยนต์และเครื่องบินในจีนอาจถึงจุดสูงสุดไปแล้ว

IEA ระบุว่าปริมาณการใช้น้ำมันของจีนในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นจากปี 2567เพียงเล็กน้อย เทียบกับที่เคยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในรายงานปีก่อน

ในทางกลับกัน ความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของโลก กลับสูงกว่าที่เคยคาดไว้ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินยังต่ำและการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่ขยายตัวเร็วพอ โดย IEA ระบุว่า ความต้องการใช้น้ำมันในปี 2570 ของสหรัฐ สูงกว่าที่คาดไว้เดิมถึง 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

IEA คาดว่ารถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐจะมีสัดส่วน 20% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573 ลดลงจากการคาดการณ์เดิมเมื่อปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 55%

นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดี เขาได้เรียกร้องให้ OPEC ลดราคาน้ำมัน และออกมาตรการต่อต้านยานยนต์ไฟฟ้า เช่น การลงนามรับรองกฎหมายที่ห้ามรัฐแคลิฟอร์เนียบังคับใช้ข้อกำหนดด้านการขายรถ EV

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...