IEA คาด น้ำมันโลก ถึงจุดพีคปี 2572 จีนชะลอเร็ว แต่สหรัฐหนุนดีมานด์พุ่ง
IEA คาดความต้องการใช้ น้ำมันโลก จะถึงจุดสูงสุดในปี 2572 ที่ระดับ 105.6 ล้านบาร์เรล/วัน แม้จีนจะชะลอเร็วกว่าคาดจากการเร่งใช้รถ EV แต่สหรัฐยังมีแนวโน้มบริโภคเพิ่มจากเบนซินราคาถูกและการใช้งานรถไฟฟ้าที่ขยายตัวช้ากว่าคาด
วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 15.43 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะยังคงเติบโตไปจนถึงช่วงปลายทศวรรษนี้ แม้ว่าความต้องการในจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุด จะถึงจุดสูงสุดในปี 2570โดยปัจจัยหนุนสำคัญคือราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และการปรับตัวสู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ล่าช้าในประเทศนั้น ตามรายงานของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)
IEA ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ประเทศอุตสาหกรรม ยังยืนยันการคาดการณ์เดิมว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะถึงจุดสูงสุดภายในปี 2672 แต่ในกรณีของจีนนั้น การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่รวดเร็วกว่าคาด ทำให้คาดว่าความต้องการจะถึงจุดสูงสุดเร็วกว่าคือในปี 2570
อย่างไรก็ตามท่าทีของ IEA แตกต่างอย่างชัดเจนกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ซึ่งยังเชื่อว่าความต้องการจะยังเติบโตต่อไป และยังไม่คาดการณ์ถึงจุดสูงสุด
รายงานประจำปีของ IEA ระบุว่า ความต้องการน้ำมันทั่วโลกจะพุ่งถึงระดับสูงสุดที่ 105.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2672 ก่อนจะลดลงเล็กน้อยในปี 2573 ขณะที่ความสามารถในการผลิตทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 114.7 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2573
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านได้ทำให้เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง จนส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 5% ทะลุระดับ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี IEA ระบุว่าหากไม่มีเหตุการณ์รบกวนใหญ่ ตลาดน้ำมันโลกจะยังคงมีอุปทานเพียงพอไปจนถึงปี 2573
Fatih Birol ผู้อำนวยการ IEA กล่าวว่า “เมื่อดูจากปัจจัยพื้นฐาน ตลาดน้ำมันน่าจะมีอุปทานเพียงพอในช่วงหลายปีข้างหน้า แต่เหตุการณ์ล่าสุดก็ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของอุปทานน้ำมันได้อย่างมาก”
ในรายงานอีกฉบับของ IEA ที่ออกในวันเดียวกัน ซึ่งมีการวิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์อิสราเอล–อิหร่านต่อการตลาดน้ำมัน ระบุว่าตลาดน้ำมันทั่วโลกในปีนี้น่าจะยังมีอุปทานเพียงพอ โดยการผลิตเพิ่มขึ้นแซงหน้าความต้องการ
IEA คาดว่าความต้องการน้ำมันทั่วโลกในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 720,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าที่คาดไว้ในเดือนก่อนหน้าราว 20,000 บาร์เรล ขณะที่อุปทานจะเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 200,000 บาร์เรล ส่วนหนึ่งเพราะกลุ่ม OPEC+ เริ่มเพิ่มการผลิต
หลังจากที่จีนเป็นผู้นำการเติบโตของความต้องการน้ำมันโลกมาหลายทศวรรษ ขณะนี้บทบาทของจีนเริ่มลดลง เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า จีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก คาดว่าจะถึงจุดสูงสุดของการใช้น้ำมันในปี 2570 เนื่องจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่พุ่งสูง การใช้รถไฟความเร็วสูง และรถบรรทุกที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ในขณะที่รายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ของ IEA ยังชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันสำหรับรถยนต์และเครื่องบินในจีนอาจถึงจุดสูงสุดไปแล้ว
IEA ระบุว่าปริมาณการใช้น้ำมันของจีนในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นจากปี 2567เพียงเล็กน้อย เทียบกับที่เคยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในรายงานปีก่อน
ในทางกลับกัน ความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของโลก กลับสูงกว่าที่เคยคาดไว้ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินยังต่ำและการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่ขยายตัวเร็วพอ โดย IEA ระบุว่า ความต้องการใช้น้ำมันในปี 2570 ของสหรัฐ สูงกว่าที่คาดไว้เดิมถึง 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
IEA คาดว่ารถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐจะมีสัดส่วน 20% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573 ลดลงจากการคาดการณ์เดิมเมื่อปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 55%
นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดี เขาได้เรียกร้องให้ OPEC ลดราคาน้ำมัน และออกมาตรการต่อต้านยานยนต์ไฟฟ้า เช่น การลงนามรับรองกฎหมายที่ห้ามรัฐแคลิฟอร์เนียบังคับใช้ข้อกำหนดด้านการขายรถ EV
อ้างอิง : reuters.com