โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

EASTW ดึงเงิน “ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์” ไถ่ถอนหุ้นกู้ 1.2 พันล้านบาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 02.17 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายบดินทร์ อุดล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EASTW เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า สถานะทางการเงินและการพิพาทกับภาครัฐ บริษัทได้เตรียมเงินสำหรับไถ่ถอนหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2558 ชุดที่ 2 ที่จะครบกำหนดวันที่ 16 มิถุนายน 2568 จำนวน 1,200 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว โดยนำกระแสเงินสดของบริษัท 900 ล้านบาท และเงินจากบริษัท ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ จำกัด (UU) 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นบริษัทลูกมาใช้ในครั้งนี้

โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 EASTW มียอดเงินฝากประจำกับสถาบันการเงินจำนวน 1,125.86 ล้านบาท และเงินฝากประจำตามข้อกำหนดสัญญาสัมปทานจำนวน 570.13 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 1,695.99 ล้านบาท โดยอยู่ภายใต้รายการสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยวิธีราคาทุนตัดจำหน่าย

ส่วนแผนการออกหุ้นกู้ปี 2568 บริษัทจัดเตรียมความพร้อมสำหรับการออกหุ้นกู้ใหม่จำนวน 2,000 ล้านบาท โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โอกาส และความจำเป็นในการขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ของหุ้นกู้เดิมแต่อย่างใด

ส่วนเรื่องคดีความ ประกอบด้วยคดีแพ่งที่กรมธนารักษ์ฟ้อง EASTW เรื่องการขับไล่และให้รื้อถอนทรัพย์สินจากพื้นที่พิพาท จำนวน 4 ไร่กว่า ๆ นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินคดีในชั้นศาล ซึ่งบริษัทได้ยื่นคำให้การต่อศาลเรียบร้อยแล้ว และคดีปกครองที่ EASTW ฟ้องกรมธนารักษ์ตั้งแต่ปี 2566 ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า หนังสือที่ธนารักษ์แจ้งอีสท์วอเตอร์นั้น “มิใช่คำสั่งทางปกครอง” จึงพิพากษา “ยกฟ้องบริษัท” ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทสร้างท่อทดแทนทรัพย์สินที่ได้ส่งคืนกรมธนารักษ์ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนี้กรมธนารักษ์เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง EASTW ต่อศาลแพ่ง โดยขอให้ศาลฯ พิพากษาบังคับขับไล่อีสท์วอเตอร์ (จำเลย) ออกจากพื้นที่ทับซ้อนบนที่ดินที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ส.รย.1307 (บางส่วน) โครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ

สำหรับพื้นที่ทับซ้อนบริเวณที่ดินที่ราชพัสดุบริเวณสถานีหุบบอน Regulation Well จ.ชลบุรี และที่ดินที่ราชพัสดุโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ (บางส่วน) เนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวา โดยให้อีสท์วอเตอร์รื้อถอนทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ รวมทั้งให้ชำระค่าเสียหายให้กรมธนารักษ์อีก 127.7 ล้านบาท

นายบดินทร์ กล่าวว่า กรณีเลวร้ายสุด (worst case) ศาลสั่งให้คืนพื้นที่ดังกล่าว และสูญเสียสถานีสูบน้ำแห่งที่ 2 จากทั้งหมดมีอยู่ 17 แห่ง บริษัทก็ได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว โดยการปรับเปลี่ยนเส้นทางของท่อน้ำใหม่ ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน แต่ยอมรับว่าท่อบริเวณดังกล่าวเป็นรายได้หลักของบริษัท อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคดีดังกล่าวยังต้องใช้เวลาสู้คดีกันอีกไม่ต่ำกว่า 3-5 ปี

ขณะที่ ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่าย Water Grid ความยาวทั้งสิ้น 553 กิโลเมตร กลับมาเป็นโครงข่ายท่อส่งน้ำที่สมบูรณ์ที่สุด สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับอีอีซี และให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBITDA ในไตรมาสแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 39.45% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ดังที่ได้รายงานงบการเงินไตรมาส 1/2568 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทได้ก้าวผ่านจุดต่ำสุด และคาดว่าผลประกอบการของบริษัทจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ปัจจุบัน EASTW มีสัดส่วนรายได้แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ รายได้จากการจำหน่ายน้ำดิบ 51% น้ำประปา 26% น้ำสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม 6% และในอนาคตจะมีการขยายงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำเสีย

ล่าสุดบริษัทได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2568 เรื่องการแต่งตั้งกรรมการทดแทนกรรมการที่ลาออก ได้แก่ นายธนวัฒน์ ปัญญาสกุลวงศ์ กรรมการจากผู้ถือหุ้นการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และนายสำเริง แสงภู่วงศ์ กรรมการอิสระ ส่งผลให้บริษัทได้คณะกรรมการบริหารที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยขับเคลื่อนบริษัทครบทุกตำแหน่ง

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2568 พลิกมีกำไร 6 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 21 ล้านบาท เนื่องจากการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 920.28 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 145.90 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.68% สาเหตุหลักจากปริมาณการจำหน่ายน้ำดิบที่ลดลง

อย่างไรก็ดี บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 686.24 ล้านบาท ลดลง 207.36 ล้านบาท หรือ 23.20% เมื่อเทียบไตรมาสเดียวกันปี 2567 ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 8.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.56 ล้านบาท หรือคิดเป็น 147.71% โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 6.15 ล้านบาท

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่บริษัทไม่ต้องซื้อน้ำดิบจากผู้ประกอบการภายนอก เพื่อส่งน้ำให้ลูกค้าเป็นการชั่วคราวอีกต่อไป หลังโครงการระบบท่อส่งน้ำทดแทนที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมธนารักษ์ทั้ง 4 โครงการ ได้แก่ ท่อหนองปลาไหล-หนองค้อ, หนองค้อ-แหลมฉบัง (ระยะ 1 และ 2), ดอกกราย-มาบตาพุด และมาบตาพุด-สัตหีบ ก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2567

ทั้งนี้ แม้รายได้รวมจะลดลง แต่บริษัทสามารถรักษาฐานลูกค้าได้ในระดับสูง และลดต้นทุนจากการไม่ต้องซื้อน้ำดิบเพิ่มเติม ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้พลิกกลับมามีกำไรอย่างชัดเจน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...