ภาพเก่าเล่าตำนาน : เสืออากาศไทย...ในสงครามไทย-อินโดจีนฝรั่งเศสโดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก
ปลายปี พ.ศ.2483 ต่อเนื่องถึงต้น พ.ศ.2484 กองทัพไทยจัดกำลังเข้าทำศึกกับฝรั่งเศส และยังรุกเข้าสู่ดินแดน ลาว กัมพูชา (ที่ฝรั่งเศสปกครอง) เพื่อเรียกร้องให้ฝรั่งเศสปรับปรุงเส้นเขตแดนที่ฝรั่งเศสเคย “ยึดดินแดน” ไปจากสยามตั้งแต่สมัยในหลวง ร.5
สงครามยุติลง โดยญี่ปุ่นมาไกล่เกลี่ย กองทัพไทยสดุดีทหารกล้า 3 เหล่าทัพและตำรวจสนาม
ผู้เขียนขอคัดลอกคำสดุดีวีรกรรมของ “ทหารอากาศ” มาเผยแพร่
(ใช้ตัวสะกดตามเอกสารต้นฉบับ)
รายงานการปฏิบัติการรบของ เรืออากาศเอก จวน สุขเสริม
1.ได้รับคำสั่งให้ไปทำการรักษาเขตต์บริเวณหนองคาย-ท่าบ่อ-บ.ศรีเชียงใหม่ 31 สิงหาคม 2483 เวลา 07.46 น. ร.อ.จวน สุขเสริม บินออกจากสนามบินอุดรธานีไปทำการรักษาเขตต์ตามแนวที่ได้รับมอบ เครื่องบินกลับสู่ฐานทัพโดยสวัสดิภาพ
2.ได้รับคำสั่งให้ไปทำการรักษาเขตตามแนวอุดรธานี-บ.เพ็ญ 16 กันยายน 2483 เวลา 08.57 น. ร.อ.จวนได้บินออกไปรักษาเขตต์ตามแนวที่ได้รับมอบ เมื่อปฏิบัติตามหน้าที่แล้ว ก็ได้นำเครื่องบินกลับสู่สนามบินโดยเรียบร้อย
3.ได้รับคำสั่งให้ไปทำการรักษาเขตต์ตามแนวหนองคาย-บ.ท่าบ่อ 27 กันยายน 2483 เวลา 07.52 น.ได้บินออกจากสนามบินอุดรธานีไปปฏิบัติตามคำสั่ง เมื่อปฏิบัติกิจตามหน้าที่แล้วก็ได้นำเครื่องบินกลับสู่สนามบินโดยปลอดภัย
4.ได้รับคำสั่งให้ทำการรักษาเขตต์ระหว่าง บ.โพธิไพศาลกับตะวันออก บ.โพธิไพศาล 20 กิโลเมตร 7 ตุลาคม 2483 เวลา 08.20 น. ได้ปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมอบเสร็จแล้ว ก็นำเครื่องบินไปลงยังสนามบินนครพนมและกลับสนามบินอุดรธานีในวันเดียวกัน
5.ได้รับคำสั่งให้ขึ้นทำการสกัดกั้นเครื่องบินข้าศึกซึ่งล่วงล้ำเขตแดน 23 ตุลาคม 2483 เวลา 12.55 น. ได้ออกจากสนามบินอุดรธานีไปลงยังสนามบินหนองคายเพื่อสกัดเครื่องบินข้าศึกเวลา 14.30 น. เห็นเครื่องบินข้าศึก 3 เครื่อง บินเลียบลำน้ำโขง ร.อ.จวนก็ได้วิ่งขึ้น เพื่อคุมเชิงและป้องกันไม่ให้เครื่องบินข้าศึกล้ำเข้ามาในดินแดนฝ่ายเราได้ เมื่อเครื่องบินข้าศึกบินห่างออกไปไกลแล้วจึงได้นำเครื่องบินกลับสู่สนามบินโดยเรียบร้อย
6.ได้รับคำสั่งให้ทำการบินรักษาเขตต์ตามแนวหนองคาย-เขตปากแม่น้ำสาย 1 พฤศจิกายน 2483 เวลา 06.05 น. ได้พบเครื่องบินฝรั่งเศสแต่ไม่ล่วงล้ำแดนฝ่ายเรา เมื่อเครื่องบินฝรั่งเศสได้ลงที่สนามบิน
เวียงจันทน์แล้ว ก็ได้นำเครื่องบินลงสู่สนามโดยเรียบร้อย
7.ได้รับคำสั่งให้ทำการบินรักษาเขตต์ตามแนวเส้นทางอุดรธานี-มุกดาหาร-นครพนม-สกลนคร 11 พฤศจิกายน 2483 เวลา 06.05 น. ได้ออกบินจากสนามบินอุดรธานี ไปตามเส้นทางที่กำหนดแล้วกลับมาลงยังสนามบินสกลนคร
8.ได้รับคำสั่งให้ทำการบินรักษาเขตต์ตามแนวบ้านศรีเชียงใหม่-เขตเวียงจันทร์ 15 พฤศจิกายน 2483 เวลา 08.12 น. ได้บินออกจากสนามบินอุดรธานีตรงไปยังที่หมายที่ได้รับมอบ แล้วกลับสู่สนามบินโดยเรียบร้อย
9.ได้รับคำสั่งให้ทำการเตรียมพร้อมที่สนามบินนครพนม 23 พฤศจิกายน 2483 เวลา 08.20 น. ได้ออกเดินทางไปลงเตรียมพร้อมที่สนามบินจังหวัดนครพนม ครั้นรุ่งขึ้นได้รับข่าวว่ามีเครื่องบินฝรั่งเศส 1 เครื่องล่วงล้ำเข้ามาบริเวณอำเภอมุกดาหาร ร.อ.จวน สุขเสริม ก็ได้ทำการบินไล่สกัดข้าศึก แต่ไม่พบจึงนำเครื่องบินกลับสนามบินอุดรสนามบินนครพนมและได้นำเครื่องบินกลับจากนครพนมไปยังสนามบินอุดรธานีโดยเรียบร้อย
10.ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมเพื่อขับไล่ข้าศึกซึ่งจะมาทิ้งระเบิดในดินแดนฝ่ายเรา 12 ธันวาคม 2483 เวลา 02.00 น. ร.อ.จวน สุขเสริม ได้นำเครื่องบินขึ้นทำการสกัดข้าศึก เมื่อทราบว่าได้บินล่วงล้ำเข้ามาโจมตีในเวลากลางคืน ในที่สุด ร.อ.จวน สุขเสริม ได้ทำการรบกับข้าศึกและได้ถูกยิงตกที่บริเวณ บ.ตาด ในการที่ ร.อ.จวน สุขเสริม ได้ตัดสินใจตกลงเข้าทำการรบกับข้าศึกด้วยความองอาจกล้าหาญยอมเสียสละทุกอย่างในอันที่จะป้องกันไม่ให้ข้าศึกล่วงล้ำเข้ามาทำอันตรายฝ่ายเราได้นับว่า ร.อ.จวน ได้แสดงความองอาจกล้าหาญและฝ่าฟันอุปสรรคยอมเสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติอย่างดียิ่ง…
รายงานการปฏิบัติการรบของ เรืออากาศตรีเฉลิม ดำสัมฤทธิ์
1.ได้รับคำสั่งให้เป็นผู้ยิงปืนหลังไปทำการโจมตีสนามบินเวียงจันทร์ เมื่อ 10 ธันวาคม 2483 เวลา 07.50 น. นาวาอากาศตรีศานิต นวลมณี พร้อมด้วย ร.ต.เฉลิม ดำสัมฤทธิ์ ได้ทำการบินไปปฏิบัติการตามคำสั่ง ขณะทำการโจมตีสนามบินเวียงจันทร์ ข้าศึกได้ทำการยิงจากพื้นดินอย่างรุนแรง แต่นักบินและผู้ยิงปืนหลังหาได้มีความย่อท้อต่ออันตรายอย่างใดไม่ ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนจนเป็นผลสำเร็จ ในการปฏิบัติหน้าที่ของนักบินและผู้ยิงปืนหลังครั้งนี้ได้มีการต่อสู้กันอย่างทรหด ในที่สุดกระสุนปืนของข้าศึกได้ถูกถังเบนซินทะลุ
น้ำมันไหลออกเกิดเพลิงไหม้ นาวาอากาศตรีศานิต นวลมณี บาดเจ็บสาหัสถึงแก่กรรมภายหลัง ส่วน ร.ต.เฉลิม ดำสัมฤทธิ์ ถึงแก่กรรมทันที นับว่า ร.ต.เฉลิม ดำสัมฤทธิ์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความองอาจกล้าหาญฝ่าอันตรายอย่างยิ่งยอด บรรลุผลสำเร็จตามหน้าที่จนตนเองเสียชีวิตสมควรยกย่อง
2.ก่อนวันถึงแก่กรรม ร.ต.เฉลิม ดำสัมฤทธิ์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนอีกหลายคราวแต่มิได้ฝ่าอันตรายร้ายแรงเช่นคราวที่เสียชีวิตนี้
นายเรืออากาศตรีสังวาล วรทรัพย์ นักบินประจำฝูงบินขับไล่ที่ 60 กองบินน้อยที่ 66 นักบินผู้นี้ได้ทำการบินรักษาเขตต์ตามชายแดนลำน้ำโขง ทำการบินคุ้มครองขึ้นบินฝ่ายเราที่ทำการถ่ายรูปหรือทิ้งระเบิดและทำการขับไล่เครื่องบินข้าศึกที่มาทิ้งระเบิดดินแดนเรา ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติการรบ 2-3 ครั้ง ทุกๆ ครั้งล้วนแต่ต้องฝ่าอันตรายทั้งสิ้น แต่ ร.ต.สังวาลย์ วรทรัพย์ ก็กระทำหน้าที่สำเร็จ นำเครื่องบินกลับมาโดยความปลอดภัย ในกรณีพิพาทคราวนี้ ร.ต.สังวาลย์ วรทรัพย์ ได้บินไปปฏิบัติการถึงเวียงจันทร์-บึงกาฬ-ท่าแขก-สุวรรณเขต-เมืองทอง-วังเวียง-บ้านนา และศรีโสภณ-เสียมราฐ-พระตะบอง-นครวัต ช่วยการรบด้านอีสานและบูรพาทิ้งระเบิดที่หมายทางทหารได้ผลเป็นที่น่าพอใจทางราชการทุกครั้ง
ที่หลังเมืองท่าแขก ขณะ ร.ต.สังวาลย์บินไปสกัดข้าศึกที่สุวรรณเขตมิให้ข้าศึกมาทำร้ายจังหวัดอุดรธานีของเรานั้น ได้ถูก ปตอ.ฝ่ายข้าศึกระดมยิงเครื่องบินทะลุ 1 แห่ง ใกล้ที่นั่งนักบินและถูกตอนหางอีก 1 แห่ง แต่ ร.ต.สังวาลย์หามีความหวาดสะดุ้งกลัวเกรงอย่างใดไม่ ได้บังคับเครื่องบินของตนดำลงสู่ที่หมายซึ่งยิงมานั้นและทำการทิ้งระเบิดอย่างที่หมาย ปรากฏว่า ปตอ.ของข้าศึกสงบการยิงทันที ทั้งนี้เป็นการกระทำที่องอาจกล้าหาญมิได้ย่อท้อต่ออันตรายอันจะบังเกิดแก่ตน แม้กระทั่งที่มีกระสุนกำลังทำการยิงมาก็ตาม ก็ยังปฏิบัติหน้าที่จนสำเร็จอนึ่ง…เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2484 ร.ต.สังวาลย์ไปทำหน้าที่คุ้มครองเครื่องบินทิ้งระเบิดฝ่ายเราซึ่งออกไปทำการโจมตีนครวัต พอเครื่องบินของตนดำลงทิ้งระเบิด ก็ได้เห็นเครื่องขับไล่ของข้าศึก 2 เครื่องเข้าทำการโจมตีเครื่องบินทิ้งระเบิดฝ่ายเรา ร.ต.สังวาลย์จึงนำเครื่องบินของตนเข้าขัดขวางมิให้ข้าศึกทำการโจมตีสำเร็จ
ใ นการนี้ ร.ต.สังวาลย์ต้องทำการรบกลางอากาศกับข้าศึกระหว่าง 2 ต่อ 1 ด้วยความแก้วกล้าสามารถ ร.ต.สังวาลย์ได้ยิงเครื่องบินข้าศึกตก 1 เครื่อง อีก 1 เครื่องรีบผละหนีไป ขณะนั้นปืนทุกกระบอกของเครื่องบินบังเอิญติดขัดหมด จึงมิได้ไล่ติดตามไปคงพยายามแก้ไขปืนอยู่เป็นเวลานาน แต่ปืนก็ยังใช้การไม่ได้ขณะกำลังแก้ปืนอยู่นั้นได้เห็นเครื่องบินขับไล่ของข้าศึกกำลังโจมตีเครื่องบินฝ่ายเราอยู่อีก 1 เครื่อง ทั้งๆ ที่ปืนของ ร.ต.สังวาลย์ยังยิงไม่ได้ ตนเองก็นำเครื่องบินเข้าสกัดขัดขวางข้าศึกทำอาการประดุจจะเข้าทำการยิง ทำอยู่เช่นนี้ 2-3 ครั้ง เครื่องบินข้าศึกก็เสียขวัญผละหนีไปทันที ทำให้เครื่องบินฝ่ายเราพ้นอันตรายมาได้
การปฏิบัติทั้งนี้นับว่า ร.ต.สังวาล วรทรัพย์ มีความองอาจกล้าหาญเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อทำหน้าที่ให้ลุล่วงเป็นผลสำเร็จ ทั้งช่วยส่วนรวมโดยมิได้คำนึงถึงอันตรายเฉพาะตนเลย
พันจ่าอากาศตรีบุญ สุขสบาย นักบินประจำฝูงบินพิบูลสงครามที่ 1 กองบินน้อยที่ 66 นักบินผู้นี้ได้ไปทำการทิ้งระเบิดที่หมายทางยุทธศาสตร์ที่สตรึงเตรงและเมืองโขงเป็นผลสำเร็จอย่างองอาจสามารถหนหนึ่ง และกลับมาสู่ฐานทัพโดยสวัสดิภาพ ในคำรบสอง พันจ่าอากาศตรีบุญ สุขสบาย ได้รับหน้าที่เป็นผู้ยิงปืนหลังไปกับพันจ่าอากาศโทบุญเยี่ยม ปั้นสุขสวัสดิ์ ซึ่งเป็นนักบินเพื่อทิ้งระเบิดสนามบินนครวัตเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2484
พอถึงสนามบินนครวัตก็ถูกเครื่องบินขับไล่ของข้าศึก 4 เครื่องเข้าขัดขวางแต่พันจ่าอากาศโทบุญเยี่ยม ปั้นสุขสวัสดิ์ ได้บังคับเครื่องบินเข้าทิ้งระเบิดจนเป็นผลสำเร็จเช่นเดียวกับเครื่องอื่นๆ ที่ไปในหมู่เดียวกัน ส่วนพันจ่าอากาศตรีบุญ สุขสบาย ต้องทำการยิงต่อสู้กับข้าศึกอย่างไม่สะทกสะท้านตลอดเวลาจนเครื่องบินของตนถูกยิงตกในดินแดนข้าศึกถึงอันตราย
ทั้งนี้เห็นได้ชัดว่าพันจ่าอากาศตรีบุญ สุขสบาย ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ผ่านอุปสรรคด้วยความยากลำบากโดยมุ่งหวังให้บรรลุสำเร็จสมประสงค์ของทางราชการเป็นเบื้องหน้า ตราบจนตนเองต้องเสียชีวิตหนักกว่า อากาศตรีบุญ สุขสบาย ได้แสดงความกล้าหาญอย่างยอดเยี่ยมฝากเกียรติคุณไว้แก่ประเทศชาติแล้ว
7 กันยายน 2484 ทหารกล้าทั้ง 3 เหล่าทัพที่ทำการรบอย่างกล้าหาญ เพื่อมาตุภูมิ รับมอบเหรียญกล้าหาญจาก จอมพล ป. พิบูลสงคราม ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า (ตามภาพ)
นามของวีรบุรุษเหล่านี้ถูกจารึกไว้ ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ