โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพเก่าเล่าตำนาน : เสืออากาศไทย...ในสงครามไทย-อินโดจีนฝรั่งเศสโดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ก.ค. 2566 เวลา 06.14 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2566 เวลา 06.45 น.

ปลายปี พ.ศ.2483 ต่อเนื่องถึงต้น พ.ศ.2484 กองทัพไทยจัดกำลังเข้าทำศึกกับฝรั่งเศส และยังรุกเข้าสู่ดินแดน ลาว กัมพูชา (ที่ฝรั่งเศสปกครอง) เพื่อเรียกร้องให้ฝรั่งเศสปรับปรุงเส้นเขตแดนที่ฝรั่งเศสเคย “ยึดดินแดน” ไปจากสยามตั้งแต่สมัยในหลวง ร.5

สงครามยุติลง โดยญี่ปุ่นมาไกล่เกลี่ย กองทัพไทยสดุดีทหารกล้า 3 เหล่าทัพและตำรวจสนาม

ผู้เขียนขอคัดลอกคำสดุดีวีรกรรมของ “ทหารอากาศ” มาเผยแพร่

(ใช้ตัวสะกดตามเอกสารต้นฉบับ)

รายงานการปฏิบัติการรบของ เรืออากาศเอก จวน สุขเสริม

1.ได้รับคำสั่งให้ไปทำการรักษาเขตต์บริเวณหนองคาย-ท่าบ่อ-บ.ศรีเชียงใหม่ 31 สิงหาคม 2483 เวลา 07.46 น. ร.อ.จวน สุขเสริม บินออกจากสนามบินอุดรธานีไปทำการรักษาเขตต์ตามแนวที่ได้รับมอบ เครื่องบินกลับสู่ฐานทัพโดยสวัสดิภาพ

2.ได้รับคำสั่งให้ไปทำการรักษาเขตตามแนวอุดรธานี-บ.เพ็ญ 16 กันยายน 2483 เวลา 08.57 น. ร.อ.จวนได้บินออกไปรักษาเขตต์ตามแนวที่ได้รับมอบ เมื่อปฏิบัติตามหน้าที่แล้ว ก็ได้นำเครื่องบินกลับสู่สนามบินโดยเรียบร้อย

3.ได้รับคำสั่งให้ไปทำการรักษาเขตต์ตามแนวหนองคาย-บ.ท่าบ่อ 27 กันยายน 2483 เวลา 07.52 น.ได้บินออกจากสนามบินอุดรธานีไปปฏิบัติตามคำสั่ง เมื่อปฏิบัติกิจตามหน้าที่แล้วก็ได้นำเครื่องบินกลับสู่สนามบินโดยปลอดภัย

4.ได้รับคำสั่งให้ทำการรักษาเขตต์ระหว่าง บ.โพธิไพศาลกับตะวันออก บ.โพธิไพศาล 20 กิโลเมตร 7 ตุลาคม 2483 เวลา 08.20 น. ได้ปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมอบเสร็จแล้ว ก็นำเครื่องบินไปลงยังสนามบินนครพนมและกลับสนามบินอุดรธานีในวันเดียวกัน

5.ได้รับคำสั่งให้ขึ้นทำการสกัดกั้นเครื่องบินข้าศึกซึ่งล่วงล้ำเขตแดน 23 ตุลาคม 2483 เวลา 12.55 น. ได้ออกจากสนามบินอุดรธานีไปลงยังสนามบินหนองคายเพื่อสกัดเครื่องบินข้าศึกเวลา 14.30 น. เห็นเครื่องบินข้าศึก 3 เครื่อง บินเลียบลำน้ำโขง ร.อ.จวนก็ได้วิ่งขึ้น เพื่อคุมเชิงและป้องกันไม่ให้เครื่องบินข้าศึกล้ำเข้ามาในดินแดนฝ่ายเราได้ เมื่อเครื่องบินข้าศึกบินห่างออกไปไกลแล้วจึงได้นำเครื่องบินกลับสู่สนามบินโดยเรียบร้อย

6.ได้รับคำสั่งให้ทำการบินรักษาเขตต์ตามแนวหนองคาย-เขตปากแม่น้ำสาย 1 พฤศจิกายน 2483 เวลา 06.05 น. ได้พบเครื่องบินฝรั่งเศสแต่ไม่ล่วงล้ำแดนฝ่ายเรา เมื่อเครื่องบินฝรั่งเศสได้ลงที่สนามบิน
เวียงจันทน์แล้ว ก็ได้นำเครื่องบินลงสู่สนามโดยเรียบร้อย

7.ได้รับคำสั่งให้ทำการบินรักษาเขตต์ตามแนวเส้นทางอุดรธานี-มุกดาหาร-นครพนม-สกลนคร 11 พฤศจิกายน 2483 เวลา 06.05 น. ได้ออกบินจากสนามบินอุดรธานี ไปตามเส้นทางที่กำหนดแล้วกลับมาลงยังสนามบินสกลนคร

8.ได้รับคำสั่งให้ทำการบินรักษาเขตต์ตามแนวบ้านศรีเชียงใหม่-เขตเวียงจันทร์ 15 พฤศจิกายน 2483 เวลา 08.12 น. ได้บินออกจากสนามบินอุดรธานีตรงไปยังที่หมายที่ได้รับมอบ แล้วกลับสู่สนามบินโดยเรียบร้อย

9.ได้รับคำสั่งให้ทำการเตรียมพร้อมที่สนามบินนครพนม 23 พฤศจิกายน 2483 เวลา 08.20 น. ได้ออกเดินทางไปลงเตรียมพร้อมที่สนามบินจังหวัดนครพนม ครั้นรุ่งขึ้นได้รับข่าวว่ามีเครื่องบินฝรั่งเศส 1 เครื่องล่วงล้ำเข้ามาบริเวณอำเภอมุกดาหาร ร.อ.จวน สุขเสริม ก็ได้ทำการบินไล่สกัดข้าศึก แต่ไม่พบจึงนำเครื่องบินกลับสนามบินอุดรสนามบินนครพนมและได้นำเครื่องบินกลับจากนครพนมไปยังสนามบินอุดรธานีโดยเรียบร้อย

10.ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมเพื่อขับไล่ข้าศึกซึ่งจะมาทิ้งระเบิดในดินแดนฝ่ายเรา 12 ธันวาคม 2483 เวลา 02.00 น. ร.อ.จวน สุขเสริม ได้นำเครื่องบินขึ้นทำการสกัดข้าศึก เมื่อทราบว่าได้บินล่วงล้ำเข้ามาโจมตีในเวลากลางคืน ในที่สุด ร.อ.จวน สุขเสริม ได้ทำการรบกับข้าศึกและได้ถูกยิงตกที่บริเวณ บ.ตาด ในการที่ ร.อ.จวน สุขเสริม ได้ตัดสินใจตกลงเข้าทำการรบกับข้าศึกด้วยความองอาจกล้าหาญยอมเสียสละทุกอย่างในอันที่จะป้องกันไม่ให้ข้าศึกล่วงล้ำเข้ามาทำอันตรายฝ่ายเราได้นับว่า ร.อ.จวน ได้แสดงความองอาจกล้าหาญและฝ่าฟันอุปสรรคยอมเสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติอย่างดียิ่ง…

รายงานการปฏิบัติการรบของ เรืออากาศตรีเฉลิม ดำสัมฤทธิ์

1.ได้รับคำสั่งให้เป็นผู้ยิงปืนหลังไปทำการโจมตีสนามบินเวียงจันทร์ เมื่อ 10 ธันวาคม 2483 เวลา 07.50 น. นาวาอากาศตรีศานิต นวลมณี พร้อมด้วย ร.ต.เฉลิม ดำสัมฤทธิ์ ได้ทำการบินไปปฏิบัติการตามคำสั่ง ขณะทำการโจมตีสนามบินเวียงจันทร์ ข้าศึกได้ทำการยิงจากพื้นดินอย่างรุนแรง แต่นักบินและผู้ยิงปืนหลังหาได้มีความย่อท้อต่ออันตรายอย่างใดไม่ ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนจนเป็นผลสำเร็จ ในการปฏิบัติหน้าที่ของนักบินและผู้ยิงปืนหลังครั้งนี้ได้มีการต่อสู้กันอย่างทรหด ในที่สุดกระสุนปืนของข้าศึกได้ถูกถังเบนซินทะลุ

น้ำมันไหลออกเกิดเพลิงไหม้ นาวาอากาศตรีศานิต นวลมณี บาดเจ็บสาหัสถึงแก่กรรมภายหลัง ส่วน ร.ต.เฉลิม ดำสัมฤทธิ์ ถึงแก่กรรมทันที นับว่า ร.ต.เฉลิม ดำสัมฤทธิ์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความองอาจกล้าหาญฝ่าอันตรายอย่างยิ่งยอด บรรลุผลสำเร็จตามหน้าที่จนตนเองเสียชีวิตสมควรยกย่อง

2.ก่อนวันถึงแก่กรรม ร.ต.เฉลิม ดำสัมฤทธิ์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนอีกหลายคราวแต่มิได้ฝ่าอันตรายร้ายแรงเช่นคราวที่เสียชีวิตนี้

นายเรืออากาศตรีสังวาล วรทรัพย์ นักบินประจำฝูงบินขับไล่ที่ 60 กองบินน้อยที่ 66 นักบินผู้นี้ได้ทำการบินรักษาเขตต์ตามชายแดนลำน้ำโขง ทำการบินคุ้มครองขึ้นบินฝ่ายเราที่ทำการถ่ายรูปหรือทิ้งระเบิดและทำการขับไล่เครื่องบินข้าศึกที่มาทิ้งระเบิดดินแดนเรา ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติการรบ 2-3 ครั้ง ทุกๆ ครั้งล้วนแต่ต้องฝ่าอันตรายทั้งสิ้น แต่ ร.ต.สังวาลย์ วรทรัพย์ ก็กระทำหน้าที่สำเร็จ นำเครื่องบินกลับมาโดยความปลอดภัย ในกรณีพิพาทคราวนี้ ร.ต.สังวาลย์ วรทรัพย์ ได้บินไปปฏิบัติการถึงเวียงจันทร์-บึงกาฬ-ท่าแขก-สุวรรณเขต-เมืองทอง-วังเวียง-บ้านนา และศรีโสภณ-เสียมราฐ-พระตะบอง-นครวัต ช่วยการรบด้านอีสานและบูรพาทิ้งระเบิดที่หมายทางทหารได้ผลเป็นที่น่าพอใจทางราชการทุกครั้ง

ที่หลังเมืองท่าแขก ขณะ ร.ต.สังวาลย์บินไปสกัดข้าศึกที่สุวรรณเขตมิให้ข้าศึกมาทำร้ายจังหวัดอุดรธานีของเรานั้น ได้ถูก ปตอ.ฝ่ายข้าศึกระดมยิงเครื่องบินทะลุ 1 แห่ง ใกล้ที่นั่งนักบินและถูกตอนหางอีก 1 แห่ง แต่ ร.ต.สังวาลย์หามีความหวาดสะดุ้งกลัวเกรงอย่างใดไม่ ได้บังคับเครื่องบินของตนดำลงสู่ที่หมายซึ่งยิงมานั้นและทำการทิ้งระเบิดอย่างที่หมาย ปรากฏว่า ปตอ.ของข้าศึกสงบการยิงทันที ทั้งนี้เป็นการกระทำที่องอาจกล้าหาญมิได้ย่อท้อต่ออันตรายอันจะบังเกิดแก่ตน แม้กระทั่งที่มีกระสุนกำลังทำการยิงมาก็ตาม ก็ยังปฏิบัติหน้าที่จนสำเร็จอนึ่ง…เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2484 ร.ต.สังวาลย์ไปทำหน้าที่คุ้มครองเครื่องบินทิ้งระเบิดฝ่ายเราซึ่งออกไปทำการโจมตีนครวัต พอเครื่องบินของตนดำลงทิ้งระเบิด ก็ได้เห็นเครื่องขับไล่ของข้าศึก 2 เครื่องเข้าทำการโจมตีเครื่องบินทิ้งระเบิดฝ่ายเรา ร.ต.สังวาลย์จึงนำเครื่องบินของตนเข้าขัดขวางมิให้ข้าศึกทำการโจมตีสำเร็จ

ใ นการนี้ ร.ต.สังวาลย์ต้องทำการรบกลางอากาศกับข้าศึกระหว่าง 2 ต่อ 1 ด้วยความแก้วกล้าสามารถ ร.ต.สังวาลย์ได้ยิงเครื่องบินข้าศึกตก 1 เครื่อง อีก 1 เครื่องรีบผละหนีไป ขณะนั้นปืนทุกกระบอกของเครื่องบินบังเอิญติดขัดหมด จึงมิได้ไล่ติดตามไปคงพยายามแก้ไขปืนอยู่เป็นเวลานาน แต่ปืนก็ยังใช้การไม่ได้ขณะกำลังแก้ปืนอยู่นั้นได้เห็นเครื่องบินขับไล่ของข้าศึกกำลังโจมตีเครื่องบินฝ่ายเราอยู่อีก 1 เครื่อง ทั้งๆ ที่ปืนของ ร.ต.สังวาลย์ยังยิงไม่ได้ ตนเองก็นำเครื่องบินเข้าสกัดขัดขวางข้าศึกทำอาการประดุจจะเข้าทำการยิง ทำอยู่เช่นนี้ 2-3 ครั้ง เครื่องบินข้าศึกก็เสียขวัญผละหนีไปทันที ทำให้เครื่องบินฝ่ายเราพ้นอันตรายมาได้

การปฏิบัติทั้งนี้นับว่า ร.ต.สังวาล วรทรัพย์ มีความองอาจกล้าหาญเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อทำหน้าที่ให้ลุล่วงเป็นผลสำเร็จ ทั้งช่วยส่วนรวมโดยมิได้คำนึงถึงอันตรายเฉพาะตนเลย

พันจ่าอากาศตรีบุญ สุขสบาย นักบินประจำฝูงบินพิบูลสงครามที่ 1 กองบินน้อยที่ 66 นักบินผู้นี้ได้ไปทำการทิ้งระเบิดที่หมายทางยุทธศาสตร์ที่สตรึงเตรงและเมืองโขงเป็นผลสำเร็จอย่างองอาจสามารถหนหนึ่ง และกลับมาสู่ฐานทัพโดยสวัสดิภาพ ในคำรบสอง พันจ่าอากาศตรีบุญ สุขสบาย ได้รับหน้าที่เป็นผู้ยิงปืนหลังไปกับพันจ่าอากาศโทบุญเยี่ยม ปั้นสุขสวัสดิ์ ซึ่งเป็นนักบินเพื่อทิ้งระเบิดสนามบินนครวัตเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2484

พอถึงสนามบินนครวัตก็ถูกเครื่องบินขับไล่ของข้าศึก 4 เครื่องเข้าขัดขวางแต่พันจ่าอากาศโทบุญเยี่ยม ปั้นสุขสวัสดิ์ ได้บังคับเครื่องบินเข้าทิ้งระเบิดจนเป็นผลสำเร็จเช่นเดียวกับเครื่องอื่นๆ ที่ไปในหมู่เดียวกัน ส่วนพันจ่าอากาศตรีบุญ สุขสบาย ต้องทำการยิงต่อสู้กับข้าศึกอย่างไม่สะทกสะท้านตลอดเวลาจนเครื่องบินของตนถูกยิงตกในดินแดนข้าศึกถึงอันตราย

ทั้งนี้เห็นได้ชัดว่าพันจ่าอากาศตรีบุญ สุขสบาย ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ผ่านอุปสรรคด้วยความยากลำบากโดยมุ่งหวังให้บรรลุสำเร็จสมประสงค์ของทางราชการเป็นเบื้องหน้า ตราบจนตนเองต้องเสียชีวิตหนักกว่า อากาศตรีบุญ สุขสบาย ได้แสดงความกล้าหาญอย่างยอดเยี่ยมฝากเกียรติคุณไว้แก่ประเทศชาติแล้ว

7 กันยายน 2484 ทหารกล้าทั้ง 3 เหล่าทัพที่ทำการรบอย่างกล้าหาญ เพื่อมาตุภูมิ รับมอบเหรียญกล้าหาญจาก จอมพล ป. พิบูลสงคราม ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า (ตามภาพ)

นามของวีรบุรุษเหล่านี้ถูกจารึกไว้ ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...