โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดีมานด์แม่พันธุ์หมูใต้พุ่งรายย่อยแห่เลี้ยงอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2565 เวลา 05.41 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2565 เวลา 05.41 น.

ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคใต้ ทั้งภูเก็ต-สุราษฎร์ฯ-สงขลา-พัทลุง แห่ลงเลี้ยงสุกรใหม่ ทำดีมานด์แม่พันธุ์สุกรพุ่ง หลังตลาดท่องเที่ยวฟื้นตัว การบริโภคเพิ่ม ด้านนายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้เตือนผู้เลี้ยงรายย่อยต้องซื้อสุกรจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน GFM และ GAP มีระบบป้องกันในฟาร์มที่ดี เหตุความเสี่ยงจากโรค ASF ยังสูง ยังไม่มีวัคซีน

นายบัณฑิต น่องมา อดีตกำนันตำบลตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เจ้าของสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่ภาคใต้มีความต้องการแม่พันธุ์สุกรสูงมาก เนื่องจากหลายคนเริ่มเข้ามาลงทุนเลี้ยงกันใหม่ ตั้งแต่ จ.ภูเก็ต จ.สุราษฎร์ธานี จ.สงขลา จ.พัทลุง ฯลฯ เพื่อนำไปขยายพันธุ์ต่อไป ทำให้ผู้ผลิตขยายพันธุ์ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

โดยสุกรแม่พันธุ์ราคาประมาณ 14,000 บาท/ตัว ส่วนลูกสุกรที่จะนำไปผลิตเป็นแม่พันธุ์ ขนาดลูกหย่านม อายุขนาดประมาณ 1 เดือน ราคาประมาณ 2,200 บาท/ตัว ในส่วนฟาร์มของตนที่ผ่านมาได้ลงทุนทำฟาร์มสุกรแม่พันธุ์จำนวน 420 แม่ ผลิตลูกสุกรขุนได้ประมาณ 3 รุ่น/ปี ล่าสุดได้ลงทุนสร้างฟาร์มใหม่ขนาดเล็กขึ้นมาอีก 1 ฟาร์ม เพื่อขยายการเลี้ยงแม่พันธุ์เพิ่ม

นายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาวะสุกรตอนนี้มีแรงจูงใจที่จะเข้ามาลงทุนเลี้ยงกันใหม่ โดยราคาตลาดสุกรค่อนข้างดี ราคาหน้าฟาร์มสุกรมีชีวิตประมาณ 100 บาท/กก. เนื่องจากการบริโภคขยายตัวเติบโต โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ ในภาคใต้เริ่มฟื้นตัว เช่น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ชายแดนไทย-มาเลเซีย

ส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ร้านอาหาร เกิดการใช้จ่ายการบริโภค ส่งผลให้ตลาดเนื้อสุกรดีขึ้นตามไปด้วย คาดว่าประมาณกลางปี 2566 ตลาดสุกรจะเริ่มขับเคลื่อนเข้าสู่ระดับที่ดี ทั้งนี้ ราคาสุกรที่ปรับตัวดีขึ้น แต่ผลส่วนต่างกำไรไม่ได้มากนัก เนื่องจากต้นทุนการผลิตสุกรที่เพิ่มสูงขึ้นทุกตัว

“ตลาดการบริโภคขยายตัวเติบโตช่วงระยะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ภาพรวมการเลี้ยงสุกรจะกลับมาเหมือนในอดีต เพราะก่อนหน้านี้ฟาร์มเลี้ยงสุกรได้หดหายไปจำนวนมากจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันสุกร (ASF) โดยช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเฉพาะฟาร์มเลี้ยงสุกรในพื้นที่ภาคใต้ ฟาร์มหดหายไปประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์”

“ซึ่งทางภาคใต้จะเสียหายปริมาณน้อยกว่าทางภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง เพราะโรค ASF เข้ามาระบาดทางภาคเหนือก่อน ระบาดไปทางภาคอีสาน ลงมาทางภาคกลาง ส่วนภาคใต้ระบาดเป็นลำดับสุดท้าย ทำให้ทางภาคใต้ตื่นตัวป้องกันตั้งการ์ดไว้อย่างเข้มข้นสูงมากในการป้องกันโรค ASF จึงเสียหายปริมาณน้อย”

นายปรีชากล่าวต่อไปว่า ภาคใต้มีการเลี้ยงสุกรประมาณ 100,000 แม่พันธุ์ ตอนนี้ยังเหลือประมาณ 70,000-80,000 แม่พันธุ์ จะให้ผลผลิตลูกสุกรประมาณ 1.6 ล้านตัว/รุ่น โดยเฉลี่ยแม่พันธุ์จะให้ลูกประมาณ 20 ตัว/รุ่น

ดังนั้น สถานการณ์การเลี้ยงสุกรจะเข้าสู่ปกติจะต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง เพราะผู้เลี้ยงบางส่วนที่ประสบกับโรค ASF ยังหวั่นวิตก จึงยังไม่กล้าตัดสินใจลงทุนเลี้ยงใหม่ เพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ASF ในสุกร

นายปรีชากล่าวว่า ผู้เลี้ยงสุกรที่จะเข้ามาลงทุนเลี้ยงใหม่ จะต้องลงทุนซื้อแม่พันธุ์เพื่อขยายผลนำลูกสุกรมาเป็นแม่พันธุ์ โดยการเลี้ยงแม่พันธุ์สุกรจะต้องใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 5-6 เดือน กว่าจะได้ลูกสุกรและราคาลูกหย่านมประมาณอายุ 1 เดือน ราคากว่า 2,000 บาท/ตัว และลูกสุกรที่มีน้ำหนักและอายุมากกว่านั้น ราคากว่า 3,000 บาท/ตัว

ส่วนที่นำไปเลี้ยงเป็นสุกรขุนกว่าจะเข้าสู่โรงเชือดใช้เวลาประมาณอีก 6 เดือน รวม 1 ปี จึงส่งสุกรออกสู่ตลาดได้ ภาพรวมแล้วประมาณ 1 ปี อย่างไรก็ตาม คาดว่าประมาณกลางปี 2566 ตลาดสุกรจะเริ่มขับเคลื่อนที่จะเข้าสู่ในระดับที่ดี

นายปรีชากล่าวต่อไปว่า ขอฝากไปยังกลุ่มผู้เลี้ยงที่ตัดสินใจลงทุนเลี้ยงสุกรกันใหม่ ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ 1.การป้องกันโรค การฆ่าเชื้อโรคจะต้องป้องกันให้ได้ 2.สุกรที่จะนำมาเลี้ยงต้องปลอดจากโรค ต้องคัดเลือกแม่พันธุ์ที่มีคุณภาพดีจากแหล่งเพาะเลี้ยงที่มีมาตรฐาน

3.ฟาร์มสุกรต้องยกระดับอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ ต้องมีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (Good Farming Management-GFM) และมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร (Good Agricultural Practices : GAP) ถึงจะปลอดภัยจากโรคได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...