โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

“พุฒ-จุ๋ย” เปิดใจกว่าจะได้น้องน้อยให้ “พีร์เจ” ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เคยเกือบจะเป็นโรคซึมเศร้า

daradaily

อัพเดต 09 ส.ค. 2567 เวลา 01.29 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2567 เวลา 02.00 น.

“พุฒ-จุ๋ย” เปิดใจกว่าจะได้น้องน้อยให้ “พีร์เจ” ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เกือบเป็นโรคซึมเศร้า

หัวใจพองโตยิ้มแก้มปริกันทุกครอบครัว สำหรับ “พุฒ พุฒิชัย” กับ “จุ๋ย วรัทยา” หลังจากที่ประกาศข่าวดีขึ้นแท่นเป็นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ลูกสองกำลังมีน้องน้อยให้ “พีร์เจ” แล้ว

ซึ่งกว่าจะสำเร็จฝ่าฟันอุปสรรคในการมีลูกคนที่สองมาได้ “พุฒ-จุ๋ย” ได้เปิดใจผ่านทางช่องยูทูป ว่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องใช้ความอดทนสูงมาก และที่ตัดสินใจจะมีน้องให้พีร์เจ ตอนนั้นได้เข้ามาปรึกษากับทาง GFC เพราะพร้อมเติมเต็มความฝันให้ทุกครอบครัว โดยหลังจากไปปรึกษาทั้งคู่ก็ได้เล่าให้ฟังว่า

พุฒ พุฒิชัย : กลับมานั่งตรงนี้กันอีกรอบนึงแล้วนะครับ 2 ปีแล้วโชว์ท้องหน่อยสิครับ คุณแม่

จุ๋ย วรัทยา : ตอนนี้ใกล้จะ 5 เดือนแล้วนะคะตอนที่เราถ่ายกันอยู่ ก่อนที่เราจะรู้ว่าผลแบบติดจริงๆแน่นอนเราผ่านความตื่นเต้นกันอีกครั้ง

พุฒ พุฒิชัย : ตอนท้องที่หนึ่งมีคนเข้ามาแสดงความยินดีมากมาย แล้วก็บอกว่าเห็นไหมพอผ่านท้องแรกไปได้ท้องที่ 2 จะง่ายมาก แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นอย่างที่หลายๆ คนคิดนะ

จุ๋ย วรัทยา : ไม่ได้ง่ายอยู่แล้ว การวางแผนครอบครัวของเราหรือว่าการที่เราแบบคุยกันตกลงกันว่าจะมีลูกมันเป็นการวางแผนที่เราอยากมีลูกจริงๆตั้งแต่ต้น เพราะว่าเราทั้งสองคนชอบเด็กมากๆ เราก็คิดว่าเราอยากมีลูกกัน แต่พอถึงวันที่อยากจะมีจริงๆ เหมือนทำงานเคลียร์เรียบร้อยแล้วกลายเป็นคนมีบุตรยากไปซะแล้วตอนนั้น แล้วก็ทำให้เราฝ่าฟันมากันจนแบบว่าใจเสียบ้างอะไรบ้างนะคะ เกือบเป็นซึมเศร้าบ้างจนฝ่าฟันกันมาได้จนได้น้องพีร์เจ ระยะเวลาที่เราเหมือนมีลูกคนที่ 2 จะดูเหมือนว่าทำไมมาช่วงเวลานี้เพราะเรารู้สึกว่าเวลากำลังห่างกันอยู่ในช่วงเวลาที่พอดีจริงเราวางแผนไว้ทั้งหมด ตั้งแต่แรกเลยพอแม่รู้ว่าแม่มีฮอร์โมนแล้วก็มีค่า AMH ที่แบบมีลูกยากมากๆแล้ว แม่ก็วางแผนไว้เลยและก็คุยกับพ่อพุฒอยากมีมากกว่าหนึ่งอยู่แล้ว และน้องพีร์เจเป็นตัวอ่อนแรกอยู่แล้ว และน้องเป็นตัวอ่อนที่สอง ซึ่ง จุ๋ย ขอคุณหมอไว้เลยให้ตรวจทุกอย่างให้ผ่านพร้อมที่จะใส่เลยต่อจากน้องพีร์เจโชคดีมากๆที่การใส่ของเรามัน 100 เปอร์เซ็นต์เลยเหมือนเป็นไข่ทองคำทั้งคู่ สำหรับคนที่ 2 นี่เราไม่ได้เลือกเลย ไม่ใช่ว่า อุ้ย !! อยากจะใส่คนที่ 2 เอาเพศอะไรนั้นไม่ได้เลยนะคะ

พุฒ พุฒิชัย : ซึ่งเดี๋ยวก็ต้องไปลุ้นกันนะครับ ว่าในท้องนี้จะเป็นผู้หญิงหรือว่าจะเป็นผู้ชาย

จุ๋ย วรัทยา : ซึ่งที่ จุ๋ย ปณิธานไว้ว่าให้น้องพีร์เจสักขวบกว่าๆ แล้วจุ๋ยหยุดปั๊มนมร่างกายก็พร้อมพอดีประจำเดือนมา ก็เลยบอกคุณพ่อว่าจุ๋ยพร้อมแล้วหายเหนื่อยแล้ว ประกอบกับว่าเราเองก็ไม่ได้อายุน้อยสมมติว่าทิ้งระยะไปกว่านี้ก็อาจจะเหนื่อยกว่านี้ แล้วก็มีข้าวของบางอย่างของที่พีร์เจใช้น้องก็สามารถใช้ต่อได้เลยก็เป็นเรื่องของการประหยัดหลายๆอย่าง

พุฒ พุฒิชัย : ซึ่งมาในจังหวะเวลาที่ดีมากๆแต่ว่าความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นกับเราสองคนเช่นกัน สำหรับท้องที่ 2 นี่คือ

จุ๋ย วรัทยา : ด้วยความที่แม่มีตัวอ่อนเหลืออีกแค่ตัวเดียว ดังนั้นเราก็อยากให้ท้องนี้ติด 100 เปอร์เซ็นต์ อาจารย์พิทักษ์บอกว่าเราเว้นระยะในการตั้งครรภ์มาประมาณปีกว่าๆแล้ว อาจารย์ก็เลยบอกว่าให้เราตรวจ ERA TEST อีกครั้ง ตรวจ ERA คือการดูดผนังมดลูก เหมือนหลอดที่ไปดูดก็จะใหญ่กว่าหลอดที่ใส่ตัวอ่อน การดูดไปตรวจอีกรอบเพื่อดูว่าระยะเวลาที่เหมาะสมของผนังลูกมดของจุ๋ยอยู่ในช่วงการให้ยาถึง Day ไหน คนปกติทั่วไปก็จะคำนวณแค่ 5 วัน ซึ่งมันก็จะทำให้เราไม่ชัวร์ว่าจังหวะทองคำไหมที่ตัวอ่อนกับผนังจะเจอกันแล้วเหมือนฝังเลยอย่างดี แต่อย่างของเราคุณหมอก็แนะนำให้ตรวจนะคะ แล้วก็ท้องนี้ก็แนะนำให้ตรวจอีก แต่ผลปรากฏว่าไม่ได้ออกมาแค่ 5-6 วันนะคะ ต้องให้ Progesterone ถึง 7 วัน ไม่เคยเจอในคนไข้ที่อาจารย์พิทักษ์ทำเลยมันมากเกินคนปกติไป 2 วันเขาก็แนะนำว่าให้ตรวจอีกรอบยืนยันว่าร่างกายของจุ๋ย 7 วันจริงอาจารย์ก็ Go เลยแต่พอมาคุยกันเบื้องหลังอาจารย์ก็บอกว่าไม่เคยเจอเคสแบบนี้ ก็เลยมีความตุ้มๆต่อมๆเหมือนกัน แต่ว่าเราเชื่อมือนะเชื่อมือ GFC เชื่อมืออาจารย์พิทักษ์และก็พยาบาลทุกคน แต่จริงเวลาเข้าไปไม่ได้มีอะไรขุกๆขักๆเลยนะคะ คือข้างในห้องทำหัตถการคือสมูทมาก แต่ก่อนที่เราจะมาทำเราก็ได้กำลังใจจากน้องพีร์เจว่าคุณแม่สู้ๆ

น้องพีร์เจ : (ให้กำลังใจคุณแม่) สู้ๆ

พุฒ พุฒิชัย : เรามีวันสำคัญที่นี่นะครับ เราก็จะไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

จุ๋ย วรัทยา : ให้ช่วยเปิดทางเพราะว่าเรามาขอใช้อาคารสถานที่ที่นี่

พุฒ พุฒิชัย : เขาเรียกว่าวิทยาศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้ต้องมูช่วยกันด้วย

พุฒ พุฒิชัย : วันนี้เป็นอีกวันแรกๆเหมือนจะดูไม่ตื่นเต้นนะ แต่พอใกล้เวลามันตื่นเต้นนะ ครั้งนี้กับครั้งที่แล้วความตื่นเต้นกว่ากันมากน้อยขนาดไหนคะ

จุ๋ย วรัทยา : ตื่นเต้นมากๆเลย ก็ไม่ได้แตกต่างกันนะเหมือนความว่าความตื่นเต้นในการใส่ก็ยังลุ้นระทุกในวันใส่ยังมีอยู่แล้วก็เหมือนครั้งนี้ไม่ง่ายเลยนะคะ กว่าที่จะมาวันใส่ได้

จุ๋ย วรัทยา : ณ วันที่ใส่ตัวอ่อนไปแล้วแม่ขึ้นไปอยู่ชั้น 2 ยาวเลยเจ็ดวันแต่ว่าเดินนะคะ เดินไปมาชั้น 2 แปรงฟันให้น้องพีร์เจทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้นอนติดเตียงนะคะ อันนี้คือสิ่งที่แม่ปฏิบัติตัวที่แม่ใส่ตัวอ่อนทั้ง 2 ท้องและต้องอย่าท้องเสียท้องผูกอันนี้ก็เป็นสิ่งที่แม่ต้องดูแลเรื่องของอาหารเรื่องโภชนาการให้เป็นพิเศษให้สะอาดให้ถูกหลัก และทาง GFC ก็นัดไปฉีดยาเรียกว่าฉีดยากันแท้งก็คือฮอร์โมนตัวหนึ่งทางคลินิกนัดเรา 10 วันเพื่อความชัวร์ แต่เราก็มีก่อนถึงวันที่ 10 เราก็ถามคุณพ่อว่าเราลองใช้ที่ตรวจครรภ์ตรวจกันก่อนไหม

พุฒ-พุฒิชัย : ไม่ตรวจเราก็อดทนจนถึง 10 วันเราก็ใส่ชุดแดงไปเลยคือ แม่เขาสายมูอยู่แล้วไงเขาก็ดูว่าวันนั้นถูกโฉลกกับสีอะไรไปฟังผลเลือดกับอาจารย์พิทักษ์

จุ๋ย วรัทยา : วันนั้นคือตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ตื่นเต้นกว่าที่ตอนท้องน้องพีร์เจอีกนะคะ จริงๆ 10 วันที่เราใส่มาก็เป็นช่วงเวลาแห่งความลุ้นๆท้องนี้ก็ไม่เหมือนตอนท้องน้องพีร์เจ ตอนท้องน้องพีร์เจเหมือนแบบตอนนั้นเรายังไม่ได้มีลูกไงเราก็สามารถพักได้เต็มที่ แต่พอท้องน้องที่กังวลเพราะว่าม๊ามี๊ก็พักแหละแต่จะมานอน 12 ชั่วโมงเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้วไง ก็ได้นอน 8-9 ชั่วโมง แล้วก็มีไปแปรงฟันน้องพีร์เจอะไรอย่างนี้ด้วย

อาจารย์พิทักษ์ : 3 5 6

พุฒ-พุฒิชัย : คือ ท้องใช่ไหมครับ

อาจารย์พิทักษ์ : ท้องสิ

จุ๋ย วรัทยา : (ดีใจกอดพ่อพุฒแน่น)

อาจารย์พิทักษ์ : ยินดีด้วยมากๆเลย อันนี้เป็นความภาคภูมิใจของเราไปด้วยกันเลย ด้วยไข่ที่มีน้อย ด้วยความที่มีอะไรที่แปลกๆหลายส่วนด้วยความที่ไข่น้อยในช่วงอายุที่ยังไม่น่าจะน้อย เรื่องของความพร้อมเยื่อบุที่แปลกๆพอสมควรคือ อันนี้คือเทคโนโลยีที่มาช่วยปิด Gap ถ้าเราใส่เหมือนเคสทั่วๆไปก็อาจจะไม่ท้องเพราะว่าคลาดกัน 2 วันเลย Receptive คือเลื่อนช่วงจังหวะที่ไม่พร้อมให้มาพร้อมเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเราอีกหนึ่งแรงในการ Adjust ให้ความพร้อมของเยื่อบุมาลงเมื่อมีความพร้อมหรือว่า Receptive เพราะว่าถ้าเกิดคนทั่วๆไปใส่อาจจะไม่ท้องอย่างครั้งแรก แทบจะไม่เคยเจอเคสไหนที่ให้เกิน 7 วัน ช่วงสามเดือนแรกก็คือทานอาหารมีประโยชน์อยู่แล้ว แล้วก็สามเดือนแรกไม่ยกของหนัก หลีกเลี่ยงเดินทางไปต่างประเทศ ในประเทศยังพอได้

จุ๋ย วรัทยา : สำหรับท้องนี้แม่ลุ้นกว่าท้องน้องพีร์เจอีกนะ เพราะว่าตอนท้องน้องพีร์เจมันมีอะไรตุ๊บๆแต่ท้องนี้คือนิ่งเลยเงียบเลยมาเหมือนคนปกติเลย แม่ลุ้นมาก ท้องสองจะชิวกว่าท้องแรกเพราะท้องแรกเราเหมือนเราไม่รู้อะไรมาเลย แต่ว่าคนนี้เราก็อยากให้สบายๆไม่เครียดเพราะว่าคิดว่าจะได้ติดง่ายก็เป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่ทำให้เราสบายใจดีวันนั้นสรุปคือกลับมากันด้วยรอยยิ้มโทรบอกคุณตาคุณยาย อากงอาม่าว่าแบบติดแล้วท้องสอง ด้วยความที่เราวางแผนนะคะ เราอยากจะเลี้ยงลูกสองคนเราก็วางแผนแบบนี้ไว้ ถ้าเกิดใครที่มีร่างกายหรือฮอร์โมนที่มีความยากในการเตรียมตัวอ่อน แนะนำในช่วงร่างกายเรามันฟูลแล้วมันติดแล้วสุขภาพดีแล้วเก็บตัวอ่อนเอาไว้เราไม่รู้ในช่วงที่เราอายุมากขึ้นมันจะมาแบบเดิมหรือเปล่า แล้วก็ดีใจมากที่ไปที่ไหนก็แล้วแต่คนที่มีบุตรยากจะพุ่งเข้ามาคุย เหมือนเขาดูคู่เราแล้วเหมือนกับความเขากลับมามีไฟอีกครั้ง

พุฒ พุฒิชัย : ประโยคนี้แหละที่มีคนเดินเข้ามาพูดกับครอบครัวเราบ่อยมากแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ 0.01 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังทำให้ได้ถึงสองท้องด้วยกัน เป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังเตรียมตัวอยู่นะครับ

จุ๋ย วรัทยา : หรือจุดประกายที่ท้อไปแล้วแต่กลับมาสู้ เพราะทาง GFC ได้บอกกับทางเราว่ามีบางครอบครัวที่ท้อไปแล้ว แล้วมาดูคลิปเราก็สู้อีกครั้งเราดีใจมากๆเลยนะคะ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำตามความฝันสำหรับครอบครัวที่อยากมีลูกนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...