โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีคุมกำเนิดที่คุณใช้ มีโอกาสพลาด "ตั้งครรภ์" กี่เปอร์เซ็นต์

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 27 ก.ย 2567 เวลา 09.31 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2567 เวลา 09.02 น.

การคุมกำเนิด คือการป้องกันการตั้งครรภ์ เพื่อไม่ให้พลาดตั้งครรภ์ โดยไม่ให้อสุจิผสมกับไข่หรือป้องกันการฝังตัวของตัวอ่อนที่โพรงมดลูก ซึ่งการคุมกำเนิดมีหลากหลายวิธีสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ วันนี้เรามีข้อมูลว่า "การคุมกำเนิด" แต่ละวิธี มีโอกาสพลาดตั้งครรภ์กี่เปอร์เซ็นต์

การคุมกำเนิดแบ่งเป็น 2 ประเภท

1.การคุมกำเนิดแบบถาวร (Permanent contraception) เป็นการคุมกำเนิดเมื่อไม่ต้องการให้มีบุตรอย่างถาวร เช่น การทำหมันชายและการทำหมันหญิง

2.การคุมกำเนิดแบบชั่วคราว (Temporary or Reversible contraception) เป็นวิธีใช้ป้องกันการตั้งครรภ์เมื่อยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร หรือต้องการเว้นระยะเวลาการมีบุตร เมื่อหยุด ก็ยังสามารถมีบุตรได้อีก

- ห่วงอนามัย (มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยมาก เพียง 0.01-1%) : เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ชิ้นเล็ก ๆ ที่มีไว้สำหรับใส่เข้าไปในโพรงมดลูกของสตรี เพื่อทำให้สภาพในโพรงมดลูกไม่เหมาะแก่การฝังตัวของตัวอ่อน จึงใช้ป้องกันการตั้งครรภ์ชั่วคราวได้ดี

- ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (มีโอกาสตั้งครรภ์ 1-9 %) : คือยาเม็ดคุมกำเนิดที่เป็นแผง มีส่วนประกอบของฮอร์โมนรวมสองชนิด ได้แก่ เอสโตรเจนและโปรเจสติน ซึ่งยับยั้งการตกไข่และทำให้อสุจิเคลื่อนที่ยากขึ้น บางยี่ห้อมีเพียง 21 เม็ดแล้วเว้นไป 7 วันค่อยเริ่มกินแผงใหม่ แต่ส่วนใหญ่มี 28 เม็ด ซึ่ง 7 เม็ดสุดท้ายเป็นแป้งหรือวิตามินเพื่อป้องกันการลืมกินยา ยาเม็ดคุมกำเนิดมีข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคบางโรค เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด จึงควรปรึกษาหมอหรือเภสัชกรก่อนใช้

- ถุงยางอนามัย (มีโอกาสตั้งครรภ์ 2-18 %) : คือ อุปกรณ์ที่ใช้คุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง (หากใช้อย่างถูกวิธี) สามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดต่าง ๆ ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเอดส์ นอกจากจะใช้เพื่อคุมกำเนิดและป้องกันโรคได้ด้วย

- ยาฝังคุมกำเนิด (มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยมาก เพียง 0.01%-0.5%) : โดยเป็นการใช้ฮอร์โมนชนิดเดียว คือ โปรเจสตินที่บรรจุเอาไว้ในหลอดหรือแท่งพลาสติกเล็ก ๆ ขนาดเท่าไม้จิ้มฟันชนิดกลม นำมาฝังเข้าไปที่ใต้ผิวหนังบริเวณใต้ท้องแขนด้านที่ไม่ถนัด ซึ่งฮอร์โมนจะค่อย ๆ ซึมผ่านออกมาจากแท่งยาเข้าสู่ร่างกายและไปยับยั้งการเจริญเติบโตของฟองไข่ ส่งผลทำให้ไม่มีการตกไข่ตามมา จึงช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้

- ยาฉีดคุมกำเนิด (มีโอกาสตั้งครรภ์ 1-9%) : วิธีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวแบบหนึ่ง โดยจะเป็นการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อของสตรีในระยะเวลาตามที่แพทย์กำหนด หลังจากฉีดตัวยาจะค่อยๆ ขับฮอร์โมนออกมา เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากในรายที่ต้องการเว้นระยะการมีบุตร เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูง ทำได้ง่าย สะดวก และมีราคาถูก

- การนับระยะปลอดภัย (มีโอกาสตั้งครรภ์สูงถึง 24%) : ระยะปลอดภัยที่ว่าคือ “หน้า 7 หลัง 7” โดยนับจาก ‘วันแรก’ ที่มีประจำเดือน คือ 7 วันก่อน ‘หน้า’ ที่จะมีประจำเดือนวันแรก และ 7 วัน ‘หลัง’ จากวันแรกที่มีประจำเดือนแล้ว เพราะในระยะนี้จะยังไม่มีไข่ตก จึงสามารถมีเพศสัมพันธ์ ได้โดยไม่ตั้งครรภ์ ดังนั้นหากช่วงหน้า 7 หลัง 7 รวมเป็น 14 วันก็ถือว่า “ปลอดภัย” ระดับหนึ่งตามชื่อวิธีการ แต่วิธีการนี้ไม่เหมาะกับคนที่ประจำเดือนมาไม่แน่นอน หรือมีรอบเดือนรอบสั้นที่สุดกับรอบยาวที่สุดต่างกันมากกว่า 10 วัน (จะต้องจดบันทึกประวัติประจำเดือนมาแล้วหนึ่งปี) หรือช่วงที่มีอารมณ์เครียด ก็สามารถทำให้การตกไข่เปลี่ยนแปลงไปได้

การเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความพร้อมและความถูกต้องสำหรับแต่ละบุคคล นอกจากประสิทธิภาพแล้ว การคุมกำเนิดแต่ละวิธีก็ยังส่งผลแตกต่างกันบางเรื่องด้วย เช่น ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ไม่เท่ากัน ฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพ เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะตัวที่เหมาะสมสำหรับคุณ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...