โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Web 3.0 อนาคตของโลก ยุคอินเตอร์เน็ตที่ยิ่งกว่าไร้พรมแดน จะใช้เต็มรูปแบบในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

TODAY Bizview

อัพเดต 19 ก.ย 2567 เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 05.51 น. • workpointTODAY

เมื่อพูดถึง ‘อินเตอร์เน็ต’ ทุกคนจะนึกถึงเครือข่ายที่ทำให้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกสามารถเชื่อมโยงถึงกัน สื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้

ในอดีตการใช้อินเตอร์เน็ตยุคแรก (ช่วงปี 1990 – 2000) ส่วนใหญ่ยังใช้เพื่อการอ่านข้อมูล ยุคนี้จะเรียกว่า Web 1.0 แต่ก็เริ่มมีการคุยกันผ่านอีเมลและแชท แต่สัญญาณอินเตอร์เน็ตค่อนข้างช้า ทำให้มีข้อจำกัดในการเชื่อมต่อและโหลดข้อมูลอยู่มาก

จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในการใช้อินเตอร์เน็ต คือการพัฒนาจากยุค Web 1.0 มาเป็น Web 2.0 (ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา) เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เน้นไปที่ความสามารถในการโต้ตอบของผู้ใช้งานและการสร้างเนื้อหาที่มากขึ้น

โดย Web 2.0 จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถแสดงความคิดเห็น โพสต์รูปภาพ และวิดีโอ หรือแม้แต่สร้างชุมชนออนไลน์ของตนเองได้ ตัวอย่างเช่น Facebook, YouTube, และ Twitter ที่เราเล่นกันอยู่ในทุกวันนี้

และสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรม ตัวอย่างเช่น Google Docs และ Gmail ที่ให้บริการบนเบราว์เซอร์ ซึ่ง Web 2.0 ก็คือลักษณะอินเตอร์เน็ตที่เรานิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง

ทั้งนี้ แม้ว่าเราจะยังอยู่ในยุคของ Web 2.0 แต่หลายคนก็จะเริ่มได้ยินการพูดถึง Web 3.0 มากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน หรือจะพูดว่าเรากำลังก้าวไปสู่การพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ตอีกครั้งโดยหลายคนมองว่า Web 3.0 จะกลายเป็นอนาคตของโลกอินเตอร์เน็ตที่ไร้ข้อจำกัดมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงจาก Web 2.0 มาเป็น Web 3.0 เกิดขึ้นเนื่องจากข้อจำกัดหลายด้านที่พบใน Web 2.0 รวมถึงความต้องการในการพัฒนาการใช้อินเทอร์เน็ตที่ควรปลอดภัยและโปร่งใส

โดย Web 3.0 ได้ถูกเปลี่ยนแนวคิดไปเป็นการกระจายศูนย์ ซึ่งไม่ต้องพึ่งพาองค์กรหรือเซิร์ฟเวอร์กลางแบบ Web 2.0 แต่ใช้เครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ (Peer-to-Peer) ที่ทำให้การกระจายข้อมูลและการควบคุมสามารถแบ่งปันกันได้ในหมู่ผู้ใช้งาน

และยังช่วยให้ผู้ใช้มีความเป็นเจ้าของข้อมูลของตนเองผ่านการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) ที่ช่วยให้การควบคุมและการเข้าถึงข้อมูลเป็นไปอย่างโปร่งใสและปลอดภัย ผู้ใช้สามารถตัดสินใจได้ว่าใครจะสามารถเข้าถึงข้อมูลของตนได้บ้าง

ที่สำคัญปัจจุบันมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์มีเพิ่มขึ้น ความปลอดภัยของการใช้อินเตอร์เน็ตจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ระบบของ Web 3.0 ที่ใช้บล็อกเชนซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่โปร่งใส ทำให้สามารถตรวจสอบธุรกรรมและข้อมูลที่ถูกบันทึกได้ ลดปัญหาการทุจริตและการโกงได้ด้วย

ซึ่งการใช้ Web 3.0 ได้เริ่มขึ้นแล้วในบางส่วนและกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การใช้งานอย่างเต็มรูปแบบของ Web 3.0 ในวงกว้างคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า แต่จะขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การยอมรับของผู้ใช้ การพัฒนาของกฎหมายและนโยบาย ตลอดจนความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการใช้งานใหม่ๆ นี้ด้วย

แต่อนาคตของ Web 3.0 จะเป็นอย่างไร เมื่อไหร่ที่ผู้ใช้งานทุกคนจะพร้อมกระโดดไปสู่ Web 3.0 รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่รออยู่ในระยะข้างหน้าเป็นเรื่องที่ท้าทายมากของทั้งผู้พัฒนาและผู้ใช้งานเอง

สนใจเข้าร่วมงานนี้ ใส่โค้ด ‘TODAY’ เพื่อรับส่วนลด 10% สำหรับบัตรเข้างานทุกประเภท Get Your Tickets Now! https://bit.ly/TodayAtCIS2024 Agenda – Corporate Innovation Summit 2024 25-26 September 2024 True Digital Park, Bangkok, Thailand https://cis.riseaccel.com/program

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...