โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Francis Ford Coppola เลือกนักแสดงที่มีปัญหามารับบทใน 'Megalopolis' เพราะไม่ต้องการเป็นหนังที่เต็มไปด้วยความ Woke

BT Beartai

อัพเดต 29 ส.ค. 2567 เวลา 07.00 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2567 เวลา 15.33 น.
Francis Ford Coppola เลือกนักแสดงที่มีปัญหามารับบทใน 'Megalopolis' เพราะไม่ต้องการเป็นหนังที่เต็มไปด้วยความ Woke

เรียกได้ว่าเป็นหนังที่โอบรับความอื้อฉาวเอาไว้มากมายตั้งแต่ยังไม่ทันฉาย สำหรับ ‘Megalopolis’ ภาพยนตร์มหากาพย์ไซไฟโปรเจกต์ในฝัน และการเดิมพันทุนสร้าง 120 ล้านเหรียญ โดยไม่ผ่านระบบสตูดิโอของฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา (Francis Ford Coppola) ที่รับหน้าที่ทั้งเป็นโปรดิวเซอร์ กำกับ เขียนบทด้วยตัวเอง ที่กำลังจะเข้าฉายทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยวันที่ 26 กันยายนที่จะถึงนี้ ผ่านการจัดจำหน่ายโดย Lionsgate

ก่อนหน้านี้ ‘Megalopolis’ เป็นหนังที่มีประเด็นอื้อฉาวมากมาย ตั้งแต่พฤติกรรมของคอปโปลาที่เดินเข้าไปกอดจูบนักแสดงประกอบหญิงในระหว่างถ่ายทำ รวมไปถึงการปล่อยคลิปตัวอย่างหนังที่เรียกกระแสฮือฮาด้วยการใส่ถ้อยคำวิจารณ์หนังระดับตำนานของคอปโปลาในแง่ลบ ที่ภายหลังถูกเฉลยว่าเป็นการสร้างขึ้นมาด้วย AI จนทำให้ Lionsgate ต้องลบคลิปตัวอย่างหลังจากปล่อยไปได้เพียงวันเดียว

คอปโปลาได้ให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับ Rolling Stone เกี่ยวกับจุดยืนของเขาที่มีต่อ ‘Megalopolis’ ที่เขาได้อธิบายว่า ในยามที่ฮอลลีวูดถูกท้าทายให้ต้องพยายามสอดแทรกการตื่นรู้เกี่ยวกับความหลากหลายของสังคม (Woke Culture) รวมถึงเรื่องของ ความถูกต้องทางการเมือง (Political Correctness) รวมทั้งต้องระมัดระวังอันตรายจากวัฒนธรรมการคว่ำบาตร หรือแบนคนที่มีความประพฤติไม่เป็นไปตามระเบียบของสังคม (Cancel Culture)

ซึ่งเขาได้ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า เขาไม่ต้องการเอาใจตลาดด้วยการพยายามทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับการ Woke ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นมาจากการคัดเลือกนักแสดงส่วนหนึ่งที่เคยถูกตั้งประเด็น หรือเคยถูกแบนจากพฤติกรรมและแนวคิดที่ไม่สอดคล้องกับสังคมโดยรวมมาก่อน โดยไม่กลัวว่าชื่อเสียของพวกเขาจะส่งผลกระทบให้ตัวหนังโดนแบนไปด้วย

Francis Ford Coppola Megalopolis

“สิ่งที่ผมไม่ต้องการให้เกิดขึ้นกับหนังก็คือ การที่เราถูกมองว่าเป็นคนที่ผลิตหนังออกมาเพื่อสร้างความตื่นตัวทางสังคม เพียงเพื่อจะเอาไว้ใช้สั่งสอนผู้ชม ในหนังมีนักแสดงบางคนที่เคยถูกแบนมาด้วย บางคนก็มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมอย่างสุดขั้ว และบางคนก็มีแนวคิดการเมืองหัวก้าวหน้าอย่างเข้มข้น แต่เราทุกคนต่างก็ทำงานในหนังเรื่องเดียวกัน ซึ่งผมว่านั่นเป็นเรื่องที่น่าสนใจดี”

นักแสดงคนหนึ่งที่บทความนี้พูดถึงก็คือ จอน วอยต์ (Jon Voight) นักแสดงรุ่นใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักจากมุมมองทางการเมืองขวาจัด รวมทั้งยังออกตัวเป็นผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน (Republican Party) และอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มีแนวคิดสนับสนุนนโยบายเสรีอาวุธปืน และเคยแสดงความผิดหวังที่ลูกสาวดาราดัง แองเจลินา โจลี (Angelina Jolie) ออกมาแสดงออกต่อต้านสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในปี 2023

ในขณะที่ ดัสติน ฮอฟแมน (Dustin Hoffman) ก็เคยถูกสังคมตั้งข้อสงสัย หลังจากที่ในปี 2017 แอนนา เกรแฮม ฮันเตอร์ (Anna Graham Hunter) นักเขียนได้ออกมาเปิดโปงว่า ฮอฟแมนเคยถูกคุกคามทางเพศทั้งทางวาจาและการกระทำ ในระหว่างที่เธอเป็นเด็กฝีกงานในกองถ่ายหนังฉายทางโทรทัศน์เรื่อง ‘Death of a Salesman’ (1985) ที่ฮอฟแมนร่วมแสดง ซึ่งตอนนั้นเธอมีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น

ต่อมา เวนดี ริส แกตซิอูนิส (Wendy Riss Gatsiounis) โปรดิวเซอร์ที่เคยทำงานกับเขาก็ออกมาแฉว่า ในปี 1991 เธอได้ติดต่อขายบทกับฮอฟแมนเพื่อนำไปทำเป็นหนัง แต่เธอกลับโดนคำถามในเชิงคุกคามว่า “เคยมีอะไรกับผู้ชายอายุเกิน 40 หรือไม่ ? ” รวมทั้งพยายามจะชักชวนเธอไปโรงแรม จนเธอปฏิเสธ ในเวลานั้นฮอฟแมนได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่ได้มีเจตนาจะทำแบบนั้น และขอโทษหากการกระทำของเขาทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

นักแสดงอีกคนที่มีชื่อเสียงอื้อฉาวมาโดยตลอดก็คือ ไชอา เลอบัฟ (Shia LaBeouf) ที่นอกจากจะโด่งดังจากพฤติกรรมแปลก ๆ แล้ว ในปี 2020 เอฟเคเอ ทวิกส์ (FKA Twigs) อดีตแฟนสาวได้ฟ้องเลอบัฟในข้อหาใช้ความรุนแรงและทำร้ายร่างกาย ในช่วงระหว่างปี 2018-2019 หลังจากที่ทั้งคู่ร่วมงานในหนัง ‘Honey Boy’ (2019) โดยทวิกส์ได้กล่าวหาว่าอดีตแฟนหนุ่มเคยก่อเหตุหลายต่อหลายครั้ง ทั้งถูกขู่ว่าจะขับรถชนเพื่อบังคับให้เธอบอกรักเขา รวมทั้งเคยถูกบีบคอ ถูกโวยวายใส่หน้า แสดงอาการหึงหวงอย่างรุนแรง รวมทั้งทำให้เธอติดโรคทางเพศสัมพันธ์ด้วย

แม้พฤติกรรมของเลอบัฟจะทำให้เขาถูกแบนจนแทบจะไม่มีผลงานในฮอลลีวูด แต่ด้วยฝีมือการแสดง ก็ทำให้คอปโปลาตัดสินใจเลือกเขามาร่วมงานในหนังเรื่องนี้

“ไชอาเป็นคนที่เข้าถึงบทบาทได้อย่างแท้จริง ผมไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานกับเขามาก่อนหน้านั้น แต่เขามักจะจงใจสร้างความตึงเครียดระหว่างตัวเขากับผู้กำกับอย่างมาก เขาทำให้ผมนึกถึง เดนนิส ฮอปเปอร์ (Dennis Hopper) ที่มักจะทำอะไรทำนองนี้เหมือนกัน และจากนั้นก็ต้องคอยบอกเขาว่า ‘งั้นทำอะไรก็ได้เลย’ แล้วเขาก็จะทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ในที่สุด”

Francis Ford Coppola Megalopolis

นอกจากนี้ คอปโปลายังได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีข่าวอื้อฉาวที่เขาเดินเข้าไปกอดและจูบนักแสดงประกอบหญิง ในระหว่างถ่ายทำ ‘Megalopolis’ เขากล่าวอ้างว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นไปเพื่อจะต้องการทำลายตัวหนัง

“คุณคงพูดถึงบทความของ The Guardian ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลย ถ้าคุณได้อ่านบทความนั้น คุณจะรู้ว่าบุคคลที่ให้ข้อมูลเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ให้ข้อมูลในบทความของ The Hollywood Reporter ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าแหล่งข่าวมาจากไหน บทความนั้นบอกว่ามีทีมงานที่ถูกไล่ออก และมีคนที่ทยอยกันลาออกไปจำนวนมาก”

“ซึ่งความจริงก็คือพวกเขากำลังหาข้อมูลแง่ลบบางอย่างมาโจมตี ผู้หญิงที่ผมจูบที่แก้มในฉากวันปีใหม่นั่นก็เป็นผู้หญิงที่ผมรู้จักอยู่แล้ว มันช่างน่าตลกจริง ๆ ลองไปดูนะ เวลาที่บทความพวกนั้นถูกปล่อยมา เป็นช่วงเวลาที่เราจะฉายหนังรอบปฐมทัศน์ที่ Cannes พอดี พวกเขาแค่พยายามจะทำลายภาพยนตร์เท่านั้นเอง”

“มีเทรนด์ในฮอลลีวูดที่แพร่หลายอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าคุณปฏิบัติตามกฎของเรา คุณก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น ‘แล้วฟรานซิสล่ะ ? เขาไม่ได้ปฏิบัติตามกฎนี่นา งั้นลองดูสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา นั่นไง เขากำลังจะล้มเหลว’ ผมเลยพยายามทำสิ่งที่แตกต่างออกไป”

“สำหรับผม ภาพยนตร์คือการเปลี่ยนแปลง หมายความว่า ภาพยนตร์ที่หลาน ๆ ของคุณกำลังจะทำ มันจะไม่มีอะไรที่เหมือนกับที่เราได้เห็นในตอนนี้เลย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...