โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกษตรไม่กระทบ-ทิปโก้ปิดโรงงาน สับปะรดขาดตลาดแพง 2 เท่า-ที่อื่นยังรับซื้อ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ต.ค. 2567 เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2567 เวลา 04.19 น.

เผยเกษตรกรไม่กระทบ “ทิปโก้” เลิกผลิตสับปะรดกระป๋อง เพราะสามารถส่งผลผลิตให้โรงงานอื่นได้ โดยปีนี้ขาดแคลนหนักวัตถุดิบน้อยกว่าความต้องการเกินครึ่ง ดันราคาสูง 13-14 บาท/กก. แพงกว่าราคาเหมาะสมถึง 2 เท่า ด้าน “ไซโก้” อีกโรงงานใหญ่ ยอมรับกระทบหนักต้องลดค่าใช้จ่าย หยุดผลิตเป็นพัก ๆ เพราะต้นทุนแพงและผลผลิตไม่เพียงพอ แต่พยายามยื้อให้นานที่สุด หวังปีหน้าสถานการณ์ดีขึ้น ชี้เหตุไม่นำเข้าเพราะต้นทุนยิ่งสูงขึ้นไปอีก

ทิปโก้หยุดไม่กระทบเกษตรกร

จากกรณีบริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้หยุดการดำเนินงานในธุรกิจการผลิตและจำหน่ายสับปะรดกระป๋องของ บริษัท ทิปโก้ ไพน์แอปเปิ้ล จำกัด บริษัทย่อยของบริษัท นับตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากผลการดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่อง และสภาวะความผันผวนของปริมาณและราคาของวัตถุดิบนั้น

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูประบุว่า เกษตรกรที่ส่งขายให้กับบริษัทดังกล่าวสามารถไปเจรจาขายสับปะรดให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ได้ เพราะการซื้อ-ขายสับปะรดเดิม เป็นลักษณะคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง ดังนั้นเมื่อทิปโก้ไม่ผลิตก็ไปเจรจาให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ อีกทั้งผลผลิตสับปะรดในประเทศนั้นยังผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ประกอบการในปัจจุบัน โดยปัจจุบันผู้ประกอบการผลิตสับปะรดกระป๋องในประเทศมีประมาณ 15 ราย รวมบริษัททิปโก้ด้วย

ชี้เหตุผลผลิตน้อยทุบสถิติ

ผลผลิตสับปะรดในประเทศในปี 2567 คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 7 แสนตัน แต่กำลังการผลิตต่อวันอยู่ที่ 5,000 ตันต่อวัน หรือประมาณ 1.5 ล้านตันในปีนี้ ซึ่งผลผลิตในปีนี้ยังขาดแคลนอยู่มาก ทำให้ผู้ประกอบการแย่งรับซื้อ ดันให้ราคาสับปะรดหน้าโรงงานอยู่ที่ 13-14 บาทต่อกิโลกรัม และหากมองว่าราคาที่เหมาะสมที่ทุกฝ่ายอยู่ได้ ควรจะเฉลี่ยอยู่ที่ 6-8 บาทต่อกิโลกรัม

โดยตลาดส่วนใหญ่ยังมีความต้องการอยู่และ 97% ประเทศไทยส่งออกสับปะรดกระป๋อง แช่แข็ง-แช่อิ่ม และน้ำสับปะรด ตลาดหลัก เช่น สหรัฐ-ยุโรป

“สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่เข้าโรงงานเพื่อผลิตเป็นสับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรด จะเริ่มเข้าโรงงานในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เพื่อผลิตและส่งออก โดยความผันผวนของผลผลิตสับปะรดยอมรับว่ามีผลต่อการดำเนินการธุรกิจ แม้ความต้องการคำสั่งซื้อในตลาดจะมี แต่หากผลผลิตขาดแคลน ราคาสูงก็กระทบต่อการทำธุรกิจ”

ภัยแล้งทุบซ้ำดันราคาสูงลิ่ว

สำหรับปัญหาผลผลิตสับปะรดขาดแคลนนั้นมีมาตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน แม้ในอดีตบางช่วงจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น 2.6 ล้านตันในปี 2554 แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการผลิต และยิ่งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรเจอปัญหาภัยแล้งยิ่งกระทบต่อผลผลิตเข้าสู่ตลาดน้อยลง มีผลต่อราคาและต้นทุนการผลิตให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก พื้นที่ที่เพาะปลูกส่วนใหญ่อยู่ที่ ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง ราชบุรี เพชรบุรี พิษณุโลก

อีกทั้งสับปะรดส่วนใหญ่ใช้วัตถุดิบในประเทศเท่านั้น ไม่มีการนำเข้า ส่วนคู่แข่งสำคัญของไทย คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ซึ่งมีผลผลิตเยอะและต้นทุนถูกกว่า

“SAICO” ชี้แพงขึ้นเกือบ 3 เท่า

นางสาวกัญญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท สยามอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด (มหาชน) หรือไซโก้ “SAICO” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทไซโก้และบริษัททิปโก้ประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบสับปะรดอย่างหนักต่อเนื่องมา 2-3 ปีแล้ว เนื่องจากปัญหาความร้อน แล้ง ไม่มีน้ำ ทำให้ผลผลิตสับปะรดทั้งระบบเหลือเพียง 660,000 ตัน

โรงงานผู้ผลิตสับปะรดรายอื่นเผชิญปัญหาเช่นเดียวกัน ทำให้มีการแย่งกันซื้อจากเกษตรกรส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นไปสูงมาก จากช่วงปกติราคา 5 บาทต่อ กก. ปัจจุบันขึ้นไปสูงถึง 13 บาทต่อ กก. ขณะที่ต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำมัน และค่าแรงกำลังจะปรับขึ้นอีก ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการแบกภาระกันหนักขึ้นไปอีก

หวังปี’68 สถานการณ์ดีขึ้น

ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัท ไซโก้ เองยอดขายและยอดการผลิตหายไปมากกว่า 50-60% ต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว แต่พยายามประคับประคองกันไป เพราะประเมินสถานการณ์ปี 2568 คาดหวังว่าผลผลิตสับปะรดจะมากขึ้น เพราะฝนเริ่มตกลงมาแล้ว ขณะเดียวกันต้องมองทิศทางสถานการณ์ตลาดปีหน้าด้วย แต่ในทางกลับกันหากปีหน้าราคาวัตถุดิบสูงขึ้น และตลาดไม่รับราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นก็อาจจะส่งผลกระทบให้กับทางบริษัท

“ที่ผ่านมาในอดีต 10 กว่าปีก่อน ประเทศไทยเคยมีผลผลิตสับปะรดมากที่สุด 2.5 ล้านตัน ผ่านมาประมาณ 5 ปีลดลงเหลือ 1.5 ล้านตัน ปี 2561 ลดมาเหลือประมาณ 1 ล้านตัน และปี 2567 ลดเหลือประมาณ 660,000 ตัน หายไปมากกว่า 60% ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ เราคาดหวังว่าเอลนีโญผ่านไป ปีหน้าผลผลิตจะดีขึ้น” นางสาวกัญญภัคกล่าว

โรงงานขาดทุนถ้วนหน้า

ประธานไซโก้กล่าวอีกว่า 2 ปีมานี้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผลิตสับปะรดทุกรายขาดทุนกันถ้วนหน้า เพียงแต่ใครจะทนไหว ใครพอมีสายป่านที่จะทนได้ ช่วงปีที่ผ่านมาเราได้เห็นหลายธุรกิจปิดตัวไป บริษัทรายใหญ่ ๆ คงประเมินแล้วว่า ถ้าทำต่อไปขาดทุน เขาหยุดวันนี้แล้วเก็บเงินนั้นไปลงทุนทำอย่างอื่นดีกว่า ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัทว่าการขาดทุนที่เกิดขึ้นยอมรับได้มากน้อยเพียงใด

ที่ผ่านมามีบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งที่มีโรงงานผลิตสับปะรด 2 แห่ง ที่ชลบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ก็ตัดสินใจปิดโรงงานที่ประจวบฯไป 1 แห่ง ก่อนหน้าบริษัท ทิปโก้ ประกาศปิดในส่วนการผลิตสับปะรด

เผยเหตุไม่นำเข้าจาก ตปท.

นางสาวกัญญภัคกล่าวต่อไปว่า การขาดแคลนวัตถุดิบทำให้โรงงานไซโก้เอง ปี 2566 ต้องหยุดการผลิตไปประมาณ 5 เดือน ปี 2567 ช่วงที่เปิดผลิตด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ผลิตได้ไม่เต็มกำลังการผลิต และพนักงานที่มีอยู่จำนวนมาก ทำให้มีต้นทุนที่ต้องแบกรับภาระสูงมาก

ที่ผ่านมาบริษัทแก้ปัญหาโดยลดกำลังการผลิต ลดคนไปบางส่วน และเคยมีความคิดว่าจะปิดโรงงานผลิตจาก 2 แห่งเหลือเพียง 1 แห่ง แต่ผู้บริหารประชุมกัน และในที่สุดตกลงกันว่า จะยอมรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น แล้วมาสู้ โดยลดกำลังการผลิต ตัดลดค่าใช้จ่าย มาสู้กันอีกเฮือกว่าไปต่อได้หรือเปล่า แต่ถ้าไปไม่ได้ก็ต้องหยุด

“วัตถุดิบสับปะรดสดไม่สามารถนำเข้าจากต่างประเทศมาผลิตได้ เพราะควบคุมเรื่องโรค แมลง การขนส่งต้องใส่ตู้แช่เย็น ซึ่งทั้งหมดเป็นต้นทุนที่สูงกว่าจะมาถึงประเทศไทย และช่วงที่ผ่านมาในต่างประเทศมีปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนเช่นกัน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกษตรไม่กระทบ-ทิปโก้ปิดโรงงาน สับปะรดขาดตลาดแพง 2 เท่า-ที่อื่นยังรับซื้อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...