โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“เหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ กับสภาพจิตใจที่ต้องไปต่อ”

The Publisher

เผยแพร่ 03 ต.ค. 2567 เวลา 10.55 น.

.

จากเหตุโศกนาฏกรรมรถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานี เกิดเพลิงไหม้ทำให้ครูและนักเรียนเสียชีวิต 23 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 คน สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัว และคนในสังคมเป็นอย่างมาก ถึงวันนี้ความโศกเศร้าสะเทือนใจ สร้างผลกับสภาพจิตใจอย่างไร และควรมีทางออกแบบไหน

.

The Publisher สัมภาษณ์ นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต หน่วยงานที่มีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูสภาพจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย และบาดเจ็บ

The Publisher : ตอนนี้หลังจากที่ทีมของกรมสุขภาพจิต เข้าไปในพื้นที่แล้ว เราพบปัญหายังไงบ้าง ความเครียดของทั้งครอบครัวแล้วก็ทั้งผู้ประสบเหตุเป็นอย่างไรบ้าง

นพ.วรตม์ : ตอนนี้กรมสุขภาพจิต ลงไปตั้งแต่วันแรกแล้วครับ ช่วยลงพื้นที่ไป คือพื้นที่ที่กรมสุขภาพจิตลงไป จะมีอยู่สองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกเป็นส่วนที่สถาบันนิติเวชศาสตร์ ซึ่งจะมีครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิต ที่ไปรวมกันอยู่ตรงนั้น แล้วก็จะมีส่วนหนึ่งอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี เราก็แบ่งทีมที่เรียกว่าเอ็นแคปนะครับ หรือวิกฤตทีมเยียวยาจิตใจ ทีมวิกฤตสุขภาพจิต มีทั้งของกรมสุขภาพจิต และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ไปร่วมกันทํางานในทั้งสองพื้นที่

โดยแบ่งกลุ่มของผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็น 4 กลุ่ม ที่ต้องบริหารจัดการ และความเข้มข้นแตกต่างกัน

กลุ่ม A เป็นกลุ่มที่อาจจะเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ หรือเป็นญาติของผู้ที่เสียชีวิตนะครับ

กลุ่ม B เป็นกลุ่มที่เป็นญาติของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

กลุ่ม C เป็นกลุ่มที่อยู่ในโรงเรียนและรับฟังข่าวสารของเพื่อนๆ ที่ได้รับผลกระทบ

กลุ่ม D คือประชาชนทั่วไป

โดย กลุ่ม A ต้องมีความเข้มข้นที่สูงกว่า เพราะเป็นคนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงโดยตรง เราก็แบ่งทีมไปหลายทีมมากๆ และส่วนหนึ่งที่อยู่ในสถาบันนิติเวชศาสตร์ หลังส่งร่างไปที่อุทัยธาณีครบแล้ว จะย้ายกลับมาทำงานต่อที่อุทัยธานี

The Publisher : มีสถิติอะไรออกมาบ้างไหมว่า ท่านที่เครียดมากที่สุดจนถึงขั้นต้องน่ากังวลและต้องดูแลอย่างใกล้ชิดมีมากน้อยแค่ไหน

นพ.วรตม์ :เราไปลง ไปประเมินของคนที่อยู่ในกลุ่ม A เขตที่จะA ภูมิลำเนาก็จะเป็นA และ C ในโรงเรียน

จากข้อมูลวันที่ 1 ตุลาคมมี 18 คน เครียดสูงประมาณ 10 คน และทั้งหมดมีการให้ปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้นไปแล้ว มี 2 รายที่ต้องส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนพื้นที่ภูมิลำเนา A มี 17 คน กลุ่ม C ประมาณ 39 คน รุนแรงน้อย มีแค่เครียดสูงประมาณ 1 คน วันนี้จะจัดแบ่งทีมเพื่อดูแลในแต่ละครอบครัว เรียกว่า Family Folder ว่าแต่ละครอบครัวมีใครบ้าง ก็จะมีการเข้าไปติดตามใกล้ชิดต่อเนื่องระยะยาว ใน 4 ระยะ

The Publisher : อันนี้คือเราจะอยู่ในพื้นที่ถึงเมื่อไหร่คะ

นพ.วรตม์ : คือทีมจริงๆ ส่วนกลางก็จะลงในพื้นที่จนกว่าจะถึงในช่วงคาดว่าจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ จนถึงช่วงนั้นก็อาจจะส่งไม้ต่อให้กับทีมเอนแคป ที่อยู่ในพื้นที่ เขาจะเข้าใจบริบทของชุมชน เข้าใจพื้นที่ เข้าใจรู้จักญาติ ทีมนั้นก็จะเป็นทีมที่ดูต่อระยะยาว คือทีมแพทย์ ทีมส่วนกลาง ทีมนักจิตวิทยาต่างๆ จะลงไปดูระยะวิกฤตเฉียบพลันใน 72 ชั่วโมงแรก เราจะต้องส่งทีมเข้าไปดูเยอะ

ส่วนระยะถัดมาจะเป็น 3-14 วันแล้ว เรียกว่าระยะผลกระทบ อันนี้ก็เริ่มถ่ายโอนงานให้กับพื้นที่ที่มีความเข้าใจ เพราะว่าเป้าหมายคือเราต้อการให้ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตอย่างสมดุลเร็วที่สุด ก็จะลดผลกระทบทางจิตใจว่าคนในพื้นที่จะมาจัดการตรงนี้

ส่วนระยะยาวคือ 2 สัปดาห์ถึงสามเดือน ก็จะเป็นระยะที่ต้องติดตามเรื่อยๆ ว่ามีผลกระทบทางสุขภาพจิตหรือเปล่า ส่วนระยะสุดท้ายเรียกว่า ระยะฟื้นคือ คือ 3 เดือน ถึง 1 ปี อันนี้จะเป็นช่วงฟื้นคืนสภาวะทางจิตของคน ให้กลับมาดีกว่าเดิม และก็พร้อมรับมือในการที่จะกลับมาอยู่กับเหตุการณ์ต่างๆได้

The Publisher : คุณหมอมีคำแนะนำไหมคะ ว่าสำหรับคนที่อาจจะประสบความสูญเสีย หรือประสบเหตุการณ์ในลักษณะนี้ การกลับมาใช้ชีวิตปกติ ควรจะต้องมีการปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง

นพ.วรตม์ : อย่างแรกคือเราอยากให้ทุกคนเข้าใจว่ากำลังอยู่ในเหตุการณ์ที่โศกเศร้าสูญเสียนะครับ เราก็อยากให้เขากลับมาใช้ชีวิต อาจจะไม่เหมือนเดิมเพราะสมาชิกในครอบครัวสูญเสียไป แต่อยากให้ใช้ชีวิตได้คล้ายๆเดิมได้อย่างรวดเร็วที่สุด มันอาจจะทำให้เกิดบาดแผลทางจิตใจได้ค่อนข้างมากนะครับ โรงเรียนเปิดก็ต้องปกติ แล้วก็มีช่วงที่ครอบครัวสามารถร่ำลา ไว้อาลัย โดยอาจจะไม่ได้มีคนภายนอกรบกวนมากนัก มีการดูแลจิตใจ นอกจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว อาจจะต้องดูแลตัวเองด้วย แล้วก็ดูแลซึ่งกันและกันด้วย ชุมชนจะมีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากที่สุด แล้วก็ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

สุดท้าย คนรอบข้าง อาจจะไม่ได้รับผลกระทบ ต้องระมัดระวังในการไปสอบถาม ซักถาม ครอบครัวที่เขาส่วนเสียไปแล้ว หรือเด็กที่ไม่มีอาการ สิ่งเหล่านี้ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกแย่ ความรู้สึกโศกเศร้า และกระตุ้นบาดแผลในจิตใจเขาได้ ถ้าเกิดคนนั้นเขาไม่ได้มีท่าทีหรืออาการ เราก็อาจจะหลีกเลี่ยงในการที่จะไปถามไถ่เรื่องนี้โดยตรง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...