โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : ASIA สถานการณ์การท่องเที่ยวโต หนุนยอดจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนผลประกอบการฟื้นตัว

Share2Trade

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 07.56 น. • Share2Trade

สถานการณ์การท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงต้นปีจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น หนุนธุรกิจ บมจ. เอเชียโฮเต็ล (ASIA) ที่ทำทั้งโรงแรมที่พัก และพื้นที่ให้เช่า ซึ่งได้รับผลดีจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดปีนี้ทะลุ 39 ล้านคน

รายงานพิเศษ ASIA สถานการณ์การท่องเที่ยวโต_0.jpg

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจโรงแรมโดยระบุว่า ภาพรวมของธุรกิจโรงแรมมีแนวโน้มเติบโตได้ดีทั้งอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการเติบโตของนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2024 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งประเทศคาดว่า จะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 72% ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยเติบโตสูงกว่าปี 2019 ราว 8% จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะเดินทางเข้าไทยมาราว 36 ล้านคนและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยราว 270 ล้านคน

ส่วนปี 2025 อัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเดินทางเข้ามาราว 39 ล้านคนและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยที่เติบโตมาอยู่ที่ราว 276 ล้านคน

แต่ธุรกิจโรงแรมยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากอุปทานห้องพักที่จะทยอยเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในภาคใต้อย่างภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และพังงา รวมถึงเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไทยอย่างน่าน เชียงราย และจันทบุรี

อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย ทำเลที่ตั้ง และความสามารถในการปรับตัว โดยธุรกิจโรงแรมที่มีศักยภาพในการเติบโต ได้แก่

1) กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ตระดับบน และระดับลักชัวรี่ที่รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงอย่างเช่นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มเดินทางมาไทยมากขึ้น

2) กลุ่มโรงแรมที่ตั้งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตและกรุงเทพฯ รวมถึงกลุ่มโรงแรมและที่พักที่ตั้งในเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ที่ภาครัฐออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

3) กลุ่มโรงแรมที่สามารถปรับตัวให้สอดรับกับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เช่น นักท่องเที่ยวกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซียและอิสราเอลที่มีโอกาสเดินทางมากขึ้นจากผลกระทบของภาวะสงคราม, กระแสการใส่ใจสุขภาพผ่านเทรนด์ Wellness tourism และการท่องเที่ยวแบบ Workation จากการเพิ่มขึ้นของกลุ่ม Digital nomad เป็นต้น

ขณะเดียวกันกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานภาพรวมการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 68 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-12 ม.ค. 68 ทั้งสิ้น 1,319,005 คน เพิ่มขึ้น 19.89% YoYสร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 66,089 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 205,521 คน มาเลเซีย 138,387 คน รัสเซีย 109,767 คน เกาหลีใต้ 78,147 คน และอินเดีย 72,970 คน

โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (6-12 ม.ค.) นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดหลักของตลาดระยะใกล้ (Short haul) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น 35.76% จากการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวของรัฐบาล และมาตรการด้านวีซ่า อีกทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวในหลายตลาด อาทิ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร

ซึ่งสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ รวมทั้งสภาพอากาศในประเทศไทย ที่มีฤดูหนาวที่ยาวนานกว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศหนาว ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่มีจำนวนผู้เข้าพักมากขึ้น รวมทั้งธุรกิจของ บมจ. เอเชียโฮเต็ล (ASIA) ที่ทำธุรกิจประเภทโรงแรม โดยให้บริการด้านห้องพักและภัตตาคาร ศูนย์การค้าให้เช่า และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และที่สำคัญโรงแรมและพื้นที่ให้เช่าของ ASIA อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม ทำให้ได้รับผลดีจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีการเดินทางเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ASIA : ประกอบธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร และธุรกิจให้เช่าช่วงพื้นที่ซึ่ง บมจ.เอเชียโฮเต็ล บริหารงาน“โรงแรมเอเชีย” ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร บริษัท เอเชียพัทยาโฮเต็ล จำกัด (AP) – บริษัทย่อย บริหารงาน “โรงแรมเอเชียพัทยา” ,บริษัท เอเชียแอร์พอร์ทโฮเต็ล จำกัด (AA)- บริษัทย่อย บริหารงาน 4 โรงแรม “โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท” , “โรงแรมเอเชีย ชะอำ” , “โรงแรมดาร์เลย์ เชียงใหม่” และ “โรงแรมราชพฤกษ์ ลานนา บูทีค” ตั้งอยู่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

ส่วนธุรกิจศูนย์การค้า (ให้เช่าพื้นที่) 1.บริษัท เซียร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (ZP) – บริษัทย่อย บริหารงาน “ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต” และ ZP มีบริษัทย่อยอีก 3 บริษัท ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท เซียร์ แอสเซท จำกัด ประกอบธุรกิจให้เช่าพื้นที่ และให้เช่า ราชพฤกษ์ ลานนา บูทีค เชียงใหม่

2.ZEER OVERSEA LLC ประกอบธุรกิจศูนย์การค้า ที่ ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา และธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ คือ Quality Inn Long Beach-Signal Hill ตั้งอยู่ที่ Signal Hill, CA. U.S.A.

3. บริษัท สปาโฮเต็ล จำกัด ทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ ทำศูนย์การค้าพลาซ่า “ลานสุข พลาซ่า” ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงก่อสร้าง และให้เช่าโรงแรม “โรงแรมดาร์เลย์” ที่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...