โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“Brand Collab” ลูกเล่นการตลาดมัดใจลูกค้า 2025

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ธ.ค. 2567 เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2567 เวลา 07.00 น.

SF - LINE แชร์กลเม็ดมองขาดการตลาดยุคใหม่เอาชนะใจลูกค้าด้วย “Brand Collab” ทางออกแบรนด์งบการตลาดน้อย ทลายขีดจำกัด เติมความแกร่ง สร้างแต้มต่อธุรกิจ 2025 ในงาน MONEY EXPO 2024 BANGKOK YEAR-END

นางสาวพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แชร์ประสบการณ์การทำ“Brand Collab” ว่า “เอส เอฟ ” อยู่ในธุรกิจโรงภาพยนตร์ซึ่งให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกค้าเป็นสำคัญจึงมีโอกาสคอลแลบส์ กับแบรนด์อื่น ๆ เยอะมาก

“เราฟังเสียงของลูกค้าเสมอ ว่าลูกค้าสนใจอะไร ต้องการอะไร อยากทำอะไร เพราะฉะนั้นหลาย ๆ แคมเปญ หลาย ๆ แบรนด์ คอลแลบส์ ของเราเกิดจากการฟังลูกค้าเป็นหลัก เช่นการนำ “เตียงนอน Omazz” เข้ามาอยู่ในโรงภาพยนตร์ หลังจากช่วงโควิดโรงหนังหยุดบริการ คนเริ่มชินกับการนอนดูหนังอยู่บ้าน เมื่อโรงหนังกลับมาเปิดบริการจึงต้องหาประสบการณ์ที่จะทำให้ลูกค้าอยากกลับมาดูที่โรงหนังอีกครั้ง”

“เมื่อเราต้องทำ“แบรนด์ คอลแลบส์” เรามีความเชื่อว่าถ้าเอาที่สุดของที่สุดมาเจอกัน มันจะเกิดอะไรที่ดีกว่าเดิม เราถนัดเรื่องระบบภาพและเสียง เพราะฉะนั้นเราดูแลเรื่องโรงภาพยนตร์ ขณะที่ Omazz เลือกที่สุดของเตียงนอนมาให้เรา จึงเกิดเป็น “โรงภาพยนตร์ THE BED CINEMA BY OMAZZ” ซึ่งเป็นครั้งแรกของโรงภาพยนตร์ใช้เตียงนอนจริงๆ”

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า หัวใจสำคัญของการทำ “แบรนด์ คอลแลบส์” ของ เอส เอฟ คือ Win-Win-Win ไม่ใช่แค่แบรนด์กับแบรนด์ที่ Win แต่ลูกค้าต้อง Win ด้วย ไม่อย่างนั้นการคอลแลบส์นี้จะไม่มีประโยชน์เลย

“เพราะลูกค้าคือเซ็นเตอร์ของพวกเราเสมอ ลูกค้าอยากได้อะไร หรือสิ่งที่เราทำตอบโจทย์ลูกค้าไหม เป็นหลักของแบรนด์ในการทำงาน ในการทำ คอลแลบส์ เราต้องสวมหมวกเป็นลูกค้าก่อนว่าลูกค้าคิดยังไง ลูกค้าจะได้อะไร และจะแฮปปี้ไหม เราเป็นนักการตลาดที่คุยกับลูกค้าเยอะมาก นอกจากอ่านฟีดแบ็คทางโซเชียลมีเดียแล้ว เรายังไปยืนดูพฤติกรรมลูกค้าที่สาขา คุยกับลูกค้าว่าอยากได้อะไรซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยในการทำการตลาดได้ดี”

ทั้งนี้ เอส เอฟ มีเกณฑ์ในการคัดเลือกแบรนด์ที่จะมาทำคอลแลบส์ คือ “ดูใจ” เมื่อต้องทำการร่วมกับแบรนด์อื่นต้องใส่ “ใจ” ลงไปในงานและแบรนด์พาร์ทเนอร์สนุก เอส เอฟ จะเลือกทำงานกับแบรนด์นั้น เพราะผู้บริหารให้เหตุผลว่า

“ถ้าเราและแบรนด์พาร์ทเนอร์ไม่ได้ใส่ใจลงมาด้วยกัน มันจะเป็นโปรเจกต์ที่ไม่สนุกและไม่สามารถครีเอทอะไรใหม่ ๆ ได้ เพราะฉะนั้นเราจะดูว่าแบรนด์พาร์ทเนอร์ทำงานกับลูกค้าของเขาอย่างไร ถ้าเขาดูแลลูกค้าไม่ได้เราไม่ควรไปทำงานกับเขา เพราะเขาจะดูแลลูกค้าเราไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นแบรนด์ที่เอส เอฟมีโอกาสทำงานด้วยจะเป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างเฟรนด์ลี่และรักลูกค้า เวลาทำงานด้วยกันจะง่ายและสนุก”

ผู้บริหารยังยกเคส โปรเจกต์ Omazz มาฉายภาพเพิ่มเติมว่า Omazz เลือกเตียงนอนที่เป็น The best ของ Omazz มา และ เอส เอฟ ก็เลือกระบบภาพและเสียงที่ดีที่สุดของ เอส เอฟ มาเช่นกัน ผลที่ได้คือ Omazz ได้โชว์รูมใหม่ที่ลูกค้าสามารถนอนเทสได้ 2 ชม.ขั้นต่ำ เพราะหนังหนึ่งเรื่องใช้เวลาฉายประมาณ 1.30 ชม. ช่วยสร้างการรับรู้รับและจดจำแบรนด์ว่า Omazz มีดีอย่างไร และทำให้ Omazz เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและกว้างขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ “โรงภาพยนตร์ THE BED CINEMA BY OMAZZ” ยอดซื้อตั๋วเต็มก่อนโรงฯ อื่น ๆ เมื่อมีหนังใหญ่เข้าฉาย ซึ่งทั้ง เอส เอฟ- Omazz และลูกค้าค่อนข้างแฮปปี้

“เราไม่ได้เชี่ยวชาญทุกอย่าง การทำงานกับผู้เชี่ยวชาญทำให้เราได้สิ่งที่เป็นที่สุดมา เรามองหาคนที่สนุก ใจ และเป็นที่สุดมาคอลแลบส์”

งบน้อยไม่ใช่ปัญหาสำหรับการทำ“ Brand collaboration”

อย่างไรก็ตามธุรกิจขนาดเล็กมักมองว่าการทำการตลาดหรือการทำ “Brand collaboration” ต้องใช้งบประมาณในการทำงานที่สูงมาก ประเด็นนี้ “พิมสิริ” ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ไม่ใช่แค่แบรนด์เล็กที่ไม่มีงบการตลาด แต่แบรนด์ใหญ่เองก็ไม่ได้รับการจัดสรรงบการตลาดเยอะเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแนวคิดของการทำการตลาดเปลี่ยนไป สุดท้ายสิ่งที่นักการตลาดต้องทำคือการตอบโจทย์แบรนด์และลูกค้าให้ได้มากที่สุดและตอบให้ได้ว่า “ทำไปทำไม”

“เอส เอฟ งบน้อยแต่โชคดีที่เรามีเพื่อนดี ๆ เยอะอยู่รอบตัว สิ่งหนึ่งที่เราใช้ในทีมคือ “ความคิดสร้างสรรค์” เมื่อไม่มีงบการตลาดให้ใช้ ความคิดสร้างสรรค์สำคัญมาก เราสามารถทำแคมเปญโดยไม่ใช้เงินได้ เช่น โคคา-โคล่า ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ชอบความสนุก เราทำงานตอบโจทย์ โคคา-โคล่า ในการทำให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์

ปีที่แล้วเราหยิบ Pain Point ของผู้บริโภค คือเดือนเมษายนเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด และคนจะนึกถึง โคคา-โคล่า เราจึงดึงเดือนเมษายนมาทำแคมเปญ "SF x COKE เมษาดับร้อน ปรอทแตก" วันที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 35 องศา โคคา-โคล่า จะมีแพกเกจพิเศษให้ลูกค้าสามารถดูหนังได้ในราคาพิเศษ

โดยทำรีพอร์ตผ่านเฟซบุ๊ก เอส เอฟ ทุกวัน ตลอดเดือนเมษายนสิ่งที่ตามมาคือ ลูกค้าเข้าเฟซบุ๊ก เอส เอฟ ทุกวัน ลูกค้าก็แฮปปี้กับแพคเกจ โคคา-โคล่า เองก็ได้ขาย เราได้เอนเกจและแฮบิทที่ลูกค้าเข้าเฟซบุ๊กเราสม่ำเสมอ”

นอกจากแบรนด์แล้ว เอส เอฟ ยังทำการ คอลแลบส์ กับ “บุคคล” ด้วย เช่น คอลแลบส์ รสชาติ ป๊อบคอร์น กับ “แต๋ง อาฟเตอร์ยำ” - “เชฟ” หรือแม้แต่ “หมูเด้ง” เพราะการ คอลแลบส์ หัวใจสำคัญคือ การครีเอทีฟ การมองรายทางและมองหาสิ่งที่ดีต่อลูกค้า

ทั้งนี้ เอส เอฟ มีทีม “Local Area Marketing” ดูแล 66 สาขาในการทำกิจกรรมร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นร้านเล็ก ๆ ในสาขานั้นหรือจังหวัดนั้นด้วย เพราะเชื่อว่าทุกที่มีอินฟลูเอนเซอร์เป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราค่อนข้างเปิดกว้างในการทำงานระดับหนึ่ง

“คอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่สำคัญของ เอส เอฟ คือลูกค้าและพนักงานของ เอส เอฟ ซึ่งคอยทำคอนเทนต์ให้เรา ดังนั้นเราเชื่อในพลังคนตัวเล็กเสมอ และเรายังมองว่าตัวเองเป็นแบรนด์เล็กเสมอ เราพร้อมที่จะทำงานซัพพอร์ตทุกคนเหมือนกัน เมื่อเราทำตัวเองให้แข็งแรงและเป็นแบรนด์ที่น่ารัก เฟรนด์ลี่ ก็จะมีโอกาสเข้ามาให้เราทำงานร่วมกับคนน่ารักเหมือนกัน”

แนวโน้ม “Brand Collab” ในอนาคตไร้ขีดจำกัดอุตสาหกรรม

สำหรับทิศทางการคอลแลบส์ในอนาคต “พิมสิริ” มองว่าจะสนุกขึ้นเพราะการคอลแลบส์ ทำให้แบรนด์ได้โอกาสขยายกลุ่มลูกค้า สำหรับ เอส เอฟ ปี2025 จะมีการทำโปรเจกต์ “ตั๋วหนังทองคำ” โดยทำงานร่วมกับ “พรีเมี่ยม โกลด์ เยาวราช” ในการครีเอททองคำเป็นรูปตั๋วภาพยนตร์ซึ่งการคอลแลบส์ครั้งนี้ พรีเมี่ยม โกลด์ เยาวราช จะได้ประโยชน์เรื่องของแบรนดิ้งในการ Custom-made ทอง

“ต่อจะไม่มีขีดจำกัดเรื่องแบรนด์ที่จะมาเจอกัน ถ้าหากันเจอว่าอะไรคือจุดอ่อนจุดแข็งของแบรนด์ และลูกค้าได้ประโยชน์อะไรที่มากขึ้น ดังนั้นในอนาคตเราจะเห็น “Brand Collab” ที่หลากหลายมากขึ้น”

เป้าหมาย และ Pain Point ต้องชัด ก้าวแรกในการทำคอลแลบส์

ด้าน“อาภา วสุวัฒนา” ที่ปรึกษาธุรกิจการเงินและประกันภัย LINE ประเทศไทย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในการทำ “คอลแลบส์” แบรนด์ต้องมี เป้าหมาย และ Pain Point ชัดเจนว่า แบรนด์กำลังเจอปัญหาอะไรอยู่จึงต้องเริ่มมองหาการคอลแลบส์และสิ่งที่ต้องมีคือความพร้อม

LINE เป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ในช่วงโควิดพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการทำธุรกรรมการเงินที่สาขาธนาคารมาเป็นออนไลน์ ทำให้สถาบันการเงินต่าง ๆ เริ่มมาคอลแลบส์กับ LINE ในการนำบริการต่าง ๆ มาอยู่บน Official Account หรือ LINE OA เพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมและเข้าถึงบริการของแบงก์ทุกที่ทุกเวลา

“เรามองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำ คอลแลบส์ คือจะต้องเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเงิน ซึ่งปัจจุบันมีการหลอกลวง มิจฉาชีพ เยอะเราค่อนข้างให้ความสำคัญโดยให้เครื่องหมายรับรองธุรกิจโล่สีเขียวและสีน้ำเงินสำหรับบริษัทที่ส่งเอกสารเข้ามายืนยันตัวตน

ปัจจุบันสถาบันการเงินขนาดใหญ่มีการ คอลแลบส์ กับ LINE ทั้งหมดแล้ว ในระยะถัดไปสิ่งที่เรามองเห็นคือธนาคารขนาดเล็ก บริษัทประกันและผู้ให้บริการสินเชื่อค่อนข้างแอคทีฟมากในการเข้ามาคอลแลบส์ กับ LINEเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน”

นอกจากอุตสาหกรรมการเงินแล้ว ธุรกิจทั่วไปอย่างร้านอาหาร เช่น “บาร์บีคิวพลาซ่า” มีการคอลแลบส์ กับ LINE ในการสั่งอาหารผ่าน LINE OA รวมทั้งระบบเมมเบอร์ชิพ และล่าสุด Dior คอลแลบส์ กับหมีบราวน์ ในการครีเอทสติ๊กเกอร์ต้อนรับการเปิดช้อปใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันแม้แต่แบรนด์ลักซ์ชัวรี่ ก็คอลแลบส์มากขึ้นเช่นกัน

“ไม่ว่าแบรนด์จะมีขนาดใหญ่แค่ไหน “งบประมาณ” เป็นข้อจำกัดในทุก ๆ โปรเจกต์หรือทุก ๆ คอลลาเบอเรชั่นอยู่แล้ว ในมุมของดิจิทัลแพลตฟอร์ม มองว่าสิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ขนาดไหนในการเริ่มต้นคือ การเรียงลำดับความสำคัญของ Pain Point ที่อยากได้มากที่สุดก่อน เพราะเราไม่สามารถแก้ทุกอย่างพร้อมกันได้

เช่น Pain Point ของประสบการณ์ลูกค้าสำคัญที่สุดก็เริ่มจากตรงนั้น ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจที่สุด Winกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นพาร์ทที่สำคัญที่สุดภายใต้งบประมาณที่จำกัด ดังนั้นไม่ว่าธุรกิจจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนสามารถเปิด Official Account เพื่อสามารถคุยตรงกับลูกค้าได้ เปิดฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

และหากแบรนด์มีความพร้อมในการบริหาร เราก็มีโอเพ่นแพลตฟอร์มที่แบรนด์สามารถพัฒนาเชื่อมต่อระบบ Official Account และระบบหลังบ้านของแบรนด์ได้เลยโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย”

“อาภา” กล่าวปิดท้ายว่า “โอกาสมีอยู่ทุกที่ปัญหามันเกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ก็อาจทำให้เจอหนทางใหม่ ๆ เสมอ คนทั่วไปก็สามารถโปรโมตตัวเองผ่านช่องทางของ LINE เช่น LINE OA ซึ่งทุกคนสามารถสร้างได้หรือการสร้างวิดีโอผ่าน LINE VOOM แม้แต่การเขียนบทความบน LINE TODAY ได้”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...