โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รู้จัก The Digital Picnic สถานที่ทำงานในฝัน มีทุกอย่างที่เซฟสุขภาพจิต

TODAY

อัพเดต 09 ม.ค. 2568 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2568 เวลา 02.35 น. • workpointTODAY

พาไปรู้จัก The Digital Picnic บริษัทเอเจนซี่การตลาด ที่อธิบายสิทธิพิเศษของพนักงานที่นี่ไว้ว่า จะได้อาหารเย็นกินฟรี มีวันหยุดที่เพียงพอเพื่อป้องกันการหมดไฟในการทำงาน มีบรรยากาศที่คิดถึงการดูแลภาวะสุขภาพจิตในที่ทำงานอย่างเต็มที่

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกินจริง

แต่ซีอีโอของบริษัท ‘เชอรี่ คลอแนน’ บอกว่า คิดมาแล้วว่าทำได้ เป็นการลงทุนที่ดีต่อบริษัทในระยะยาวด้วยซ้ำ เพราะการช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของพนักงานก็เท่ากับช่วยผลกำไรให้บริษัทด้วย

อยากให้คนอ่านเห็นภาพว่าบริษัทนี้เป็นยังไง ลองนึกภาพถ้าคุณเดินเข้าไปในออฟฟิศบริษัท The Digital Picnic ที่อยู่ในเมลเบิร์น ออสเตรเลีย มีโอกาสสูงมากที่จะไม่มีพนักงานอยู่ที่นั่นแม้แต่คนเดียว เพราะบริษัทนี้มีกำหนดแค่ให้พนักงานเข้าบริษัท 6 วันต่อเดือน โดยมีวันกำหนดแน่ๆ คือวันจันทร์และพฤหัสบดีในสัปดาห์แรกของทุกเดือน ที่เหลือก็เป็นการทำงานจากที่บ้าน และพนักงานมีทางเลือกในการนัดพบปะลูกค้านอกออฟฟิศได้ด้วย

ซีอีโอของบริษัทบอกว่า การเลือกคัลเจอร์องค์กรแบบนี้เพื่อต้องการดึงเอาสิ่งที่ดีที่สุดออกจากมาจากพนักงานแต่ละคน และไม่ต้องการทำลายจิตวิญญาณของพวกเขา

“สุขภาพจิตในที่ทำงานสำคัญมาก ดังนั้นการส่งเสริมวัฒนธรรมที่พนักงานสามารถเปิดเผยเกี่ยวกับสุขภาพจิตของตนเองโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตีตราหรือถูกตัดสิน ซึ่งตอนนี้ผู้นำองค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพจิตมากขึ้นไม่ได้มองว่าเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อีกต่อไป”

บริษัท The Digital Picnic เป็นสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่เติบโตมาจนกลายเป็นเอเจนซี่ที่มีรายได้หลายล้านดอลลาร์ และมีสถิติที่ดีในการรักษาพนักงานไว้ได้ และตัวซีอีโอ ได้รับรางวัลผู้หญิงแห่งปีจากงาน B&T Women in Media Awards จากแนวทางการเป็นผู้นำที่เน้นไปที่มนุษย์ และแน่วแน่ที่จะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในที่ทำงาน แนวทางของเธอเน้นที่ความยืดหยุ่น ความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งสุขภาพจิตของทีมงานถือเป็นจุดเน้นหลักที่ซีอีโอคนนี้ให้ความสำคัญ

และยังย้ำว่าตอนนี้สำคัญมากที่ผู้นำองค์กรจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพจิตของพนักงานมากขึ้น เพราะเป็นปัจจัยต่อผลงานในที่ทำงานและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

ถ้าดูจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกก็บอกชัดว่า ภาวะสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลทำให้เศรษฐกิจโลกสูญเสียผลิตภาพไป 1 ล้านล้านดอลลาร์ ต่อปี โดยองค์การอนามัยโลกตั้งข้อสังเกตว่า ทุกๆ ปี มีการสูญเสียวันทำงานประมาณ 12,000 ล้านวัน เนื่องจากคนทำงานมีภาวะซึมเศร้า และวิตกกังวล

ปัจจุบันความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับคนทำงาน

เช่นการสำรวจ Work in America ในปี 2023 ของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน ระบุว่าพนักงานที่เข้าร่วมการสำรวจ 92% บอกว่าการทำงานในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีทางอารมณ์และจิตใจนั้น “สำคัญมาก” หรือ “ค่อนข้างสำคัญ” สำหรับพวกเขา

[ การออกแบบสถานที่ทำงาน สำคัญมากกว่าที่คิด ]

ยิ่งกับคนที่มีสภาวะทางจิตที่สั่นคลอนง่ายบรรยากาศในสถานที่ทำงานยิ่งสำคัญ เพราะอาจยิ่งทำให้หมดไฟ ตึงเครียดมากขึ้น

ดังนั้นน่าสนใจที่มีบริษัทเอเจนซี่อย่าง The Digital Picnic ที่ออกแบบสถานที่ทำงานใหม่ให้เข้ากับผู้คนยุคนี้ อาทิ มีการแจกแพ็กเกจต้อนรับพนักงานใหม่ อาทิ หูฟังตัดเสียงรบกวนเพื่อช่วยหลีกเลี่ยงการรับรู้ที่มากเกิดนไปเมื่ออยู่ในสำนักงาน และมีตู้แช่แข็งที่มีอาหารสำเร็จรูปให้พนักงานรับประทานหรือนำกลับบ้าน

ที่น่าสนใจคือนอกจากบริษัทจะมีวันทำงานในสำนักงานเพียง 6 วันต่อเดือนแล้ว ตารางการทำงานยังถูกสร่้างขึ้นตามจังหวะการทำงานของแต่ละบุคคล ไม่ว่าพนักงานจะชอบตื่นเช้า หรือกลุ่มที่อาจจะตืี่นสายก็สามารถเริ่มงานได้ในเวลา 11.00 น.

พอไปดูนโยบายของบริษัทในเรื่องการดูแลสุขภาพจิตนั้นยิ่งต้องร้องว้าว เพราะมีแผนสวัสดิการพนักงานที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการประเมินอาการสมาธิสั้นสำหรับพนักงานทุกคน รวมถึงให้วันลาพักร้อนแบบยังได้รับเงินเดือนทุกเดือน นอกเหนือจากวันลาพักร้อนประจำปี เพื่อชดเชยการจดจ่อ (จากการทำงาน) มากเกินไป และภาวะหมดไฟที่เกิดขึ้น ซึ่งมักเกิดขึ้นในผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท

รวมทั้งยังมีนโยบายสำหรับกลุ่มคนข้ามเพศ มีการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการผ่าตัดแปลงเพศ

และยังปรับปรุงแนวทางการจ้างงานและรับสมัครพนักงานใหม่ให้มีความครอบคลุมมากที่สุด รวมถึงการส่งคำถามสัมภาษณ์ล่วงหน้าด้วย

เชอรี คลอแนน มองว่า แม้นโยบายเหล่านี้จะส่งผลต่อต้นทุนของบริษัทแต่เพราะคิดว่าเรื่องเหล่านี้จำเป็นในการทำธุรกิจ และค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้สูงไปกว่าค่าใช้จ่ายที่สำนักงานส่วนใหญ่ใช้ในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองในแต่ละปี ซึ่งมองว่านี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อผลกำไรในระยะยาว เพราะจะสามารถรักษาคนทำงานดีๆ ไว้กับบริษัทได้ เพราะประเมินแล้วค่าใช้จ่ายที่ต้องจ้างคนมาทำงานใหม่นั้นสูงกว่าเมื่อเทียบกับการรักษาพนักงานดีๆ หนึ่งคนให้อยู่กับบริษัทได้ในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...