Kirsha Kaechele ศิลปินผู้สร้าง Ladies' Lounge สุดแสบที่ไม่อนุญาตให้ผู้ชายเข้าชม จนโดนฟ้องในข้อหาเลือกปฏิบัติ แต่ศาลให้เธอชนะ!
เมื่อคุณจ่ายค่าบัตรไปชมนิทรรศการใน พิพิธภัณฑ์ศิลปะเก่าและใหม่ (MONA) ที่เมืองโฮบาร์ต รัฐแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลีย ในราคา $35 และคุณอยากชมผลงานของศิลปินดังอย่างปิกัสโซที่อยู่ในคอลเลคชั่นของพิพิธภัณฑ์นี้ แต่พอเดินไปถึงห้องที่ตกแต่งด้วยกำมะหยี่สีเขียวดูหรูหรา ถ้าคุณระบุตัวตนว่าตัวเองเป็นผู้หญิง พนักงานสาวที่เฝ้าประตูจะกล่าวต้อนรับ เชิญดื่มชายามบ่ายที่บริการโดยบัตเลอร์ ดูงานศิลปะล้ำค่า หรือจะจิบไวน์อายุกว่า 400 ปี และลิ้มรสอาหารจานใหญ่ที่ปรุงโดยหัวหน้าผู้บริหารของพิพิธภัณฑ์ แต่ถ้าเป็นผู้ชาย ต้องขอโทษด้วยเพราะเลานจ์แห่งนี้สงวนไว้ให้สุภาพสตรีเท่านั้น ห้ามผู้ชายเข้าค่ะ
เงื่อนไขที่ว่ามานี้ ทำให้ เจสัน เลา (Jason Lau) ชายชาวนิวเซาท์เวลส์ที่ตั้งใจไปชมนิทรรศการเมื่อเดือนเมษายนปี 2023 ตัดสินใจฟ้องพิพิธภัณฑ์ด้วยข้อหาการเลือกปฏิบัติ (Discrimination) ซึ่งนำไปสู่การขึ้นศาลของภัณฑารักษ์และศิลปินชาวอเมริกัน เคียร์ชา แคเชอเลอ (Kirsha Kaechele) ผู้ควบตำแหน่งสตรีหมายเลขหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ไปด้วย นั่นก็เพราะ เดวิด วอลช์ (David Walsh) สามีมหาเศรษฐีของเธอคือเจ้าของพิพิธภัณฑ์นี้นั่นเอง แต่เธอไม่ได้ไปขึ้นศาลเฉยๆ ยังพาขบวนผู้สนับสนุนของเธอไปทำการแสดงอีกต่างหาก แต่ก่อนจะไปถึงความปั่นป่วนตรงนั้น เราย้อนมาดูต้นกำเนิดของเรื่องราวทั้งหมดกันก่อนดีกว่า
Ladies’ Lounge ตัวต้นเรื่องนี้ คือนิทรรศการที่เป็นทั้งศิลปะจัดวาง (Installation) และสื่อแสดงสด (Performance) ซึ่งเปิดให้เข้าชมมาตั้งแต่ปี 2020 และไม่เคยถูกฟ้องมาก่อนจนกระทั่งครั้งนี้ เคียร์ชายอมรับว่าพิพิธภัณฑ์ได้รับการร้องเรียนมากมายจากผู้ชมชายเกี่ยวกับ Ladies’ Lounge แต่ก่อนหน้าจะถึงกรณีของเจสัน คนที่เคยคิดจะฟ้องเป็นเรื่องเป็นราวมีเพียงคนเดียว
แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกัน บุรุษนิรนามคนนั้นก็ตัดสินใจไม่ฟ้อง โดยเคียร์ชาเล่าว่า "เหมือนกับเจสันค่ะ เขารู้สึกว่าเป็นการเลือกปฏิบัติทางเพศและอยากให้ผู้ชายเข้าได้ พอฉันบอกว่า 'ผู้ชายเข้าไม่ได้' เขาก็บอกว่า 'แล้วทำไมผมต้องจ่ายเงินเท่ากันในเมื่อผมไม่ได้สัมผัสงานศิลปะ' ฉันเลยตอบว่า 'คุณได้สัมผัสงานศิลปะแล้ว เพราะการปฏิเสธไม่ให้คุณเข้านี่แหละคืองานศิลปะ' เขาเข้าใจและชื่นชมในเรื่องนี้ก็เลยไม่ฟ้องค่ะ"
เธออธิบายเพิ่มเติมว่างานนิทรรศการนี้เป็น “จักรวาลที่พลิกกลับ” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตอนที่เธอถูกห้ามไม่ให้เข้าคลับของสุภาพบุรุษ (Gentlemen’s Club) ในประเทศออสเตรเลีย ที่ถ้าย้อนเวลากลับไปแล้ว สตรีชาวออสเตรเลียไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าบาร์สาธารณะจนกระทั่งมีกฎหมายเปลี่ยนแปลงเมื่อปี 1965 นี่เอง ก่อนหน้านั้นพวกเธอจะสามารถดื่มได้แค่ในห้องด้านข้างบาร์ที่มักจะไม่มีไฟสว่าง และหากได้รับการอนุญาตให้เข้าไปก็มักจะโดนเรียกเก็บราคาค่าเครื่องดื่มที่แพงกว่าปกติ
ตัดภาพกลับมาที่การขึ้นศาลครั้งแรก เคียร์ชาปรากฏตัวที่ศาลโดยมีผู้หญิง 25 คนสวมสูทสีกรมท่าพร้อมต่างหูมุกและทาลิปสติกสีแดง ระหว่างการพิจารณาคดี พวกเธอเคลื่อนไหวราวกับซักซ้อมมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นไขว่ห้าง ยกขาเปลี่ยนท่า เอนตัวไปข้างหน้าและจับแว่นตาอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ สุดท้ายทั้งคณะเดินออกจากศาลพร้อมเต้นเบาๆ ไปกับเพลง Simply Irresistible ของ Robert Palmer เธอเล่าว่า “ฉันทำงานร่วมกับนักออกแบบท่าเต้นเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างแนบเนียนและเชื่องช้าค่ะ ใช้ร่างกายเยอะมากและไม่ง่ายเลยนะคะที่ต้องทำแบบนี้นานสองชั่วโมง”
ในศาล เลาโต้แย้งว่าการปฏิเสธไม่ให้ผู้ชายเข้าชมผลงานที่สำคัญที่สุดบางชิ้นของพิพิธภัณฑ์ เช่น ผลงานของปิกัสโซและโบราณวัตถุในพื้นที่สำหรับผู้หญิงเท่านั้นถือเป็นการเลือกปฏิบัติ แต่แท้จริงแล้ว ผลงานของปิกัซโซที่ว่านั้น เคียร์ชาวาดขึ้นมาเอง!
ก่อนหน้านี้ เธออ้างว่าได้รับมรดกภาพวาดดังกล่าวจากคุณย่าทวดของเธอที่เป็นกิ๊กของปิกัสโซและเคยไปเที่ยวพักร้อนกับเขา นอกจากนี้ เธอยังยอมรับว่าผลงานอื่นๆ ที่จัดแสดงใน Ladies' Lounge นั้นไม่ใช่ของแท้ รวมถึงหอกที่บอกว่าเป็นของเก่า และพรมที่อ้างว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นของสมเด็จพระราชินีแมรีแห่งเดนมาร์ก เธอเล่าว่าที่ตัดสินใจทำแบบนี้เพราะ “ของต้องหรูหราโอ่อ่าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ … ผู้ชายจะรู้สึกถูกกีดกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” และที่วาดเองก็เพราะถึงแม้ว่าเธอจะยืมภาพวาดของปิกัสโซหลายภาพมาจากเพื่อนได้ แต่ไม่มีชิ้นไหนใดเป็นสีเขียวเลย แถมค่าประกันผลงานของปิกัสโซยังแพงมาก และเธออยากให้ภาพรับมันกับม่านกำมะหยี่สีเขียวของห้อง Ladies' Lounge เหตุผลมันก็เท่านี้เอง
หลังจากที่ศาลแพ่งและปกครองของรัฐแทสเมเนีย (TASCAT) ตัดสินว่าทางพิพิธภัณฑ์ได้เลือกปฏิบัติต่อชายคนหนึ่งด้วยการไม่อนุญาตให้เขาเข้าไปในพื้นที่ Ladies' Lounge พิพิธภัณฑ์ก็ต้องปิด Ladies Lounge ไปชั่วคราวในเดือนมีนาคมปี 2024 และระหว่างที่ยื่นอุทธรณ์ต่อไปที่ศาลฎีกา เคียร์ชาเลือกที่จะย้ายข้าวของทั้งหมดจาก Ladies' Lounge ไปจัดแสดงในห้องน้ำหญิง คงคอนเซ็ปต์ไม่ให้ผู้ชายเข้าชมได้อยู่ดี จนล่าสุด ในปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ศาลฎีกาของรัฐแทสเมเนียได้ยกเลิกคำตัดสินของศาลครั้งก่อนหน้าที่จะบังคับให้พิพิธภัณฑ์อนุญาตให้ผู้ชายเข้าไปใน "Ladies' Lounge" ได้ โดยที่ผู้พิพากษาให้เหตุผลว่า “กฎหมายอนุญาตให้มีการเลือกปฏิบัติได้ หากการกระทำนั้นส่งเสริม “โอกาสที่เท่าเทียมกัน” ให้กับกลุ่มที่ถูกทำให้เป็นชายขอบ” (because the law allows for discrimination if it promotes “equal opportunity” for a marginalised group.)
นั่นก็หมายถึง ในมุมมองของศาลชั้นอุทธรณ์ การเลือกปฏิบัติที่เคียร์ชาหยิบมาใช้ในงานศิลปะของเธอครั้งนี้ ณ เวลานี้ เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมให้กับผู้หญิง ที่ยังคงนับว่าเป็นชายขอบในสังคมออสเตรเลียนั่นเอง
Ladies' Lounge จะกลับมาเปิดอีกครั้ง พร้อมกับผลงานศิลปะชุดใหม่ที่จะนำมาจัดแสดง ทั้งยังมีเซอร์ไพรส์และการแสดงของศิลปินนอกเหนือจากตัวเคียร์ชาเอง และเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลอง เคียร์ชาได้สั่งผลิตน้ำหอมในจำนวนจำกัดชื่อว่า “คำตัดสิน” (The Verdict) ด้วย คราวนี้เธอออกกฎมาใหม่ว่าให้ผู้ชายเข้าได้แล้วนะ ถ้ายอมมาเป็นพนักงานบริการ เคียร์ชากล่าวในเอกสารประชาสัมพันธ์วาระการกลับมาของ Ladies' Lounge ว่า “ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะสาวๆ” และยังหยิกแกมหยอกต่อว่า “ผู้ชายที่อยากสัมผัสประสบการณ์ที่เลานจ์สามารถสมัครได้ทางแอปของพิพิธภัณฑ์ The O เพื่อเป็นหนึ่งในพนักงานบริการ นี่คือโอกาสของคุณแล้วค่ะ คุณเลา!”
สำหรับผู้ที่ระบุตัวตนว่าเป็นผู้หญิง ไปแวะชมห้องสีเขียวอันลือลั่นห้องนี้ได้ตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2024 – 13 มกราคม 2025 นี้ค่ะ
อ้างอิง
https://news.artnet.com/art-world/kirsha-kaechele-women-only-museum-exhibition-lawsuit-2456864
https://news.artnet.com/art-world/kirsha-kaechele-ladies-lounge-victory-lap-2585491
https://www.instagram.com/share/BAkaizjANb
https://www.bbc.com/news/articles/cvglvy6gn54o