โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รุกภารกิจการเงินสีเขียว สร้าง Bank of Sustainability

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ธ.ค. 2567 เวลา 15.07 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2567 เวลา 08.07 น.

“การกำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย มาจากวิสัยทัศน์ของธนาคารที่มองว่า ความยั่งยืนไม่ใช่แค่เช็กลิสต์ที่ต้องทำ แต่เป็นเสาหลักสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงของธนาคาร และนำไปสู่การสร้างรายได้เพื่อการเติบโตครั้งใหม่อย่างสมดุล ท่ามกลางความท้าทายที่หลากหลาย”

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โลกและตลาดทุนได้พัฒนา เติบโต และก้าวหน้า ผ่านการให้ความสำคัญกับ ความมั่งคั่ง (Wealth) มากกว่าสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) โดยมองว่า Well-being และ Wealth มักจะไปคนละทาง ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศ (Climate) สังคม (Societal Health) และสิ่งแวดล้อม (Environment) ที่ล้วนมีผลกระทบต่อผู้คนจนเกิดกระแสการเปลี่ยนผ่านไปสู่ New Economic and Sustainable System ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถทำได้แบบทันที และต้องสร้างนิยามใหม่ว่า จะรักษาโลกของเราไว้อย่างไร โดยใช้ประโยชน์จากความสามารถที่มี และส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ก็จะสามารถยกระดับการแข่งขัน และเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าและสังคมได้

พิพิธ เอนกนิธิ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ การเงินธนาคาร ว่า New Economic and Sustainable System ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถทำได้แบบทันที โดยต้องเริ่มตั้งแต่การสร้างนิยามใหม่ว่า “จะรักษาโลกของเราไว้อย่างไร” โดยใช้ประโยชน์จากความสามารถที่มี และส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าและสังคมได้

ในการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน จะเห็นได้ว่า Enterprise Value หรือ มูลค่าของธุรกิจ จะมีการบูรณการ (Internalize) ผลกระทบด้าน สภาพภูมิอากาศ (Climate) สังคม (Societal Health) และสิ่งแวดล้อม (Environment) เข้าไปด้วย ผ่านกฎระเบียบและ Social Pressure ซึ่งทำให้มูลค่าและผลกำไรของการทำธุรกิจแบบเดิม (Earning Browns) โดนตัดทอนลง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจเป็น Less Brown และบวกกับการทำธุรกิจใหม่ๆ แบบสีเขียว (Earning Greens) ซึ่งแนวทางนี้จะสามารถทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้ทั้ง Wealth และ Well-being ไปพร้อมๆ กัน

พิพิธกล่าวอีกว่า ด้วยหน้าที่ขอภาคธนาคาร คือการจัดสรรเงินทุนให้เศรษฐกิจ แต่ในวันนี้ การทำแค่เรื่องจัดสรรเงินทุนแบบเดิมคงไม่เพียงพอ และไม่ทันต่อกระแสโลก ธนาคารกสิกรไทยจึงได้พยายามผลักดันให้ประเทศไทย สามารถเปลี่ยนผ่านสู่กระแสใหม่ของโลกได้ทัน โดยไม่ได้มุ่งหวังเรื่องผลกำไรเป็นสิ่งแรก

“การกำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย จึงมาจากวิสัยทัศน์ของธนาคารที่มองว่า ความยั่งยืนไม่ใช่แค่เช็กลิสต์ที่ต้องทำ แต่เป็นเสาหลักสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงของธนาคาร และนำไปสู่การสร้างรายได้เพื่อการเติบโตครั้งใหม่ อย่างสมดุลท่ามกลางความท้าทายที่หลากหลาย”

3 แนว “คิด” รับความเสี่ยง

Transition Risk และ Physical Risk

พิพิธกล่าวว่า เรื่อง Climate นับเป็นบริบทสำคัญของโลกที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ซึ่งรวมถึงภาคธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคม ความคาดหวังที่จะเห็นในปลายทางของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน การช่วยให้ลูกค้า สังคม และประเทศเกิดความยั่งยืน และจัดการกับความเสี่ยงได้ทั้ง Transition Risk และ Physical Risk จึงเกิดเป็นแนวทางการทำงานที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

1. คิดดัง ซึ่งเป็นการประกาศยุทธศาสตร์ และ Commitment ชัด วัดได้ ซึ่งยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจของธนาคารกสิกรไทย ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยการทำงานบนหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืน ธนาคารไม่เพียงต้องทำเพื่อลดความเสี่ยง แต่เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโต ธนาคารจึงต้องวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน วางเป้าหมาย และวัดผลได้ เป็นงานที่ต้องทำต่อเนื่อง รวมทั้งต้อง Empower และเชื่อมโยงภาคส่วนต่างๆ ใน Ecosystem ธนาคารได้ประกาศ Net Zero commitment และกำหนด Climate Strategy เพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

2. คิดครบทำจริง เพราะ Green Banking ไม่ใช่แค่ Green Financing ธนาคารจึงต้องลงมือทำ ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของธนาคาร สนับสนุนทางการเงิน และโซลูชั่นที่ต้องทำมากกว่าการเงิน เพื่อ Empower ลูกค้าภาคธุรกิจสู่แนวทางลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) และสร้างการเติบโตครั้งใหม่

โดย ธนาคารกสิกรไทย ได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีเป้าหมายสำคัญคือ การพาธุรกิจไทยและเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่ผู้ประกอบธุรกิจจะสามารถปรับตัวรับความท้าทาย และคว้าโอกาสในโลกที่โมเดลธุรกิจเปลี่ยนไปได้ ผ่านกลยุทธ์การทำงานหลัก ได้แก่

  • Green Operation คือการที่ธนาคารปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงานของตัวเอง โดยคำนึงถึงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานสากล เกิดเป็นประสบการณ์ตรงที่เราทำจริง และเป็นองค์ความรู้ที่เราส่งต่อให้แก่ภาคธุรกิจที่ต้องการปรับตัว
  • Green Finance คือ การนำศักยภาพหลักของธนาคารช่วยเหลือลูกค้าและธุรกิจ ในการส่งมอบสินเชื่อสีเขียวครบวงจร รวมทั้งการจัดสรรเงินลงทุนในธุรกิจและสตาร์ตอัพ และผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนบนแนวทางความยั่งยืน

พิพิธกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมียุทธศาสตร์ที่กสิกรไทยจะทำมากกว่าการเป็นธนาคาร คือ การร่วมกับพันธมิตร พัฒนา Climate Solutions - โซลูชั่นด้านสิ่งแวดล้อม ที่เป็นมากกว่าบริการธนาคารเพื่อช่วยธุรกิจในการปรับตัวและเปลี่ยนผ่าน และการเตรียมความพร้อมด้าน Carbon Ecosystem ที่ธนาคารจะเชื่อมต่อ Carbon Ecosystem และเข้าไปศึกษาเตรียมพร้อมเพื่อการพัฒนาบริการไปอีกขั้น ในธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับคาร์บอนเครดิต และสามารถรองรับเครือข่ายผู้ใช้งานในอนาคต

“การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ ธนาคารบูรณาการศักยภาพทั้งโซลูชั่น องค์ความรู้ และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการทำงาน ทั้งของธนาคารและการทำงานของลูกค้า เพราะการเปลี่ยนผ่านไปสู่กติกาใหม่ไม่ได้มีแค่ตะวันตก แต่จีนเองก็เริ่มสร้างมาตรฐานคาร์บอนของตัวเองแล้ว ไทยจึงต้องปรับเปลี่ยนเข้ากับมหาอำนาจเหล่านั้น”

3. คิดไกล ซึ่งเป็นภาพใหญ่ที่ต้องชวนทำไปด้วยกัน ด้วยความคาดหวังที่จะเห็นในปลายทางของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน คือ การช่วยให้ลูกค้า สังคม และประเทศ เกิดความยั่งยืน และจัดการกับความเสี่ยงได้ทั้ง Transition Risk และ Physical Risk สามารถการสร้างความเชื่อมโยงให้ทุกภาคส่วนเกิดความร่วมมือกัน (Market-based Finance / Philanthropic Finance / Public Finance)

“ความเสี่ยงเชิง Physical Risk แสดงให้เห็นว่ามีผลกระทบที่ไม่น้อย ประเทศไทยมีน้ำท่วมภาคเหนือปี 2567 ในจังหวัดใหญ่คือ เชียงใหม่และเชียงราย ไม่กี่จังหวัด แต่มีผลกระทบต่อจีดีพีประเทศ 0.16% ถือว่ามีผลกระทบค่อนข้างมาก ซึ่งความเสี่ยง Physical Risk ในบางประเทศตั้งรับโดยการย้ายเมืองหลวง เช่น อินโดนีเซีย แบบนี้แล้วเป็นโจทย์ต่อไปว่า ไทยควรจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความเสี่ยงนี้”

เดินหน้า 3 Scope

สู่เป้าหมาย Net Zero

พิพิธกล่าวอีกว่า ธนาคารกสิกรไทย มีการทำงานด้านความยั่งยืนทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ควบคู่กับการเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารเริ่มมีการพัฒนาระบบข้อมูลก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา

โดยธนาคารเริ่มจากการปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงานของตัวเอง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการดำเนินงานของธนาคาร (Scope 1-2) เป็น Net Zero ด้วยมาตรฐานสากล โดยมีผลการทำงานถึงปัจจุบัน ได้แก่ ธนาคารมีการติดตั้ง Solar Rooftop ที่อาคารหลักของธนาคาร 7 แห่ง ครบ 100% และติดตั้งที่สาขาด้วยแล้วจำนวน 85 สาขาในเดือน ก.ย. 2567 นี้ และมีการเปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้ในธุรกิจธนาคารจากรถยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว 250 คัน

การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เกิดขึ้น ธนาคารสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ลดได้ 12.74% เมื่อเทียบปีฐาน (2563) มีการจัดการด้านคาร์บอนเครดิต โดยเป็นกลางทางคาร์บอนมาแล้ว 7 ปีต่อเนื่อง และตั้งเป้าหมายเป็น Net Zero ใน Scope 1 & 2 ภายในปี 2573

ขณะที่ Scope 3 คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพอร์ตสินเชื่อธนาคารสุทธิเป็นศูนย์ (Portfolio Decarbonization) สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย ซึ่งธนาคารสนับสนุนภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านอย่างครบวงจร ทั้งการให้สินเชื่อ Green Loans สำหรับธุรกิจและบุคคล การให้ Transition Finance เพื่อสนับสนุนกิจการในการดำเนินงานเพื่อการเปลี่ยนผ่าน การจัดทำ Loan และ Bond ในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยระดมทุนให้แก่บริษัทต่างๆ เพื่อการดำเนินงานในมิติที่เกี่ยวเนื่องกับความยั่งยืน อาทิ การออก Sustainability-linked Loan การออก Sustainability-linked Bond การออก Bond Plus Carbon Credit รวมทั้งการจัดสรรเงินลงทุนของธนาคารในธุรกิจ/สตาร์ตอัพ

สำหรับการทำงานกับลูกค้าธุรกิจ ธนาคารมีการวิเคราะห์อุตสาหกรรมใน Portfolio เพื่อจัดลำดับอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญ และได้จัดทำแผนกลยุทธ์การลดก๊าซเรือนกระจกรายอุตสาหกรรม (Sector Decarbonization Strategy)

ในปี 2565-2567 ธนาคารจัดทำ Sector Decarbonization Strategy แล้ว จำนวน 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ กลุ่มเหมืองถ่านหิน กลุ่มซีเมนต์ กลุ่มอะลูมิเนียม และ กลุ่มยานยนต์

อย่างไรก็ดี ธนาคารกสิกรไทยได้ส่งมอบเม็ดเงินสินเชื่อและเงินลงทุนเพื่อความยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2565 ถึงกันยายน 2567 เป็นยอดสะสมรวม 102,740 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 100,000-200,000 ล้านบาท ภายในปี 2573

ตั้งหน่วยงานใหม่

พร้อมรับกติกาโลก

“สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือ กับดักความพร้อมที่อาจจะทำให้คิดว่าพร้อมรับกติกาใหม่แล้ว แต่จริงๆ ยังไม่พร้อม ซึ่งธนาคารกสิกรไทยมีสัดส่วนรายได้กว่า 90% อยู่ในประเทศ และจะเป็นความเสี่ยงสูงมากหากไปเล่นบนกติกาที่ยังไม่รู้ จึงเป็นเรื่องที่ต้องค่อยๆปรับให้พร้อม และต้องช่วยให้ลูกค้าพร้อมด้วย”

พิพิธกล่าว และว่า ด้วยการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ต้องใช้องค์ประกอบที่มากกว่าเรื่องการเงิน ธนาคารกสิกรไทยจึงได้พัฒนา Beyond Banking Solutions เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านในระดับ Ecosystem ภาพใหญ่ โดยมีโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่ดำเนินการเอง และร่วมมือกับพันธมิตรภายนอก ได้แก่

ธนาคารได้มีการจัดตั้ง KOP50 : บริษัท คอปฟิฟตี้ จำกัด (KOP50) บริษัทโฮลดิ้งภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย โดยบริษัทโฮลดิ้งนี้มีความแตกต่างจากธุรกิจธนาคารโดยทั่วไป กล่าวคือ มีบทบาทในการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลากหลายราย

โดยธนาคารเป็นสะพานเชื่อมประสานศักยภาพทางเทคโนโลยีในด้านต่างๆ เกิดเป็น Ecosystem ที่จะช่วยส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของไทยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ซึ่งได้ริเริ่มดำเนินโครงการต่างๆ ภายใต้บริษัท KOP50 เพื่อสร้าง Sustainable Ecosystem ที่สมบูรณ์ ดังนี้

  • KClimate 1.5 : นำเสนอโซลูชั่นด้านสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจในการรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเตรียมพร้อมสู่เศรษฐกิจการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ก่อตั้งจากประสบการณ์กว่า 10 ปีในด้านความยั่งยืน และการคำนวณ Carbon Footprint ของธนาคารกสิกรไทย

โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม พัฒนาแพลตฟอร์ม KCLIMATE CARBON ACCOUNTING รวบรวมและคำนวณข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับประเทศและระดับสากล เพื่อสนับสนุนการให้บริการทางการเงินของธนาคารและกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย มีบริการที่ปรึกษา (Advisory Service) ด้วยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละอุตสาหกรรม จะช่วยแนะนำธุรกิจในการจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการวิเคราะห์และวางแผน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • KEnergy+ : บริษัท เคเอนเนอร์จีพลัส จำกัด การสนับสนุนและผลักดันให้เกิดระบบนิเวศสีเขียวที่ยั่งยืน (Green Ecosystem) ผ่านการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดในภาคประชาชน โดยริเริ่มพัฒนาโครงการ EV Bike Platform ที่ชื่อว่า Watts’up ในรูปแบบ e-Marketplace Platform เพื่อให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สามารถทำรายการเช่าจักรยานยนต์ไฟฟ้า เช่าหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามสถานที่ให้บริการที่ปรากฏบนแพลตฟอร์ม หรือซื้อสินค้าและบริการอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังได้ริเริ่มโครงการ GreenPass แพลตฟอร์มสนับสนุนการขึ้นทะเบียนและขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate : REC) สำหรับองค์กรและประชาชนรายย่อยครั้งแรกในประเทศไทย ช่วยให้ลูกค้ารายย่อยที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสามารถขอและขายใบรับรอง REC ได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้กับผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย และส่งเสริมให้เกิดการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืนในประเทศ

  • CCRC Creative Climate Research Center : CLIMATE KNOWLEDGE SOLUTION ส่งมอบความรู้จากสถาบันชั้นนำเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยร่วมมือกับองค์กรชั้นนำจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงองค์กรที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนให้เกิดการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการปฏิบัติ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กร

ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีศูนย์บริการความรู้แบบ One-stop-shop ครบคลุมทุกองค์ความรู้ที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย และให้บริการคำปรึกษาที่น่าเชื่อถือแก่ภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเป้าหมายที่จะผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางความรู้ด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“การดำเนินงานด้านความยั่งยืน มีกฎเกณฑ์ และมาตรฐานต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งโจทย์ที่ท้าทายคือ เราต้องเข้าใจบริบทของภาวะแวดล้อมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และที่คาดว่าจะเป็นในอนาคต อาจจะต้องยอม trade-off ในบางเรื่อง เพื่อให้การดำเนินงาน Practical เข้ากับบริบทของประเทศ และยังสามารถตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายได้อย่างสมดุล สิ่งสำคัญคือ เรื่องนี้ทำคนเดียวไม่ได้ ทุกภาคส่วน รวมถึงภาครัฐต้องร่วมทำไปด้วยกัน”

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม 2567 ฉบับที่ 512 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...