โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิเคราะห์ผลกระทบ “ทรัมป์” ขึ้นภาษี สะเทือน “สินค้าจีน” ไปสหรัฐแค่ไหน ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 04.57 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2568 เวลา 03.12 น.

คอลัมน์ : ระดมสมอง ผู้เขียน : ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม

การประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาเมื่อครั้งก่อน ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2018 และจนกระทั่ง 15 มกราคม 2020 มีการปรับขึ้น 3 ระลอกด้วยกัน รวมเป็นมูลค่าการส่งออกของจีนทั้งสิ้น 375 พันล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าในท้ายที่สุดการปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรโดยรวมจะลดลงจาก 21% เป็น 19.3% แต่ก็สูงกว่าอัตรา 3% ของช่วงก่อนการปรับเป็นอย่างมาก

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยซานตง และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟูตัน (2022) ใช้แบบจำลองทางเศรษฐมิติศึกษา 1) ผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรต่อการส่งออกของจีน 2) ผลกระทบการปรับขึ้นอัตราภาษีต่อเส้นทางสินค้าจีนเข้าสู่สหรัฐอเมริกา 3) ผลกระทบของการประกาศรายการสินค้าที่จะปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากร และ 4) ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีศุลกากรต่อคุณภาพสินค้าจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา

การปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรส่งผลให้ต้นทุนสินค้าจีนสูงขึ้น ผู้ผลิตจึงพยายามลดคุณภาพของสินค้าที่ส่งไปยังสหรัฐอเมริกาทางหนึ่ง และพยายามลดการส่งออกสินค้าจีนที่มีคุณภาพสูงแต่ต้นทุนสูงไปยังสหรัฐด้วย นอกจากนี้ ผู้ส่งออกสินค้าจีนพยายามส่งออกสินค้าไปยังประเทศที่สามเป็นการทดแทน หรือใช้ประเทศที่สามส่งออกสินค้าจีนไปยังสหรัฐอเมริกาอีกทอดหนึ่ง

ประเทศที่สามนี้ก็คือประเทศกลุ่มอาเซียน อย่างไรก็ดี คุณภาพสินค้าที่ส่งออกไปประเทศหรือเขตเศรษฐกิจอื่นยังคงเดิม

รายงานดังกล่าวยังได้ศึกษาผลกระทบแยกตามกลุ่มผู้ใช้สินค้า เช่น สินค้าบริโภค สินค้ากึ่งสำเร็จ และสินค้าทุน โดยพบว่าสินค้าสำหรับบริโภค “คุณภาพลดลง” มากที่สุด ส่วนสินค้าสองกลุ่มหลังมีระดับคุณภาพลดลงน้อยมาก

พร้อมกันนี้ได้แบ่งสินค้าส่งออกของจีนไปยังสหรัฐอเมริกาออกเป็น 3 กลุ่มคือ เทคโนโลยีต่ำ-กลาง-สูง ซึ่งพบว่าสินค้าเทคโนโลยีระดับสูงเป็นสินค้าที่สหรัฐอเมริกาถือเป็นเป้าหมายโจมตีไม่ให้เกิดนั้น มีการลดลงของระดับคุณภาพมากที่สุด สำหรับสินค้าที่มีขีดความสามารถแข่งขันต่ำ ส่วนสินค้าที่มีระดับขีดความสามารถแข่งขันสูงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยระดับขีดความสามารถการแข่งขันนี้วัดจากระดับคุณภาพของสินค้าจีนเปรียบเทียบกับสินค้าชนิดใกล้เคียงกันในตลาดโลก

การปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกามี 3 รอบ แต่ละรอบมีอัตรา 25%, 10% กับ 15% แต่ 2 รอบหลังก็ยังมีการปรับเป็น 25% กับ 7.5% ตามลำดับ การศึกษานี้ใช้วิธีทางสถิติปรับแก้และสรุปผลได้ว่า การปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากร 1% คุณภาพสินค้าส่งออกของจีนลดลง 0.56%

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นคือด้านคุณภาพ แต่ประเด็นที่ถกเถียงกันยังมีผลกระทบทางด้านมหภาค คำถามที่ถามกันมากคือ ทำไมการปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐอเมริกาสูงขึ้นเพียง 0.3% และทำไมขนาดโดยรวมของการส่งออกจีนไม่ได้ลดลง แม้แต่ส่วนแบ่งตลาดก็ไม่ลดลง

การพิจารณาต้องเริ่มมองไปที่มูลค่ารวมของสินค้าที่ได้รับผลกระทบ มีราว 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 66.4% ของสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งอัตราภาษีศุลกากรเฉลี่ยของสินค้าอยู่ที่ 19.3% และถ้าเฉลี่ยกับสินค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบด้วยแล้วภาษีจะอยู่ที่ 13.9% ขณะที่ก่อนการปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากร สหรัฐอเมริกาเก็บภาษีศุลกากรอยู่ที่ 3.1% อัตราที่เพิ่มจริงจึงอยู่ที่ราว 10%

ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรทำให้สินค้าจีนที่ส่งออกไปสหรัฐอเมริกาลดลงจริง จากราว 500 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2017 เหลือราว 430 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019 โดยส่วนแบ่งของสินค้าจีนที่ส่งออกไปสหรัฐอเมริกาลดลงจากราว 21% เหลือราว 13%

โดยการลดลงของสินค้าส่งออกจีนมาจากกลุ่มสินค้าที่ถูกปรับขึ้นภาษี แต่สินค้าที่ไม่ถูกปรับขึ้นภาษียังคงขยายตัวได้

ขณะที่ส่วนแบ่งของสินค้าส่งออกจีนในตลาดโลก และการนำเข้าสินค้าจากตลาดโลกยังคงไต่สูงขึ้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าอุปทานสินค้าจีนและอุปสงค์สินค้านำเข้าของสหรัฐอเมริกาไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากการปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรต่อสินค้าจีน

ในเวลาเดียวกันการเกินดุลการค้าของจีน กับการขาดดุลการค้าของสหรัฐ ในด้านผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงแปรผกผันกัน แสดงให้เห็นว่าสินค้าจีนยังคงมุ่งไปสู่สหรัฐอเมริกาเช่นเดิมไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

โดยในปี 2019 สินค้าจีนส่งออกไปสหรัฐโดยตรงราว 450 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่มีที่ส่งออกโดยทางอ้อมอีก 70 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้อาเซียน ไต้หวัน อียู และเม็กซิโกมีสัดส่วนราว 40%

นอกจากนี้ ในการปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรครั้งก่อน “ค่าเงินหยวน” ในตลาดเงินตราระหว่างตอบรับมาตรการนี้ปรับลดจาก 6.5 หยวน เป็น 7 หยวนต่อเหรียญสหรัฐอเมริกา ค่าเงินหยวนที่ต่ำลงนี้ ส่งผลให้สินค้าส่งออกจีนไปสหรัฐราคาลดลงราว 8% ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนก็คืนภาษีให้แก่ผู้ส่งออกอีกราว 2% ทำให้ราคาสินค้าส่งออกจีนลดลงราว 10% อันเป็นการชดเชยกับผลกระทบของการปรับขึ้นภาษีได้ส่วนหนึ่ง และเมื่อรวมปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกจีน ทำให้โดยสุทธิแล้ว ดัชนีราคาสินค้าส่งออกจีนระหว่างปี 2017-2019 ลดลงเพียง 2% เท่านั้น

ขณะที่หลังปรับขึ้นภาษีศุลกากรแล้ว สินค้าส่งออกจีนโดยรวมมีราคาเพิ่มขึ้น 3.5% แยกเป็นสินค้าที่ไม่เสียภาษี -2.5% และสินค้าที่เสียภาษีเพิ่มขึ้น 8% โดยราคาสินค้าส่งออกจีนที่เพิ่มขึ้น 3.5% นี้ อยู่ในระดับต่ำกว่าอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น 10% เป็นอย่างมาก นี่คือสาเหตุที่อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาหลังการปรับขึ้นอัตราภาษีไม่ได้รุนแรงเท่าที่ควรจะเป็น

ดังนั้น อาจสรุปได้ว่า ผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรต่อสินค้าส่งออกจีนถูกชะลอลงจากหลายปัจจัยคือ 1) การลดคุณภาพ 2) การส่งออกผ่านประเทศที่สาม 3) การปรับตัวลงของค่าเงินหยวนที่ตอบรับข่าวร้ายจากมาตรการนี้ 4) การคืนภาษีของรัฐบาลจีนแก่ผู้ส่งออก และ 5) ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ซึ่งอาจมีผลเป็นบวกหรือลบก็ได้

และในครั้งที่จะถึงนี้ ทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษีจากสินค้าจีน 60% และประเทศอื่น ๆ 25% ดังนั้น ปัจจัย 1-4 ข้างต้นยังมีบทบาทคล้าย ๆ เดิม แต่ผลกระทบต่อราคาและปริมาณสินค้าส่งออกจีนคงจะรุนแรงมากกว่าหลายเท่าตามอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นมากกว่าครั้งก่อน ทั้งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างประเทศที่ส่งออกสินค้าไปสหรัฐอเมริกาด้วยกันเอง หรือประเทศที่ไม่ได้ส่งก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงสินค้าที่เคยส่งออกไปสหรัฐอเมริกาอาจหลีกเลี่ยงและพยายามหาตลาดใหม่ที่ไม่ใช่สหรัฐอเมริกา คล้าย ๆ กับที่จีนเคยปฏิบัติมาในรอบก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิเคราะห์ผลกระทบ “ทรัมป์” ขึ้นภาษี สะเทือน “สินค้าจีน” ไปสหรัฐแค่ไหน ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...