โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

นางร้ายอย่างข้าขอลิขิตชะตาเอง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 14.35 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2567 เวลา 10.50 น. • ชวี่เหว่ย
’มู่หนิงชิง‘ทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงสาวที่ครอบครัวยากจน นางจึงเริ่มปฏิบัติการช่วยให้ครอบครัวมีชีวิตดีขึ้น แล้วทำไมถึงได้มีท่านอ๋องจอมกวนเข้ามาพัวพันในชีวิตนางได้ แถมร่างนี้ยังมีความลับซ่อนเร้นเอาไว้!

ข้อมูลเบื้องต้น

@ แนะแนวก่อนเริ่มอ่านค่ะ : ใครชอบแนวนางเอกบอบบาง เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ ใจดีเป็นแม่พระ มีคุณธรรมสูงส่งไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น วิ่งเล่นอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ เจอผู้หล่อแล้วไม่แอบชื่นหรือกรี๊ดชมในใจเพราะเป็นกุลสตรีเดี๋ยวจะถูกหาว่าบ้าผู้ชาย กดผ่านได้เลยค่ะ เพราะนางเอกของไรท์ไม่ใช่แนวที่ท่านชอบอย่างแน่นอน

ใครชอบนางเอกแรง ร้าย สายมั่น สายฮา อ่านต่อได้เลยจ้า ขอบคุณค่ะ

************

หลังยุคมหาสงครามโลกที่ต่อสู้กันด้วยอาวุธชีวะภาพและนิวเคลียร์สิ้นสุดลง ยีนส์ของมนุษย์บางกลุ่มเกิดการกลายพันธุ์มีผลให้คนเหล่านั้นมีศักยภาพของร่างกายและความสามารถหลายด้านแข็งแกร่งและพิเศษกว่ามนุษย์ปกติ สิ่งที่เคยมีอยู่แต่ในจินตาการของนักสร้างความบันเทิงได้เกิดเป็นจริงขึ้นมา
มู่หนิงชิงเป็นหนึ่งในมนุษย์กลายพันธุ์เหล่านั้น หญิงสาวเติบโตและถูกฝึกให้เป็นนักโจรกรรม เอ้ย จารชนมือฉกาจโดยองค์กรลับทรงอำนาจของฝั่งโลกตะวันออก ความพิเศษของมู่ชิงหนิงคือดวงตา ซึ่งสามารถมองเห็นในความมืด มองเห็นทะลุทะลวงทุกสิ่ง มองเห็นไกลและคมชัดมิต่างจากกล้องส่องทางไกล มองเห็นกระทั่งมดเป็นเมนส์!!
ภารกิจลับส่วนใหญ่ที่ได้รับจากองค์กร คือการจารกรรมข้อมูลหรือโจรกรรมวัตถุตามคำสั่ง มู่หนิงชิงปฏิบัติตามมิเคยอิดออดเพราะค่าตอบแทนแต่ละงานตัวเลขถือว่าสูงมาก ชีวิตของเธอจึงอยู่ดีกินดีมีแต่ของแบรนด์เนมใช้ อาหารการกินล้วนเลิศรสและคุณภาพสูง ชีวิตไม่เคยอดอยาก

และด้วยรูปร่างหน้าตาแสนเย้ายวน หญิงสาวจึงประกอบอาชีพเป็นนางแบบและนักแสดงที่ส่วนใหญ่รับบทนางร้ายเพื่อบังหน้า! รวมถึงเปิดภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์เพื่อสนองความชอบส่วนตัว เธอลงทุนจ้างเชฟชื่อดังจากฝั่งตะวันตกเพื่อมาทำอาหารให้
กระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวไปพบจี้หยกโบราณ แกะสลักจากหยกเหอเถียนสีแดงเป็นรูปดอกโบตั๋นอายุนับพันปีในสภาพสมบูรณ์ วางโชว์อยู่ที่ร้านขายของเก่ากึ่งพิพิธภัณฑ์ในเมืองหลวงของประเทศมหาอำนาจฝั่งเอเชีย ราคาของจี้หยกชิ้นนี้แพงลิบลิ่วจนนางไม่กล้าซื้อ แต่ในเมื่อไม่อยากได้แต่ไม่อยากจ่ายเงินต้องทำอย่างไรดีล่ะ…คืนนั้นหญิงสาวนำสร้อยคอห้อยจี้หยกดอกโบตั๋นสีแดงที่พึ่งได้มาใหม่เข้านอนด้วยความสุขใจ
ไม่มีอะไรที่มู่หนิงชิงอยากได้แล้วไม่ได้! (ในที่นี้หมายถึงของกินและวัตถุสิ่งของ)

ทว่าเมื่อลืมตื่นขึ้นมา ไฉนนางถึงอยู่ในยุคจีนโบราณที่ไม่มีบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์เสียอย่างนั้น!! เอ่อ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย?!
สรุปว่านางทะลุมิติมาอยู่ในครอบครัวซึ่งดูแล้วสภาพความเป็นอยู่อัตคัดขัดสน บิดามารดาโดนเอาเปรียบอยู่เป็นประจำ น้องอีกสองคนผอมแห้งหัวโต ตัวนางเองก็ผ่ายผอมยามโดนลมพัดทีก็แทบจะปลิว! จะผอมเกินไปหน่อยแล้วมั้ง!
เฮอะ! ปัญหาแค่นี้เองเรอะ ขี้ปะติ๋วสำหรับมู่หนิงชิงคนนี้! คอยดูเถอะนางจะทำให้ครอบครัวนี้อยู่ดีกินดีอ้วนพีหน้าใสกันทุกคน จะไม่มีคำว่าลำบากและอดอยากอีกต่อไป!!!
ใครกล้าขวางทางอิ่มท้องของครอบครัว มันผู้นั้นเตรียมงานเข้าได้เลย อย่าหาว่านางไม่เตือน!!!
นิยายเรื่องนี้จะมีฉากประกอบอาหารอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่เยอะมากเพื่อสนองความอยากของนักเขียน (ที่ชอบหิวตอนดึก)

ขอให้รี้ดที่รักทุกคนสนุกกับการอ่านค่ะ
อย่าลืมช่วยกันกดเลิฟมอบหัวใจให้นิยายเรื่องด้วยน้าา
ขอบคุณมากค่า
❤️❤️❤️❤️❤️
*เนื้อหาของนิยายแต่งขึ้นตามจินตนาการอันเพ้อฝันของผู้แต่งเท่านั้น ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับบุคคลสถานที่หรือเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด การใช้ภาษาหรือสำนวนอาจไม่สมเหตุสมผลไปบ้างเพื่ออรรถรสในการอ่าน หากมีข้อผิดพลาดอันใดตัวผู้แต่งเองขออภัยล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้
**คำเตือน : มีการใช้ความรุนแรง การสังหารผู้อื่น ด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง การใช้วาจาเหยียดหยามดูถูกผู้อื่น มีการทำผิดศีลธรรม
***โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน กรุณาให้เกียรติผู้แต่งและนักอ่านท่านอื่นด้วยนะคะ
****คอมเม้นต์ด่าตัวละครได้ตามสบาย แต่อย่าวิจารณ์ค่อนแคะหรือจิกกัดไรท์ในทางเสียหาย เพราะไรท์ใจบางและอ่อนไหว โปรดเห็นใจด้วยนะคะรี้ดที่รักทุกคน
@สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่อนุญาตให้ผู้ใดคัดลอกทำซ้ำดัดแปลงและเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร

คำชี้แจงและพูดคุยก่อนอ่าน โปรดอ่านสักนิดเถอะนะคะ

นิยายเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอมมาดี้สไตล์ไรท์ เป็นแนวสร้างตัวมีมิติกึ่งระบบนิดหน่อย

นางเอกของไรท์คนนี้จะเป็นสายมั่น ร้าย แสบ เพ้อเจ้อเป็นบางที ไร้ความเป็นคุณหนูในห้องหอ ร้ายมาร้ายกลับไม่โกง นิสัยกวนๆเป็นบางครั้ง ใครมาทำร้ายคนในครอบครัวนางเอาคืนแบบไม่ปราณี ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น เพราะอาชีพเก่าคือ จารชนและมือสังหาร

รักอาหารเป็นชีวิตจิตใจ รักครอบครัวฝุดๆ

@ แนะแนวก่อนเริ่มอ่านค่ะ : ใครชอบแนวนางเอกบอบบาง เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ ใจดีเป็นแม่พระ มีคุณธรรมสูงส่งไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น วิ่งเล่นอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ เจอผู้หล่อแล้วไม่แอบชื่นหรือกรี๊ดชมในใจเพราะเป็นกุลสตรีเดี๋ยวจะถูกหาว่าบ้าผู้ชาย กดผ่านได้เลยค่ะ เพราะนางเอกของไรท์ไม่ใช่แนวที่ท่านชอบอย่างแน่นอน

ใครชอบนางเอกแรง ร้าย สายมั่น สายฮา ต๊องเป็นบางที อ่านต่อได้เลยจ้า ขอบคุณค่ะ

นิยายเรื่องนี้ไม่มีสาระ อาจหิวบ้างหากอ่านตอนดึกๆ การกระทำของตัวละครอาจไม่สมเหตุสมผล หรือบ้าๆบอๆเหมือนผู้แต่ง ขอรี้ดที่รักอ่านเพื่อความบันเทิงอย่าเก็บไปคิดมากนะคะ เดี๋ยวจะไม่ฟินเน้อ

@ไรท์ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ ถ้าเจอคำผิดรบกวนรี้ดช่วยอ่านให้ถูกไปก่อนจะได้ไม่เสียอรรถรสในการอ่าน

ถ้าหากเจอคำผิดตรงไหน ช่วยเขียนบอกไว้จะขอบคุณมาก ไรท์จะได้ตามแก้ในแต่ละให้บทถูกค่ะ

เพราะไรท์มีงานประจำต้องทำ แต่งนิยายตอนมีเวลาว่างก่อนนอน อาจไม่สมบูรณ์แบบเหมือนนักแต่งมืออาชีพนะคะ แต่จะพยายามเขียนให้ดีที่สุดค่ะ ขอบคุณที่เข้าใจ

ฝากติดตามผลงานด้วยค่าาาา กราบงามๆแทบอก

หากมีข้อผิดพลาดใดๆไรท์ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

@คอมเม้นต์ติชมได้ตามปกติ ด่าตัวละครได้ตามสบาย แต่กรุณาอย่าค่อนแคะจิกกัดหรือด่าคนแต่งนะคะ

เพราะไรท์ใจบางและอ่อนไหวค่ะ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับนิยายได้ค่ะแต่โปรดใช้คำสุภาพ ยินดีรับฟังนะคะ

***ใครอ่านแล้วไม่ถูกจริตกรุณากดออก โปรดอย่าทิ้งคอมเม้นต์ไว้บั่นทอนจิตใจผู้แต่ง

โปรดช่วยเอ็นดูไรท์มือใหม่ตัวเล็กๆที่พึ่งหัดเขียนนิยายมาได้ราว 7 เดือนด้วยนะคะ

???????????? ขอบคุณมากค่า ❤️❤️❤️

หากอ่านแล้วชอบอย่าลืมบอกเพื่อนๆต่อด้วยนะคะ

ยินดีรับของขวัญจากรี้ดทุกคนนะคะ ^^

บทที่ 1

บทที่ 1 มู่หนิงชิงทะลุมิติ

“ท่านแม่ เมื่อไหร่พี่ใหญ่จะฟื้นหรือเจ้าคะ ฮึก อันเอ๋อร์เป็นห่วงพี่ใหญ่เจ้าค่ะ พี่ใหญ่หลับไปสองวันแล้วนะเจ้าคะ ฮืออ”

"เดี๋ยวพี่ใหญ่ก็ตื่น อันเอ๋อร์หยุดร้องไห้เถิด แม่จะไปตักน้ำเสียหน่อย ลูกอยู่เฝ้าพี่ใหญ่ดีๆนะ"

เสียงสะอึกสะอื้นของเด็กผู้หญิงและเสียงตอบรับจากผู้เป็นมารดาปลุกให้มู่หนิงชิงตื่นจากห้วงนิทราแสนหวาน เธอจำได้ว่าไม่ได้เปิดทีวีหรือคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ก่อนเข้านอน แล้วเสียงเด็กมาจากไหนกัน หรือว่าแม่บ้านของเธอแอบพาหลานมาด้วยเพราะคิดว่าเธอไม่อยู่ห้องวันนี้ ใช้ไม่ได้จริงๆ เห็นทีต้องคุยกับป้าฮงให้รู้เรื่อง

มู่หนิงชิงมุ่นคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่ถูกรบกวนจนตื่นก่อนเสียงนาฬิกาปลุก เธอต้องการจะลืมตา ทว่ากลับเปิดเปลือกตาไม่ขึ้น จู่ๆอาการปวดศีรษะรุนแรงจนแทบหมดสติเข้าจู่โจมในฉับพลัน ภาพความทรงจำของหญิงสาวอายุราวสิบห้าปรากฏขึ้นในหัว เรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตหลั่งไหลต่อเนื่องยาวนาน มิต่างจากดั่งซีรีส์เรื่องหนึ่ง

การถ่ายทอดเรื่องราวและอาการปวดศีรษะของมู่หนิงชิงกินเวลากว่าสองชั่วโมง ท้ายที่สุดความรู้สึกทรมานแสนสาหัสก็หยุดลง มู่หนิงชิงหายใจหอบถี่ เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราวทั่วกรอบหน้า เธอสามารถลืมตาขึ้นได้ในที่สุด

ภาพแรกที่เห็นคือหลังคาเก่าทรุดโทรม คานของเพดานทำขึ้นจากไม้และมีหญ้าแห้งมุงทับไว้ สภาพคล้ายจะพังแหล่มิพังแหล่

เรียวคิ้วงามของมู่หนิงชิงมุ่นเข้าหากัน ความรู้สึกเจ็บปลาบเด่นชัดที่ท้ายทอยพิสูจน์ให้เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน

มู่หนิงชิงยกมือขึ้นมาสัมผัสบริเวณท้ายทอยด้านซ้ายที่กำลังปวดตุบๆ ปลายนิ้วคลำเจอก้อนบวมขนาดไข่ไก่เบอร์หนึ่ง เธอขยับศีรษะมองไปยังด้านขวา สายตาสบเข้ากับใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือกอบซึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

ครั้นดวงตาสองคู่สบประสานกันอาการหวาดผวาพลันเกิดขึ้นกับมู่หนิงชิงทันที

“กรี๊ดด ผะ ผีหลอก ผีเด็กหลอก! ฉันกลัวผี อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย! แล้วจะทำบุญกรวดน้ำไปให้” มู่หนิงชิงกรีดร้องสุดเสียง ลุกพรวดขึ้นมานั่งขยับถอยกรูดจนแผ่นหลังติดข้างฝา สีหน้าท่าทางตื่นตระหนกสุดชีวิต

"กรี๊ดดดดดด" เจ้าตัวเล็กเองก็ตกใจเสียงกรี๊ดของพี่สาว นางเลยกรี๊ดตามผงะถอยหลังก้นจ้ำเบ้า ทว่าก็ได้สติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว

“ท่านแม่ พี่ใหญ่ฟื้นแล้วเจ้าค่าาา” เด็กหญิงตัวน้อยที่ถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผี ขยับปากส่งเสียงเรียกมารดา น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าเล็กหันมาหามู่หนิงชิงที่นั่งชันเข่าขดตัวหลังชนฝากลอกตาไปมาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบกาย

“พี่ใหญ่พูดจาแปลกประหลาดจริงๆด้วย กลางวันแสกๆจะมีผีได้อย่างไรต้องรอให้มืดก่อนเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ยังเจ็บตรงไหนอยู่รึเปล่า อันเอ๋อร์จะได้ไปบอกท่านแม่ให้ ท่านเสียงแหบมากเลยเดี๋ยวอันเอ๋อร์ไปรินน้ำมาให้นะเจ้าคะ” เจ้าตัวน้อยดีอกดีใจที่ในที่สุดพี่สาวก็ตื่นขึ้น ริมฝีปากจิ้มลิ้มเอ่ยวาจาฉะฉานเป็นชุดเดินไปรินน้ำจากกาใส่ถ้วยดินเผาที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆใกล้หน้าต่างและนำมายื่นให้พี่สาวด้วยรอยยิ้มน่ารัก

ความจริงปีนี้มู่หนิงอันอายุหกหนาวแล้ว เพียงแต่ร่างกายของเด็กหญิงแคระแกร็นกว่าปกติเพราะขาดสารอาหาร ทว่าเจ้าตัวน้อยกลับรู้ความนักทั้งมีความจำดีมาก นางยังคงจดจำเรื่องที่ท่านหมอหูบอกกับบิดามารดาว่า

“หากชิงเอ๋อร์ฟื้นขึ้นมาแล้วมีอาการสับสนหรือจำอะไรไม่ได้ก็อย่าพึ่งตื่นตกใจไป นี่เป็นอาการซึ่งพบได้บ่อยในคนที่ได้รับความกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะอย่างรุนแรง”

มู่หนิงชิงที่เวลานี้ใจเย็นลงเพราะเริ่มตระหนักถึงสถานะการณ์ที่กำลังเผชิญ เธอจ้องมองชามใส่น้ำในมือเด็กหญิงด้วยความกระหาย พลันตัดสินใจทดลองบางสิ่งด้วยการเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายก่อนรับน้ำมาดื่ม

“น้องชื่อมู่หนิงอันใช่หรือไม่?” เสียงแหบแห้งแตกระแหงมิต่างจากเป็ดเทศเอ่ยถามเด็กหญิง นั่นเป็นชื่อที่ปรากฏอยู่ในภาพความทรงจำที่ได้เห็นเมื่อสักครู่ก่อนจะสติแตก

“เจ้าค่ะ ชื่อของอันเอ๋อร์คือ มู่หนิงอัน ส่วนพี่ใหญ่ชื่อมู่หนิงชิง พี่รองชื่อมู่หนิงเฉิง” เด็กหญิงตอบกลับอย่างฉะฉาน

คำตอบจากปากเด็กน้อยตรงหน้าช่วยไขข้อข้องใจของมู่หนิงชิงให้กระจ่างชัด

เธอตบเข่าฉาดสีหน้ามั่นอกมั่นใจ นั่นปะไร! เป็นอย่างที่สงสัยจริงๆ ตัวเธอทะลุมิติมาเหมือนอย่างในนิยายหลายเรื่องที่เคยอ่าน!

แม่เจ้า! นี่มันออกจะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว! ปาฏิหาริย์จากจินตนาการของนักเขียนนิยายมีอยู่จริง อะเมซิ่งสุดๆ!!

มือผอมบางยกขึ้นมาทาบอกด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ พลันฉุกคิดบางสิ่งขึ้นมาได้ หรือว่าเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์จากจี้หยกเหอเถียนสีแดงอายุเป็นพันปีที่ใส่นอนเพราะความเห่อชิ้นนั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่าเธอเจอเข้ากับอภินิหารจากของโบราณ! หากเป็นอย่างที่คาดจริงก็เรียกว่าเจอแจ็คพ็อตเลยนะเนี่ย!

มิน่าในตำราเก่าๆถึงมีคำกล่าวเตือนว่า ‘ของยิ่งเก่ายิ่งลึกลับ บางชิ้นอาจมีคำสาปหรืออาถรรพ์ติดมา ขอให้ระวังเอาไว้'

นี่แหละหนาที่เขาว่า ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่ มู่หนิงชิงคิดเองตอบเองอยู่ในใจ

เมื่อตั้งสมมุติฐานขึ้นมาได้ สีหน้ามั่นอกมั่นใจเริ่มผันแปรเป็นสับสนงงงวย ตกลงว่าตัวเธอทะลุมิติมาเฉยๆ หรือว่าตายไปแล้วเลยทะลุมิติมากันล่ะเนี่ย?! เมื่อคืนก่อนนอนก็ไม่ได้อ่านนิยายซักหน้า แล้วเธอทะลุมิติมาอยู่ในนิยายเรื่องไหนกัน หลายปีที่ผ่านมาเธออ่านไปหลายสิบเรื่องซะด้วย แล้วใครมันจะไปจำเนื้อหาของนิยายทุกเรื่องได้หมด เล่นอ่านไปซะหลายเรื่องหลายแนวขนาดนั้น…

แล้วถ้าเกิดว่าเธอไม่ได้อยู่ในนิยายล่ะ?? โอ้ย! สับสนมึนงง คิดไม่ออก…ฮืออ เวรกรรมของคนสวยจริงๆ!! อยู่ดีๆก็งานเข้าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

เพราะถูกความสับสนที่หาคำตอบไม่ได้ถาโถมความคิด มู่หนิงชิงเลยเริ่มทึ้งหัวตนเอง

มู่หนิงอันนั่งอ้าปากหวอ เอียงคอมองพี่สาวที่บ่นพึมพำอยู่คนเดียวก่อนหน้านี้และเปลี่ยนมาทึ้งหัวตัวเองตาปริบๆ หัวคิ้วเล็กของเด็กหญิงเริ่มมุ่นเข้ากันบ้าง

“ท่านแม่เจ้าคะ…พี่ใหญ่ปวดหัวเจ้าค่าาา ดึงผมตัวเองใหญ่แล้ว” ร่างเล็กวางชามใส่น้ำลงกับเตียงตะโกนเสียงดังขณะวิ่งดุ๊กดิ๊กออกไปตามมารดา

“…” มู่หนิงชิง “ท่าทางเด็กคนนี้ฉลาดใช้ได้เลยนะเนี่ย” เธอหยุดทึ้งหัวตัวเองเพราะเริ่มรู้สึกเจ็บหนังหัว เอื้อมมือไปหยิบถ้วยใส่น้ำมาดื่มด้วยความกระหาย

"อึ้ก อึ้ก อ้าว หมดซะล่ะยังดื่มไม่พอเลย" เธอขยับเตรียมจะลุกไปรินน้ำมาดื่มเพิ่ม ทว่าร่างกายเกิดโงนเงนจนต้องลงไปนั่งบนเตียงอีกรอบ

"โอ้ย ไม่มีแรง ทำไมขาแข้งอ่อนแบบนี้" เธอรีบรก้มสำรวจร่างกายตนเองจึงเห็นว่าแขนขาเล็กมากผอมจนแทบเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก

"โอ้โห ผอมมาก ผอมยังกับตะเกียบแน่ะ!"

มู่หนิงชิงที่ตอนนี้กระจ่างแจ้งกับสภาพการณ์ของตัวเอง เริ่มต้นกวาดตามองสำรวจไปรอบๆห้องอย่างจริงจังอีกครั้ง

สภาพบ้านที่เห็นตรงหน้า อืมม ขอใช้คำว่า ทรุดโทรมยิ่งนักก็แล้วกัน จากนั้นจึงลองเพ่งสายตาเพื่อทดสอบดูว่าความสามารถพิเศษของเธอที่ถูกเรียกขานว่า เนตรปีศาจ ติดตัวมาด้วยหรือไม่ ปรากฏว่าเธอยังมีความสามารถพิเศษนี้ติดตัวอยู่

ฟู่ววว ค่อยยังชั่ว แบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าชีวิตในภายภาคหน้าจะลำบาก…

“โชคยังดีที่เนตรปีศาจไม่หายไป ความรู้สึกของตัวละครในนิยายตอนทะลุมิติมาใหม่ๆเป็นอย่างนี้เองสินะ แล้วฉันทะลุมาเป็นคาแร็คเตอร์ไหนเนี่ย นางเอก นางร้าย หรือว่าเป็นตัวประกอบใช้แล้วทิ้งกันแน่ น่าปวดหัวชะมัดโผล่มาที่ไหนก็ไม่รู้” บ่นจบก็ลงไปนอนแผ่หลาอีกรอบ

ประตูห้องนอนถูกเปิดอีกครั้ง ซูซื่อ* หรือซูเหม่ยพร้อมด้วยมู่หนิงอันก้าวตรงมาหานาง ในมือของผู้เป็นมารดาถือชามใส่โจ๊กอยู่

“ชิงเอ๋อร์ ในที่สุดลูกก็ฟื้น แม่ค่อยเบาใจหน่อย ลูกยังเจ็บตรงไหนอยู่หรือไม่”

สตรีรูปร่างผอมบางอายุราวสามสิบต้นๆ ผิวซีดเหลืองใบหน้าซูบตอบมีริ้วรอยลึกที่หางตา นางแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีอ่อนที่ดูเก่ามีรอยปะชุนหลายแห่งทว่าสะอาดสะอ้าน ดูจากลักษณะของรูปหน้าแล้วหากนางมีเนื้อขึ้นมาบ้าง จะถือได้ว่าค่อนข้างสวยในสายตาของมู่หนิงชิง

“ชิงเอ๋อร์ทานโจ๊กเสียหน่อยนะ ลูกนอนหลับไปหลายวันคงหิวแย่"

น้ำเสียงของนางเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย สายตาที่มองอ่อนโยนและอบอุ่น มู่หนิงชิงขยับนั่งพิงหมอน รับถ้วยโจ๊กที่ใสจนนับเม็ดข้าวได้มาถือไว้ เธอเหลือบตามองสตรีที่เป็นมารดาเจ้าของร่างและเด็กหญิงตัวน้อยนามมู่หนิงอันด้วยแววตาเห็นใจ

ท่าทางสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวนี้คงไม่ดีนัก สามารถเดาได้จากลักษณะของโจ๊กในชาม

“พวกท่านทานข้าวแล้วรึยัง…เจ้าคะ” เสียงของเธอยังคงแหบแห้ง ร่างกายยังคงระบม โดยเฉพาะบาดแผลที่ศีรษะอาจต้องเวลาในการฟื้นตัวราวสองสามวันกว่าจะดีขึ้น

“แม่กับน้องทานแล้ว ลูกไม่ต้องห่วง รีบทานโจ๊กตอนที่ยังร้อนเถอะ เสร็จแล้วจะได้ทานยา ท่านหมอหูบอกว่าลูกอาจมีเลือดคลั่งในหัว ต้องดื่มยาเพื่อสลายเลือดเหล่านั้น เดี๋ยวแม่กลับมานะ" พูดจบซูซื่อก็ลุกขึ้นเพื่อไปต้มยามาให้บุตรสาว

มู่หนิงชิงตักโจ๊กเข้าปากเงียบๆ ทว่ากำลังครุ่นคิดเรื่องยาต้ม ในนิยายทุกเรื่องที่เคยอ่านล้วนบอกว่ารสชาติขมจนแทบบ้วนทิ้ง นี่นางกำลังจะได้ลองลิ้มชิมรสกับตัวเองอย่างนั้นรึ จะตื่นเต้นหรือหวาดหวั่นดีล่ะ!

โจ๊กใสแจ๋วหมดลงในชั่วอึดใจ เด็กหญิงตัวน้อยรับชามเปล่ามาจากมือของพี่สาวไปวางบนโต๊ะพร้อมกับรินน้ำใส่ชามเล็กที่ใช้ดื่มก่อนหน้านี้กลับมาให้นาง

“พี่ใหญ่ดื่มน้ำอีกหน่อยนะเจ้าคะจะได้อยู่ท้อง” เสียงเล็กเอื้อนเอ่ยบอกพี่สาวขณะยื่มชามใส่น้ำมาตรงหน้า

ความรู้สึกสลดหดหู่ถามโถมจิตใจของมู่หนิงชิงดั่งคลื่นซัด ครอบครัวนี้ช่างน่าเวทนานักต้องดื่มน้ำเพื่อช่วยให้หายหิว หญิงสาวเกิดความละอายใจกับการใช้ชีวิตอย่างฟุ้งเฟ้อก่อนจะทะลุมิติมา

ตัวเธอเคยทานแต่อาหารดีๆ แพงแค่ไหนหากอยากลิ้มรสต้องได้ทานสมใจ อาหารหากไม่เลิศรสก็ไม่เคยคิดแตะตามประสาคนเรื่องมากถึงได้เปิดภัตตาคารระดับสูงเป็นของตัวเอง จุดประสงค์หลักคือเอาไว้สนองความชอบเรื่องอาหาร และจุดประสงค์รองคือเอาไว้บังหน้าอาชีพแท้จริงของตน…

“ขอบใจนะอันเอ๋อร์” มู่หนิงชิงรับน้ำมาดื่มโดยไม่ลืมกล่าวขอบใจเด็กน้อย

หลังจากดื่มหมดจึงเริ่มถามไถ่ถึงสาเหตุที่ร่างนี้ได้รับบาดเจ็บ เพราะเรื่องราวสุดท้ายที่เธอเห็น คือภาพที่มู่หนิงชิงกำลังเดินขึ้นเขาเพื่อไปหาสมุนไพรและของป่ามาขาย นางมองเห็นบางสิ่งเบื้องหน้าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ และได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากทางด้านหลัง จากนั้นสติสัมปชัญญะก็ดับวูบลง

เสียงเล็กสดใสของมู่หนิงอันเริ่มต้นเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้พี่สาวฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ สีหน้าท่าทางของเด็กน้อยดูจริงจังขณะบอกเล่าเรื่องราว มู่หนิงชิงเห็นแล้วอดเอ็นดูเจ้าตัวเล็กไม่ได้

“วันนั้นพี่ใหญ่แบกตะกร้าขึ้นเขาไปหาของป่ามาขายตามปกติ และบอกท่านแม่ว่าวันนี้จะเดินเข้าไปลึกหน่อย หากมีโชคอาจพบของดีเหมือนอย่างครอบครัวของท่านลุงจงบ้าง

จนกระทั่งยามเว่ย (13:00-14:59) ท่านก็ไม่กลับลงมาเสียที ท่านแม่เป็นห่วงมากเลยออกไปเรียกท่านพ่อและพี่รองที่ไร่ จากนั้นทุกคนก็ไปตามพี่ใหญ่บนเขาและพบท่านนอนหมดสติหายใจรวยรินอยู่ที่ใต้ต้นไม้ ท่านพ่ออุ้มท่านกลับมา ท่านแม่ไปตามท่านหมอหูมารักษาท่านเจ้าคะ… ฮึก ตอนนั้นพี่ใหญ่ชีพจรอ่อนมาก ท่านหมอหูบอกให้พวกเราทำใจ ฮึก ข้ากลัวมากเลยเจ้าค่ะ”

มู่หนิงอันน้ำตาเอ่อท้นเริ่มสะอื้นไห้อีกครั้ง เด็กหญิงกลัวมากจริงๆว่าพี่สาวจะเป็นอะไรไป มือเล็กผอมบางเอื้อมมาจับมือของพี่สาวไว้แน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นและเริ่มเล่าเรื่องราวที่เหลือ

“ท่านพ่อท่านแม่อยู่เฝ้าท่านทั้งคืนเลย พอตอนเช้าท่านหมอหูก็กลับมาตรวจอีกรอบ ตอนนั้นชีพจรของพี่ใหญ่กลับมาเต้นเป็นปกติแล้วเจ้าค่ะ ท่านหมอหูประหลาดใจมากแต่ก็ดีใจมากเหมือนกัน พูดว่าน่าเหลือเชื่อจริงๆ ดีจริงๆ อยู่หลายครั้งเลยเจ้าค่ะ” ดวงตากลมโตไร้เดียงสารอยยิ้มน่ารักประดับใบหน้าเล็กมอมแมมของมู่หนิงอัน

คนฟังพยักหน้าหลังฟังจบ กำมือซ้ายหลวมๆเริ่มถูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ไปมาขณะใช้ความคิด

‘ดูท่าว่าตัวเราคงเข้ามาอยู่ในร่างนี้ทันทีที่เจ้าของร่างสิ้นลมสินะ และเป็นไปได้ว่าสาเหตุที่ทำให้มู่หนิงชิงตัวจริงเสียชีวิตคงไม่ใช่อุบัติเหตุลื่นล้มศีรษะกระแทกพื้นเสียแล้วกระมัง' มู่หนิงชิงอนุมานในใจแววตาดูเย็นชาขึ้นหลายส่วน

* ซื่อ : เป็นคำที่ใช้เรียกสตรีที่ออกเรือนแล้วนำหน้าแซ่เดิม เช่น ซูเหม่ย = ซูซื่อ

******************

ฝากลูกสาวคนใหม่ไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ กราบงามๆแทบอกรี้ดที่รัก

บทที่ 2

บทที่ 2 มิติของมู่หนิงชิง

ครู่ต่อมาซูซื่อก็ถือถ้วยใส่ยาต้มมาให้บุตรสาว

ประสบการณ์ลิ้มลองยาต้มครั้งแรกของมู่หนิงชิงเรียกว่าเลวร้ายสุดๆ ทั้งขมกลิ่นก็แรงแถมฝาดติดลิ้นไม่หายไปง่ายๆ ขนาดว่าดื่มน้ำบ้วนปากไปตั้งหลายรอบแล้ว ซูซื่อบอกว่านางยังต้องกินยาไปอีกเจ็ดวัน

ฮือออ…สวรรค์ท่านโกรธเกลียดอะไรนางนักหนา ถึงได้ส่งยาต้มมาลงโทษนางเยี่ยงนี้!

เวลานี้มู่หนิงชิงรับรู้ว่าตนและครอบครัวสกุลมู่บ้านรองตั้งรกรากอยู่ที่หมู่บ้านชื่อว่าเต๋อถัง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเวินเก๋อ เมืองอี๋เฉิง ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแคว้นต้าซวิน หากเดินทางไปกลับด้วยเท้าจะใช้เวลาราวสามชั่วยาม แต่หากเดินทางด้วยเกวียนก็จะย่นเวลาได้ครึ่งหนึ่ง

ครอบครัวของมู่หนิงชิงคือสกุลมู่บ้านรอง ส่วนสกุลมู่บ้านใหญ่ก็อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน บ้านของพวกเขาห่างไปราวยี่สิบจั้ง

สมาชิกของบ้านใหญ่มีด้วยกันเจ็ดคน ได้แก่มู่ซานและหลัวอวี๋ซึ่งเป็นท่านปู่และท่านย่าของมู่หนิงชิงและน้องๆ ท่านลุงใหญ่มู่อวิ๋น ภรรยาชื่อฉวนเหยา และบุตรชายบุตรสาวอีกสามคน ชีวิตความเป็นอยู่ของบ้านใหญ่คงดีกว่าบ้านรองเป็นแน่หากนางคาดไม่ผิด…อนุมานจากประสบการณ์ในการอ่านนิยายและเล่นซีรีส์แนวชีวิตมาหลายเรื่อง

ราวยามเซิน (15:00-16:59) มู่เฟิงผู้เป็นบิดาและมู่หนิงเฉิงน้องชายคนรองก็กลับถึงบ้าน

มู่เฟิงอายุราวสามสิบห้ารูปร่างสูงทว่าค่อนไปทางผอม ผิวคล้ำจากการทำงานในไร่ ส่วนมู่หนิงเฉิงอายุเก้าหนาว หน้าตาคล้ายมู่หนิงอันถึงเจ็ดแปดส่วน เพียงแต่รูปตาและริมฝีปากที่ได้มาจากบิดา เด็กชายมีรูปร่างผอมบางผิวคล้ำจากการช่วยงานบิดาในไร่เช่นเดียวกัน

ครั้นทั้งคู่ทราบว่ามู่หนิงชิงฟื้นแล้วก็รีบรุดมาดูด้วยความเป็นห่วง ยิ่งมู่หนิงชิงได้เห็นว่าสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนผ่ายผอม เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูเก่าจนสีซีดและมีรอยปะชุนหลายแห่งยิ่งสะท้อนใจ นางตั้งปณิธานแน่วแน่ทันทีว่าหากหายดีเมื่อไหร่นางจะต้องช่วยครอบครัวนี้ให้มีชีวิตที่ดีขึ้นและไม่อดอยากอีกต่อไป!!!

จารชนมือหนึ่งอย่างนางเรื่องหาเงินเข้ากระเป๋าคือเรื่องเล็ก!

หลังจากสนทนากับทุกคนในครอบครัวเรียบร้อย มู่หนิงชิงจึงเอ่ยกับซูซื่อว่านางรู้สึกเหนียวตัวอยากอาบน้ำ ทว่าผู้เป็นมารดาแนะนำให้นางเช็ดตัวแทนเพราะพึ่งฟื้นคืนสติ ซึ่งมู่หนิงชิงก็ไม่ขัดข้อง

ครู่ต่อมาซูซื่อยกอ่างใส่น้ำอุ่นมาให้นางที่ห้องพร้อมผ้าอีกผืน

“ขอบคุณท่านแม่มากเจ้าค่ะ ข้าเช็ดตัวเองได้ท่านไม่ต้องอยู่ช่วยข้าหรอกเจ้าค่ะ” จะให้นางมาถอดผ้าต่อหน้าคนแปลกหน้าก็ใช่เรื่อง นางพึ่งทะลุมิติมาขอเวลาปรับตัวให้คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมใหม่หน่อยเถอะ

“ได้ แต่ลูกค่อยๆ เช็ดตัวก็แล้วกัน ระวังหน้ามืดล่ะ” ซูซื่อวางอ่างใส่น้ำลงบนโต๊ะข้างหน้าต่าง เดินมาลูบศีรษะของบุตรสาวอย่างอ่อนโยน แววตาเปี่ยมด้วยความรักและห่วงใย

คล้อยหลังซูซื่อที่ปิดประตูให้นางเรียบร้อย มู่หนิงชิงจึงถอดเสื้อที่สวมอยู่ออก เหลือเพียงเอี้ยมสีชมพูเก่าหม่นปกปิดหน้าอกผอมแห้ง

“อุ้ย เอี๊ยมหน้าตาเหมือนที่บรรยายไว้ในนิยายเลยอ่ะ แต่เก่าไปหน่อยนะ ร่างกายนี้ก็แสนบอบบางเหลือเกิน เอาไว้คนสวยจะบำรุงให้มีน้ำมีนวลเองไม่ต้องห่วงนะมู่หนิงชิง” ปากก็พร่ำปลอบใจร่างกายของตน มือก็เอื้อมไปปลดสายผูกด้านหลัง

นางกำลังจะวางเอี๊ยมลงบนเตียง ทว่าสายตาเหลือบเห็นว่าเอี๊ยมตัวนี้มีผ้าซับตัดเย็บไว้คล้ายกระเป๋าซ่อนอยู่ด้านใน นางจึงหยิบขึ้นมาสำรวจดู และเมื่อลองล้วงนิ้วเข้าไปปลายนิ้วก็สัมผัสเข้ากับบางสิ่งเรียบลื่น นางจึงดึงสิ่งนั้นออกมาจากช่องลับ

“เอ๋ ทำไมมันดูเหมือนจี้หยกแดงอันนั้นนักนะ รึว่า…?!”

ทันทีที่สิ้นคำกล่าวแสงสีขาววาบบังเกิดตรงหน้า มู่หนิงชิงหลับตาหนีแสงจ้านั้น และเมื่อลืมตาขึ้นหลังแสงสว่างแสบตานั้นหายไป สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือห้องครัวขนาดใหญ่จากภัตตาคารสุดหรูของนางซึ่งอยู่ในอีกมิติก่อนหน้านี้!

กรี๊ดดดด!!! ไม่เชื่อแต่อย่าหลบลู่ นางมีตัวช่วยเหมือนในนิยายหลายเรื่องที่เคยอ่านผ่านตากับเขาด้วยหรือนี่!

มู่หนิงชิงเจ้ารอดแล้ววว แบบนี้ไม่อดตายแน่นอน! ร่างผอมบางที่สมควรจะเปลือยอก ในเวลานี้กลับสวมชุดเชฟอยู่เสียอย่างนั้น!!

หญิงสาวตาโตตกตะลึงกับปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น แต่กระนั้นก็มีสติพอที่จะรู้ว่านี่คือสิ่งที่เรียกว่า มิติ ซึ่งมาในลักษณะห้องครัวของภัตตาคาร ยอดเยี่ยมไปเลย! และที่นางดีใจจนเนื้อเต้นก็เป็นเพราะของสดของแห้งเครื่องปรุงต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่มทุกอย่างในครัวแห่งนี้ล้วนเป็นของเกรดพรีเมี่ยม!

ก็คนมันรักการกินเป็นชีวิตจิตใจทำอย่างไรได้

เจ้าของมิติห้องครัวมุ่งตรงไปยังห้องเก็บของสดขนาดใหญ่ และเมื่อก้าวเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงความเย็นของห้องแช่ทันที

“อู้ยยย สุดยอดทุกสิ่งยังเหมือนเดิมเป๊ะ เอ๊ะ! แล้วนี่มันอะไรทำไมมีป้ายบอกราคาด้วย”

บนห่อของเนื้อวากิวa5 ที่นางหยิบขึ้นมาดูปรากฏราคาบอกไว้เป็นหน่วยเงินของในมิตินี้ซึ่งไม่แตกต่างจากเงินในยุคจีนโบราณ เรียวคิ้วงามมุ่นเข้ากันด้วยความข้องใจ อย่าบอกนะว่า…

ทันใดนั้นเอง…

ติ้ง!! หน้าจอดิจิตอลขนาดกระดาษA4 ปรากฏขึ้นตรงหน้ามู่หนิงชิง ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ดังนี้

ยินดีต้อนรับสู่มิติแห่งความอิ่มหนำ ทางเข้าออกมิติแห่งนี้คือหยกรูปดอกโบตั๋นสีแดงในมือของท่าน

“นั่นปะไร!! ว่าแล้วเชียวเจออภินิหารหยกแดงจริงๆ ด้วย ถึงว่า…ตั้งราคาขายซะแพงยังกับคฤหาสน์ของหัวหน้าองค์กรลับ!” มู่หนิงชิงทุบกำปั้นลงบนฝ่ามืออีกข้างขณะกล่าวคำ จากนั้นจึงตั้งใจอ่านข้อความบนหน้าจอดิจิตอลต่อ

ข้อกำหนดและกฎเกณฑ์การใช้มิติแห่งนี้

- ท่านสามารถเข้าออกมิติได้ทุกเวลาไม่จำกัดจำนวนครั้ง

- สินค้าทุกชิ้นในมิติแห่งนี้ขายตามราคาที่ระบุไว้ จะมีการลดราคาเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลต่างๆ ซึ่งทางเราจะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า

- สินค้าทุกชิ้นรับประกันคุณภาพและความสดใหม่ ไม่สดยินดีคืนเงิน!

- สินค้าทุกชิ้นมีรหัสพิเศษควบคุม อย่าคิดจะขโมยออกไป หากทำผิดกฏท่านจะถูกยกเลิกมิติแห่งความอิ่มหนำทันที

- สินค้าที่จะนำออกจากมิติได้คือสินค้าที่ชำระเงินแล้วเท่านั้น

หมายเหตุ : ท่านสามารถนำสินค้าเข้ามาขายให้มิติแห่งความอิ่มหนำได้ แต่ต้องผ่านการประเมินและตรวจสอบคุณภาพจากระบบเสียก่อน

เนื่องจากท่านเป็นลูกค้าใหม่ ทางเราจึงขอสมนาคุณด้วยการมอบสินค้าทุกชนิดในมิติแห่งนี้ให้ท่านฟรีชนิดละสิบชิ้นไม่จำกัดระยะเวลา จำกัดเพียงจำนวนสินค้าที่มอบให้

หมายเหตุ : ทางมิติแห่งความอิ่มหนำได้จัดกิจกรรมท้าทายทุกสิบวัน ภายในสิบวันท่านจะเข้าร่วมการท้าทายวันไหนก็ได้ตามที่ท่านสะดวกเพื่อรับรางวัลพิเศษ

กิจกรรมท้าทายของรอบนี้

ต้มไข่ให้เป็นระดับยางมะตูมสิบใบ ระยะเวลาที่กำหนดคือสิบนาที

รางวัลที่ได้รับหากทำสำเร็จ : แม่ไก่พันธุ์ไข่สายดุ จำนวนสามตัว

ความพิเศษ : ออกไข่เบอร์หนึ่งวันละสองฟองต่อหนึ่งตัว หากไม่ใช่เจ้าของมาสัมผัสตัวแม่ไก่หรือเก็บไข่ของมัน แม่ไก่ของเราจะกลายร่างเป็นไก่ปีศาจไล่จิกคนผู้นั้นจนหน้าแหกทันที!!

“…” นั่นไก่หรือหมา

ล้มเหลว : ปรับราคาของสินค้าที่ท่านใช้ร่วมกิจกรรม

พรืดดด…มู่หนิงชิงแอบขำคุณสมบัติของแม่ไก่ ดุสมชื่อสายพันธุ์จริงๆ! ขอนางเดินดูมิติแห่งนี้จนทั่วก่อนเถอะ แล้วนางจะร่วมกิจกรรมท้าทายของรอบนี้ทีหลัง

สิ่งที่มู่หนิงชิงทำถัดมาคือรีบมุ่งหน้าไปยังมุมในสุดของห้องแช่เย็นด้วยความประหม่า เอื้อมมือไปกดก้อนอิฐหลายก้อนบนผนังหลังตู้แช่แข็ง เมื่อใส่รหัสถูกต้องผนังทางด้านซ้ายมือก็แง้มออก

ตู้เซฟใบหนึ่งถูกซ่อนไว้ในนั้น มู่หนิงชิงดันผนังให้เปิดกว้างขึ้นกดใส่รหัสบนตู้เซฟด้วยความคุ้นเคยและเปิดประตูตู้เซฟออก

ดวงตาเมล็ดซิ่งของหญิงสาวทอประกายสว่างไสว อุปกรณ์จารกรรมสุดล้ำยุคแสนรักของนางยังอยู่ครบ รวมถึงทองคำอีกหลายแท่งที่ทอประกายสว่างจนแสบตา!!! หุหุหุ จะใช้เมื่อไหร่ค่อยแวะมาหยิบก็แล้วกัน

ติ้ง!! หน้าจอดิจิตอลปรากฏขึ้นอีกครั้ง

- วัตถุที่อยู่ในตู้เซฟใบนี้ให้ถือว่าเป็นสินค้านอกข้อตกลง ท่านสามารถนำไปใช้ได้ตามสะดวกไม่เกี่ยวข้องกับทางมิติแห่งความอิ่มหนำ

ฟู่ววว “ค่อยยังชั่ว นึกว่าต้องจ่ายเงินซื้อด้วยซะแล้ว” เสียงพรูลมหายใจดังขึ้นแผ่วเบา

หลังปิดตู้เซฟและผนังกลับเข้าที่โดยไม่ได้ใส่รหัส นางจึงก้าวตรงไปหาเนื้อวากิวทันที

“ทุกอย่างหยิบได้สิบชิ้นชิ้น ถ้าอย่างนั้น…”

ครู่ต่อมา กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของอาหารที่เรียกว่า สเต็กเนื้อวากิวระดับมีเดี่ยมแรร์ก็ลอยฟุ้งอยู่ในห้องครัวมิติ โจ๊กที่ทานไปก่อนหน้านี้ไม่ต่างจากน้ำ ไม่รู้สึกอยู่ท้องเลยสักนิด

มู่หนิงชิงนั่งกินเนื้อสเต็กชิ้นใหญ่ มีมันฝรั่งและถั่วลันเตาผัดเนยเป็นเครื่องเคียงด้วยความหิวโหย

ระหว่างที่ทานนางก็ครุ่นคิดไปด้วยว่าหากจะเอาอาหารเหล่านี้ออกไปให้ครอบครัวได้ทาน แล้วนางจะใช้เหตุผลใดมาอ้างกับพวกเขาดี

มู่หนิงชิงยังมีความคิดที่จะใช้สินค้าสมนาคุณนี้เริ่มต้นหาเงินให้กับครอบครัว จะนำทองคำแท่งที่มีออกไปขายก็เกรงว่าทุกคนจะแตกตื่นกันเสียก่อน เรื่องนี้ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ

หลังจากทานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างล้างเรียบร้อย นางก็เดินไปเข้าอาบน้ำในห้องทำงานส่วนตัวของเชฟใหญ่ ซึ่งมีห้องอาบน้ำฝักบัวและห้องสุขาอยู่ในนั้นก่อนจะออกมาจากมิติ

สภาพภายในห้องนอนซ่อมซ่อของนางทุกอย่างยังคงเป็นปกติ มือผอมบางลองวัดอุณหภูมิน้ำในอ่างสำหรับใช้เช็ดตัว ปรากฏว่ามันยังคงอุ่นมิต่างจากก่อนหน้านี้

“เวลาข้างในมิติผ่านไปเกือบสองชั่วโมง แต่ข้างนอกนี่กลับยังเป็นเวลาเดิม เยี่ยมไปเลย”

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้ามู่หนิงชิงจึงออกมาจากห้อง ซูซื่อและมู่หนิงอันกำลังช่วยกันนวดแป้งเพื่ออาหารเย็นอยู่ในครัว มู่เฟิงและมู่หนิงเฉิงออกไปตกปลาที่ลำธาร

"ท่านแม่นวดแป้งจะทำอาหารอะไรหรือเจ้าค่ะ" มู่หนิงชิงก้าวเข้าไปในครัวมองแป้งเนื้อหยาบในอ่างไม้ขนาดกลางที่ซูซื่อกำลังมือนวดอย่างตั้งใจ ข้างๆกันคือผักกาดขาวและผักป่าที่ถูกหั่นไว้เป็นชิ้นเล็กๆ

"อ้าว ชิงเอ๋อร์ออกมาทำไมล่ะลูก น่าจะนอนพักอีกสักหน่อยระวังเวียนหัว อันเอ๋อร์เอาเก้าอี้ให้พี่ใหญ่นั่งที" เจ้าตัวเล็กรีบกุลีกุจอไปฉวยเก้าอี้หัวโล้นมาให้พี่สาวตามคำสั่งมารดา

"พี่ใหญ่นั่งเจ้าค่ะ"

"ขอบใจนะ น้องกับท่านแม่กำลังนวดแป้งสำหรับทำอาหารอะไรกันหรือเจ้าหัวผักกาดน้อย”

ผู้เป็นพี่สาวยกมือลูบศีรษะทุยของน้องสาวที่ถูกเรียกว่า เจ้าหัวผักกาดน้อยอย่างเอ็นดู

มู่หนิงอันหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจก่อนตอบคำถามพี่สาว

"คิกๆๆ ซาลาเปาไส้ผักเจ้าค่ะ ท่านพ่อกับพี่รองจะได้เอาไปทานเป็นมื้อกลางวันพรุ่งนี้ด้วย"

'ซาลาเปาอย่างนั้นหรือ รู้แล้วว่าจะเอาอาหารออกมาจากมิติให้ทุกคนกินได้อย่าทานได้อย่างไร'

รอยยิ้มบางประดับใบหน้าของมู่หนิงชิง หากเอาของสดออกมาให้เวลาทำให้สุกก็จะได้กลิ่นไปถึงบ้านอื่นจนอาจเป็นที่สงสัย แต่ถ้าเอาอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ทว่าคุณภาพยอดเยี่ยมเต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารมาให้ทุกคนได้ทานก็จะง่ายขึ้น

ในเมื่อมีปาฏิหาริย์ส่งนางมายังมิตินี้ นางก็ใช้ปาฏิหาริย์นี่แหละมาเป็นข้ออ้าง!!!

มู่หนิงชิงยิ้มในหน้าให้กับความคิดอันฉลาดล้ำของตน

เริ่มจากคืนนี้เลยแล้วกัน…

*******************

น้องเจอแจ็คพอตจากหยกแดงจ้า ส่งข้ามมิติมาทัวร์โลกโบราณซะ

ฝากช่วยกดหัวใจ คอมเม้นต์หรือส่งสติกเกอร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...