โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Mercedes-Benz GLA 2024 ปรับเท่เอสยูวีท้ายลาดทรงหล่อ

Car2day

อัพเดต 18 มี.ค. 2566 เวลา 07.26 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2566 เวลา 03.00 น. • Car2Day

ตลอด 4 ปีที่ Mercedes-Benz GLA เจเนอเรชันที่ 2 รับใช้คนเมืองทั่วโลกด้วยความเป็นเอสยูวีน้องเล็กสุดในตระกูล G ขับขี่คล่องตัวสบายทุกการเดินทาง

และล่าสุดกับการปรับปรุงใหม่ หรือ Model Year ในร่างรหัส H247 สิ่งที่ปรับเริ่มที่กระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ทรงเดิมเส้นเดี่ยวแนวนอน และ ตราสัญลักษณ์ของ Mercedes-Benz ตรงกลาง แต่กันชนหน้าออกแบบใหม่เพิ่มกรอบขนาดใหญ่แบบสีเดียวกับตัวรถให้ใหญ่ขึ้นซ้าย-ขวา รวมถึงส่วนล่างกันชนออกแบบช่องระบายอากาศเช่นกัน มาพร้อมไฟหน้า LED ใหม่แบบ LED High Performance

ล้ออัลลอยลายใหม่ทั้งขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/65R17 ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/55R18 และ 20 นิ้วพร้อมยาง 235/45R20 ด้านท้ายปรับในส่วนไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ส่วนกันชนหลังคงเดิมเพิ่มเติมด้วยการตกแต่งแบบสีดำด้าน พร้อมคิ้วโครเมียมท่อไอเสียคู่สองฝั่ง

Mercedes-Benz

ภายในมีการปรับในส่วนดีไซน์แผงคอนโซลหน้าตั้งแต่พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันวงใหม่ดีไซน์ล้ำหุ้มหนัง พร้อมจอ Dual Screen Cockpit หน้าจอ 2 จุดขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว ศูนย์รวมทั้งมาตรวัดกับจอสัมผัส infotainment MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ควบคุมความบันเทิงกับการสื่อสารผ่าน สมาร์ทโฟนเข้าไว้ด้วยกัน สั่งงานด้วยเสียง LINGUATRONIC voice control

พร้อมคำทักทายสุดเก๋กับคำว่า “Hey Mercedes” มีไฟสร้างบรรยากาศภายใน ambient lighting 64 สี และเบาะนั่งตอน 2 ปรับได้แบบ 40:20:40 พร้อมเบาะนั่งหุ้มหนังแบบ ARTICO ผสมผ้า

Mercedes-Benz

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร รหัส M282 ที่มีสองความแรงตั้งแต่ 136 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 230 นิวตันเมตรที่ 1,460 รอบ/นาทีในรุ่น GLA 180 ส่วนรุ่น GLA 200 ได้ 163 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที ทั้งสองขนาดจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7G-DCT ขับเคลื่อนล้อหน้า

ส่วนรุ่นขับเคลื่อสี่ล้อ 4MATIC กับเบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร M270 190 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 300นิวตันเมตรที่ 1,200-4,200 รอบ/นาที ในรุ่น GLA 220 4MATIC และรุ่น GLA 250 4MATIC รหัส M260 224 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ 1,800-4,200 รอบ/นาที

โดยเบนซินเทอร์โบทุกขนาดมาแบบ Mild Hybrid สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์ได้ โดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษพร้อม EQ Boost ให้กำลังถึง 14 แรงม้า

Mercedes-Benz

ด้านดีเซลเทอร์โบมีทั้ง 2.0 ลิตร OM654 เลือกได้ถึงสองความแรงตั้งแต่ 116 แรงม้าที่ 3,400-4,400 รอบ/นาที แรงบิด 280 นิวตันเมตรที่ 1,200-2,600 รอบ/นาทีในรุ่น GLA 180 d ขับเคลื่อนล้อหน้า ส่วนรุ่น GLA 200 d ขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC ได้ 150 แรงม้าที่ 3,400-4,400 รอบ/นาที แรงบิด 320 นิวตันเมตรที่ 1,400-3,200 รอบ/นาที

และรุ่น GLA 220 d ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC ได้ 190 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที ทุกขนาดเครื่องยนต์จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8G-DCT

Mercedes-Benz

ส่วนรุ่นเสียบปลั๊กก็มีในรุ่น GLA250 e กับ เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร รหัส M282 163 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 270นิวตันเมตรที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 109 แรงม้าที่ 2,500 รอบ/นาที แรงบิด 300 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที

พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่มีความจุ 11.5 kWh เมื่อทำงานร่วมกันได้พลังรวม 218 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าได้ 62-70 กม./ชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP คู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8G-DCT เบื่องต้น Mercedes-Benz GLA ปรับเล็กน้อยเอสยูวีเล็กพร้อมจำหน่ายทั่วโลกช่วงปลายปีนี้

ที่มา Mercedes-Benz

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...