โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เศรษฐา" ดอดตรวจ ตม.สุวรรณภูมิ หลังระบบตรวจคนเข้าเมืองล่มบ่อย

The Better

อัพเดต 05 ก.พ. 2567 เวลา 05.14 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2567 เวลา 04.57 น. • THE BETTER
นายกฯ รุดตรวจตม.สุวรรณภูมิด้วยตัวเอง พบปัญหาระบบ IT ติดขัด ทำล่าช้า ผู้โดยสารรอนาน ชี้ เตรียมแก้ระบบ คาด 12 เดือนเสร็จ เรียกถก ผบช.สตม. คุยบ่ายนี้ที่ทำเนียบ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ตาม เดินทางไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทั้งนีั เนื่องจากระบบตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เกิดขัดข้อง มา 2 ครั้งแล้ว ซึ่งส่งผลต่อระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ หรือ Automatic channels ไม่สามารถตรวจได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินขึ้นลงหนาแน่น ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารขาออกประเทศ

จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลว่าจากที่ได้ไปตรวจนั้น เนื่องจาก เมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้ จะมีการประกาศยกระดับสนามบินทั่วประเทศ ซึ่งเป็นแผนงานใหญ่ รองรับการตรวจคนเข้าเมือง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ระบบ จัดการทั้งหมด ตรวจคนเข้าเมืองและวิธีการระบบการจัดการทั้งหมด เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยไม่อยากฟังแค่รายงาน ซึ่งอยากไปเห็นด้วยตา

ทั้งนี้ ไม่อยากใช้คำว่าปัญหาแต่อยากใช้คำว่าโอกาสที่จะทำให้ดีขึ้นอีกในหลายมิติ ตั้งแต่เรื่องระบบIT ที่ไม่เชื่อมโยงต่อกัน และระบบแบ็กอัพ ความเสถียรของระบบและเรื่องตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจำนวนก็ไม่เพียงพอ

นอกจากนั้น ได้ไปดูห้องพักของ เจ้าหน้าที่ตม.ก็ไม่ดีเท่าที่ควร จึงได้มีการสั่งปรับปรุงห้องพัก ถือเป็นโอกาสที่จะได้ข้อมูล นำมา แล้วเขียนในแผนใหญ่ที่จะนำมาแถลง

นายกฯ ยอมรับว่าปัญหาอยู่ที่ระบบเทคนิค เมื่อระบบมีปัญหา แทนที่จะใช้เวลาต่อคน 45 วินาที เมื่อคนเข้ามาใช้เยอะต้องใช้เวลาเพิ่มกว่า 1 นาทีทำให้เกิดความล่าช้า จึงเป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้นในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมในเรื่องดังกล่าว และจะมีการประชุมต่อเนื่องภายในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 12 เดือน ในการแก้ปัญหาให้จบ

ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจำนวนมากจะประสบปัญหานี้หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตอนนี้จำนวนนักท่องเที่ยว มีเทียบเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิดแล้ว จึงต้องบริหารจัดการกันไป ซึ่งจะต้องไม่ให้นักท่องเที่ยวรอนาน โดยเฉพาะการลงตราไม่ให้รอนานเกิน 30 นาที

ทั้งนี้ในช่วงบ่ายจะมีกาาเรียกผู้บัญชาการตำรวจตรวจค้นเข้าเมือง มาหารือเรื่องจำนวนตำรวจที่ที่ไม่เพียงพอ อาจจะต้องมีการขอไปยังก.พ.เพื่อเพิ่มอัตราเจ้าหน้าที่ โดยเป็นปัญหาระยะยาว ที่จะต้องมีการแก้ปัญหาในครั้งเดียว

รวมถึงปัญหาผู้โดยสารขาออกด้วย ซึ่งก็พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต่อแถวยาว ตั้งแต่ขั้นตอนการเอ็กซเรย์กระเป๋าตรวจลงตราพาสปอร์ต ทำให้การเช็คอินพื้นที่ก็ไม่เพียงพอ ซึ่งไม่อยากให้มีปัญหา โดยพบปัญหาอยู่ 2 อย่างคือ การอยู่เกินเวลาที่กำหนด และคนที่มีความผิดที่จะเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งทั้งหมดเรื่องระบบIT จะต้องมีการลิ้งค์ข้อมูลให้ได้ทั้งหมด เป็นระบบ obtic ที่สามารถตรวจเช็คได้จากดวงตา ใบหน้า และมีการแจ้งเตือน และมีการแจ้งเตือน ซึ่งเป็นแผนระยะกลางและได้มีการเรียกประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลบ่ายนี้ เพื่อลิ้งค์ระบบทั้งหมดเข้าด้วยกันทั้งหมด หากเป็นไปได้ ไม่ต้องมีเคาน์เตอร์ในการลงประทับตราและทำให้ระยะเวลาเดินทางออกนอกประเทศ สะดวกสบายมากขึ้น

ขณะเดียวกันได้มีการสอบถามเรื่องการรับกระเป๋าพบว่า ใช้เวลานานนั้นดีขึ้นแล้ว แต่จะทำให้ดีขึ้นอีก

ทั้งนี้การอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ถือว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยทำให้การท่องเที่ยวนั้นดีขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...