โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

WHO ชี้ โรคหัดระบาด เพราะไม่ได้ฉีดวัคซีน ส่วนไทยยังไม่อยู่ในสถานะกำจัดโรคหัดได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 มี.ค. 2567 เวลา 01.02 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2567 เวลา 01.02 น. • The Bangkok Insight

WHO ชี้ โรคหัดระบาด เพราะไม่ได้ฉีดวัคซีนช่วงโควิดระบาด หากไม่เร่งป้องกันสิ้นปี 2567 ครึ่งโลกเสี่ยงสูงต่อการระบาด ส่วนไทยยังไม่อยู่ในสถานะกำจัดโรคหัดได้

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics ระบุว่า ไวรัสที่ก่อโรคฝีดาษ โปลิโอ หัด และหัดเยอรมัน: ความท้าทายในการกำจัดโรคติดเชื้อไวรัสที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

ไวรัสทั้ง 4 มีจุดร่วมที่สำคัญหลายประการ: เกิดจากเชื้อไวรัสที่แพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิด ละอองฝอย หรือสารคัดหลั่ง และไม่มีสัตว์เป็นพาหะนำโรค ดังนั้น หากสามารถหยุดการแพร่เชื้อในมนุษย์ได้ จะสามารถกำจัดโรคเหล่านี้ได้อย่างถาวร (Eradication)

โรคหัด

หากไม่เร่งป้องกัน สิ้นปีนี้ครึ่งโลกเสี่ยงสูงโรคหัดระบาด

องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า หากไม่มีมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน ภายในสิ้นปีนี้ กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศทั่วโลกจะเสี่ยงสูงหรือสูงมากต่อการระบาดของโรคหัด

ซึ่งเคยระบาดไปทั่วโลกแล้วในอดีต มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคหัดทั่วโลก 207,500 ราย หมายความว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคหัดทั่วโลกมากกว่า 500 คนในทุกๆ วันในช่วงปี 2019

การที่จำนวนผู้ป่วยโรคหัดเพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค ส่วนใหญ่เกิดจากการพลาดการฉีดวัคซีนในช่วงโควิด-19 ที่ระบบสาธารณสุขล้นและล่าช้าในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามปกติ

ดร. นาตาชา โครว์ครอฟต์ ที่ปรึกษาด้านเทคนิคอาวุโส – การควบคุมโรคหัดและหัดเยอรมันที่ กล่าวว่าองคืการอนามัยโลกกังวลว่าในปี 2024 จะมีช่องว่างใหญ่ในโปรแกรมสร้างภูมิคุ้มกัน และหากไม่รีบเติมวัคซีนให้เร็วที่สุด โรคหัดจะระบาดขึ้นทันที

ข้อมูลจาก WHO และ CDC ของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า ภายในสิ้นปีนี้ กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศทั่วโลกจะมีความเสี่ยงสูงหรือสูงมากต่อการระบาดของโรคหัด

WHO เรียกร้องให้ดำเนินการเร่งด่วนเพื่อปกป้องเด็ก โดยกล่าวว่ารัฐบาลขาดความมุ่งมั่น เนื่องจากมีประเด็นอื่นๆ ที่แข่งขันกัน เช่น วิกฤตเศรษฐกิจและความขัดแย้ง

โรคหัดติดต่อง่าย โดยเฉพาะในเด็ก ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

โรคหัดเป็นไวรัสที่ติดต่อทางอากาศได้ง่าย ส่วนใหญ่มักจะส่งผลกระทบต่อเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน 2 โดส และตั้งแต่ปี 2000 สามารถป้องกันการเสียชีวิตได้กว่า 50 ล้านคน

ปีที่แล้ว จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 79% เป็นกว่า 300,000 ราย ตามข้อมูลของ WHO ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของจำนวนทั้งหมด

อัตราการเสียชีวิตจะสูงกว่าในประเทศที่ยากจนเนื่องจากระบบสาธารณสุขที่อ่อนแอ WHO กล่าวเสริมว่า การระบาดและการเสียชีวิตยังเป็นความเสี่ยงสำหรับประเทศที่มีรายได้ปานกลางและสูง

"เรามีการระบาดของโรคหัดหลายครั้งทั่วโลก และประเทศรายได้ปานกลางได้รับผลกระทบอย่างมาก และเรากังวลว่าปี 2024 จะเป็นเหมือนปี 2019"

ในปี 2019 องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคหัดทั่วโลก 207,500 ราย ซึ่งลดลง 50% จากที่ประมาณการณ์ไว้ 535,600 รายในปี 2000 อย่างไรก็ตาม นี่ยังหมายความว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคหัดมากกว่า 500 คนในทุกๆ วันในปี 2019 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

การฉีดวัคซีนยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันโรคหัดและภาวะแทรกซ้อนของโรค วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR) มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง โดยการฉีดสองเข็มจะให้การป้องกันโรคหัดได้ประมาณ 97%

โรคหัด

ไทยยังไม่อยู่ในสถานะกำจัดโรคหัดได้

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้คำแถลงเกี่ยวกับไวรัสฝีดาษ โปลิโอ หัด และหัดเยอรมัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและความท้าทายในการกำจัดโรคติดเชื้อไวรัสเหล่านี้ องค์การอนามัยโลกประกาศว่าฝีดาษได้ถูกกำจัดไปแล้วทั่วโลกตั้งแต่ปี 1980 ในขณะที่มีเป้าหมายในการกำจัดโปลิโอทั่วโลกและกำลังทำงานร่วมกับประเทศต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้

สำหรับหัดและหัดเยอรมัน องค์การอนามัยโลกเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการระบาดของโรคและลดการเสียชีวิต รวมถึงการป้องกันกลุ่มอาการรูเบลลาแต่กำเนิด (congenital rubella syndrome) ในทารกแรกเกิด

กรมควบคุมโรคของไทยได้พัฒนาเครือข่ายงานกำจัดและกวาดล้าง “โปลิโอ-หัดและหัดเยอรมัน” ตามพันธสัญญานานาชาติ โดยไทยต้องระวังโปลิโอสายพันธุ์ธรรมชาติและกลายพันธุ์จากวัคซีนที่ให้ไม่ครอบคลุม

ล่าสุดประชุมประเทศสมาชิกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ **ไทยยังไม่อยู่ในสถานะกำจัดโรคหัดได้** เร่งดำเนินการให้อยู่ในเกณฑ์อีก 3 ปีข้างหน้า

กระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายมีความมุ่งมั่นในการเร่งรัดกำจัดและกวาดล้างโรคตามพันธสัญญานานาชาติ เช่น โปลิโอ มีเป้าหมายกวาดล้างเป็นโรคที่ 2 ต่อจากไข้ทรพิษ รวมทั้งการกำจัดโรคหัดและหัดเยอรมัน และโรคอื่นๆที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน การให้วัคซีนเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุดในการป้องกันโรค

โดยประชาชนจะได้รับวัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องจึงร่วมกันดำเนินการให้บริการวัคซีนพื้นฐานตามเกณฑ์อย่างน้อย 95% ในวัคซีนโรคหัดและหัดเยอรมัน รวมทั้งคางทูม และ 90% เป็นอย่างน้อยสำหรับวัคซีนอื่นๆ

ประชากรโลกมากกว่าครึ่งเผชิญความเสี่ยงสูงต่อโรคหัด

องค์การอนามัยโลกยังระบุว่า "ประชากรโลกมากกว่าครึ่งเผชิญความเสี่ยงสูงต่อโรคหัด" ชี้ให้เห็นความจริงอันยากลำบากที่เด็ก ครอบครัว และชุมชนจำนวนมากทั่วโลกต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น โรคหัด สิ่งนี้ย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการเข้าถึงบริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม เพื่อปกป้องประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำกัด

แม้ว่าไวรัสฝีดาษ โปลิโอ หัด และหัดเยอรมันจะมีความแตกต่างกันในหลายแง่มุม แต่ก็มีจุดร่วมที่สำคัญหลายประการ โรคทั้งสี่เกิดจากเชื้อไวรัสต่างตระกูลหรือวงค์ (Family) ที่แพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิด ละอองฝอย หรือสารคัดหลั่ง และไม่มีสัตว์เป็นพาหะนำโรค ดังนั้น **หากสามารถหยุดการแพร่เชื้อในมนุษย์ได้ ก็จะสามารถกำจัดโรคเหล่านี้ได้อย่างถาวร**

โรคหัด

วัคซีนเครื่องมือสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาด

ปัจจุบันมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโรคทั้งสี่นี้ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายในการเข้าถึงวัคซีนในบางพื้นที่ และความลังเลในการรับวัคซีนของบางกลุ่มประชากร ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการกำจัดโรคเหล่านี้

เมื่อมีการติดเชื้อไวรัสเหล่านี้ จะเกิดภาวะไวรัสในกระแสเลือด (viremia) และมีระยะฟักตัวก่อนที่จะแสดงอาการ การวินิจฉัยโรคสามารถทำได้โดยการตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสด้วยเทคนิค PCR อย่างไรก็ตาม ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับรักษาโรคเหล่านี้ การรักษาหลักจึงเป็นการดูแลตามอาการและรักษาภาวะแทรกซ้อน

นอกเหนือจากการฉีดวัคซีนแล้ว มาตรการป้องกันแบบไม่ใช้ยา (non-pharmaceutical interventions) เช่น การแยกผู้ป่วย การปรับปรุงสุขอนามัย เช่น กินร้อน ช้อนกลาง สวมใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม และการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ก็มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคเหล่านี้

ในการบรรลุเป้าหมายการกำจัดโรคติดเชื้อไวรัสเหล่านี้ทั่วโลก จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศและการสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก การเข้าใจถึงจุดร่วมและความแตกต่างของโรคเหล่านี้ รวมถึงการนำแนวทางขององค์การอนามัยโลกมาปฏิบัติใช้ จะช่วยให้สามารถพัฒนากลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมและกำจัดโรคได้ในที่สุด ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องสุขภาพของประชากรทั่วโลก

เปรียบเทียบลักษณะไวรัส 4โรค

เปรียบเทียบลักษณะของไวรัสฝีดาษ โปลิโอ หัด และหัดเยอรมัน (Smallpox, Polio, Measles, and Rubella Viruses) โดยละเอียด

ไวรัสที่เป็นสาเหตุ:

  • ฝีดาษ (Smallpox): ไวรัสวาริโอลา (ออร์โทพอกซ์ไวรัส) (Variola virus (Orthopoxvirus))
  • โปลิโอ (Polio): ไวรัสโปลิโอ (เอนเทอโรไวรัส) (Poliovirus (Enterovirus))
  • หัด (Measles): ไวรัสหัด (มอร์บิลลิไวรัส) (Measles virus (Morbillivirus))
  • หัดเยอรมัน (Rubella): ไวรัสรูเบลลา (รูบิไวรัส) (Rubella virus (Rubivirus))

วงศ์ (Family):

  • ฝีดาษ: พอกซ์ไวริดี (Poxviridae)
  • โปลิโอ: พิคอร์นาไวริดี (Picornaviridae)
  • หัด: พาราไมโซไวริดี (Paramyxoviridae)
  • หัดเยอรมัน: โทกาไวริดี (Togaviridae)

การแพร่เชื้อ:

  • ฝีดาษ: จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิดหรือวัตถุที่ปนเปื้อน
  • โปลิโอ: จากคนสู่คนผ่านเส้นทางปากและอุจจาระ รวมทั้งสิ่งแวดล้อม เช่นแหล่งน้ำเสีย
  • หัด: จากคนสู่คนผ่านละอองฝอยจากทางเดินหายใจ
  • หัดเยอรมัน: จากคนสู่คนผ่านละอองฝอยจากทางเดินหายใจหรือการสัมผัสใกล้ชิด

พาหะนำโรคในสัตว์ (Animal Reservoir):

  • ฝีดาษ: ไม่มี
  • โปลิโอ: ไม่มี
  • หัด: ไม่มี
  • หัดเยอรมัน: ไม่มี

ความพร้อมของวัคซีน:

  • ฝีดาษ: มี (โรคถูกกำจัดแล้ว)
  • โปลิโอ: มี
  • หัด: มี รวมอยู่ในวัคซีน MMR
  • หัดเยอรมัน: มี รวมอยู่ในวัคซีน MMR

อัตราการเสียชีวิต:

  • ฝีดาษ : สูง ประมาณ 30%
  • โปลิโอ: ต่ำ น้อยกว่า 1% ในกรณีที่มีอัมพาต
  • หัด: ต่ำ ประมาณ 0.2% ในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่สูงกว่าในประเทศกำลังพัฒนา
  • หัดเยอรมัน: ต่ำมาก แทบไม่มีรายงานการเสียชีวิตจากหัดเยอรมัน

การระบาดไปทั่วโลก (Pandemic Potential):

  • ฝีดาษ: เคยเกิดการระบาดไปทั่วโลกในอดีต ก่อนที่จะถูกกำจัด
  • โปลิโอ: ไม่เคยเกิดการระบาดไปทั่วโลกในระดับ pandemic
  • หัด: เคยเกิดการระบาดไปทั่วโลกในอดีต และยังคงพบการระบาดในบางพื้นที่
  • หัดเยอรมัน: ไม่เคยเกิดการระบาดไปทั่วโลกในระดับ pandemic

การระบาดเป็นโรคประจำถิ่น (Endemicity):

  • ฝีดาษ: ไม่มีการระบาดเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว เนื่องจากถูกกำจัดไปแล้ว
  • โปลิโอ: ยังคงมีการระบาดเป็นโรคประจำถิ่นในบางประเทศ เช่น อัฟกานิสถานและปากีสถาน
  • หัด: มีการระบาดเป็นโรคประจำถิ่นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในแอฟริกาและเอเชีย
  • หัดเยอรมัน: มีการระบาดเป็นโรคประจำถิ่นในบางประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ

ความรุนแรง (Severity):

  • ฝีดาษ: อัตราการเสียชีวิตสูง
  • โปลิโอ: สามารถทำให้เกิดอัมพาตได้
  • หัด: สามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ โดยเฉพาะในเด็ก
  • หัดเยอรมัน: อาการไม่รุนแรงในเด็ก แต่อันตรายต่อทารกในครรภ์

ระยะฟักตัว (Incubation Period):

  • ฝีดาษ: 7-17 วัน
  • โปลิโอ: 3-35 วัน
  • หัด: 7-21 วัน
  • หัดเยอรมัน: 14-21 วัน

อาการ (Symptoms):

  • ฝีดาษ: มีไข้ ผื่น ปวดตามร่างกาย
  • โปลิโอ : มีไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ อัมพาต
  • หัด: มีไข้ ไอ มีน้ำมูก ผื่น
  • หัดเยอรมัน: มีไข้ต่ำ ผื่น ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดข้อ
โรคหัด

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ:

  • ฝีดาษ: การตรวจหาไวรัสหรือแอนติบอดีจากตัวอย่างทางคลินิก
  • โปลิโอ: การตรวจหาไวรัสจากอุจจาระหรือน้ำไขสันหลัง การตรวจหาแอนติบอดี
  • หัด: การตรวจหาไวรัสหรือแอนติบอดีจากตัวอย่างทางคลินิก
  • หัดเยอรมัน: การตรวจหาไวรัสหรือแอนติบอดีจากตัวอย่างทางคลินิก

การตรวจด้วย ATK (Rapid Antigen Test) ในประเทศไทย:

  • ฝีดาษ: ไม่มี
  • โปลิโอ: ไม่มี
  • หัด: ไม่มี
  • หัดเยอรมัน: ไม่มี

การตรวจด้วย PCR (PCR Testing):

  • ฝีดาษ: สามารถตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสได้
  • โปลิโอ: สามารถตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสได้
  • หัด: สามารถตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสได้
  • หัดเยอรมัน: สามารถตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสได้

การใช้ยาต้านไวรัส (Antiviral Treatment):

  • ฝีดาษ : ไม่มี
  • โปลิโอ: ไม่มี
  • หัด: ไม่มี
  • หัดเยอรมัน: ไม่มี

การป้องกัน (Prevention):

  • ฝีดาษ: ฉีดวัคซีน (ปัจจุบันไม่ได้ให้เป็นประจำแล้ว)
  • โปลิโอ: ฉีดวัคซีน
  • หัด: ฉีดวัคซีน MMR
  • หัดเยอรมัน: ฉีดวัคซีน MMR

การป้องกันแบบ Non-pharmaceutical interventions (NPI):

ฝีดาษ:

  • การแยกผู้ป่วยและกักกันผู้สัมผัส
  • มาตรการควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาล
  • การเฝ้าระวังและติดตามผู้สัมผัส

โปลิโอ (Polio):

  • การปรับปรุงสุขาภิบาลและสุขอนามัย
  • การส่งเสริมการล้างมือ
  • การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

หัด :

  • การแยกผู้ป่วยในช่วงที่มีอาการ
  • การส่งเสริมการระบายอากาศที่ดีในพื้นที่ปิด
  • การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

หัดเยอรมัน:

  • การแยกผู้ป่วยในช่วงที่มีอาการ
  • การป้องกันการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง
  • การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา โดยเฉพาะในสตรีตั้งครรภ์

การรักษา (Treatment):

  • ฝีดาษ: การดูแลตามอาการ
  • โปลิโอ: การดูแลตามอาการ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการรักษาภาวะแทรกซ้อน
  • หัด: การดูแลตามอาการ การให้วิตามินเอเสริมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ตา และการรักษาภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
  • หัดเยอรมัน: การดูแลตามอาการ การติดตามอย่างใกล้ชิดในสตรีตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ และการรักษาทารกที่มีกลุ่มอาการรูเบลลาแต่กำเนิด

ภาวะไวรัสในกระแสเลือด (Viremia):

  • ฝีดาษ: ใช่
  • โปลิโอ: ใช่
  • หัด: ใช่
  • หัดเยอรมัน: ใช่

การติดเชื้อที่ผิวหนัง:

  • ฝีดาษ: ใช่ ทำให้เกิดรอยโรคที่ผิวหนังอย่างเฉพาะเจาะจง
  • โปลิโอ: ไม่ ไวรัสโปลิโอติดเชื้อระบบประสาทเป็นหลัก
  • หัด: ใช่ ทำให้เกิดผื่นสีแดงลักษณะเฉพาะ (maculopapular rash)
  • หัดเยอรมัน: ใช่ ทำให้เกิดผื่นแดงเล็กน้อย (mild rash)

คำประกาศหรือความเห็นขององค์การอนามัยโลก:

  • ฝีดาษ: ถูกประกาศให้เป็นโรคที่ถูกกำจัดทั่วโลกโดยองค์การอนามัยโลกในปี 1980
  • โปลิโอ: องค์การอนามัยโลกมีเป้าหมายในการกำจัดโรคโปลิโอทั่วโลก และกำลังทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้
  • หัด: องค์การอนามัยโลกเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนหัดเพื่อป้องกันการระบาดของโรคและลดการเสียชีวิต
  • หัดเยอรมัน: องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันเพื่อป้องกันกลุ่มอาการรูเบลลาแต่กำเนิด (congenital rubella syndrome) ในทารกแรกเกิด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...