‘อนุทิน’ เล่าประสบการณ์นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีครั้งแรก บอกเหมือน ‘พจมาน สว่างวงศ์’
The Bangkok Insight
อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 08.26 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 07.31 น. • The Bangkok Insight"อนุทิน" เล่าประสบการณ์นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีครั้งแรก เหมือน "พจมาน สว่างวงศ์" ในบ้านทรายทอง เป็นยิ่งกว่าแมวตัวน้อยๆ เดินเข้าไปในถ้ำเสือ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการศึกษาอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง หรือ นปส. รุ่นที่ 83 ประจำปีงบประมาณ 2568 พร้อมกล่าวปาถกฐาพิเศษในหัวข้อ "ประสบการณ์นักบริหาร" ว่า ถือว่าเป็นรุ่นแรกที่ผมได้มีโอกาสมาเปิดการอบรม จุดนี้คือจุดที่ทุกคนจะต้องเปลี่ยนผ่าน จากการเป็นผู้ปฏิบัติมาเป็นผู้กำหนด เป็นผู้บริหาร ซึ่งผมมาจากภาคการเมือง และพื้นเพมาจากภาคเอกชน ไม่ได้มาจากภาคราชการตั้งแต่ต้น หลักสูตรดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เพื่อนข้าราชการจากกระทรวงอื่น ๆ ได้มารับการอบรม
"การผ่านการอบรมในหลักสูตรนี้ ถือมีศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียมกันกับหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานอื่น ตนมั่นใจว่าผู้ที่คัดเลือกคุณสมบัติของทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นธรรม ยึดถือระเบียบ ยึดถือความเหมาะสม และได้คัดเลือกให้ทุกคนเข้ามาอบรมในรุ่นนี้" นายอนุทิน กล่าว
ส่วนคำว่า "นักบริหาร" จะมีอะไรตายตัวไม่ได้ ตอนนี้ทุกคนเริ่มต้นชีวิตตัวเองจากปลัดอำเภอ จนมาถึงนายอำเภอ อาจจะเน้นกรอบการทำงานหนักประเด็นเรื่องของการปฎิบัติตามนโยบายหรือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา แต่เมื่อผ่านหลักสูตรนี้แล้วถือว่าเป็นผู้บริหารชั้นต้นแล้ว เมื่อท่านเป็นผู้นำก็ต้องมีผู้ตาม ท่านต้องหาวิธีที่จะไปถึงจุดหมายให้ได้
อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของผมอยู่ภาคเอกชนสุดขั้ว บางทีตอนมาทำงานอาจจะมีงงบ้าง ซึ่งมีบางท่านรับเรื่องและปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว บางท่านอาจจะมีงงบ้าง ผมเน้นถึงเป้าหมายเป็นหลักส่วนวิธีการจะปล่อยให้ผู้ปฏิบัติได้หาวิธีการทำงานในกระทรวงมหาดไทยเกือบ ๆ สองปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าคำว่าล้วงลูกนั้นไม่มี ผมจะฟังถ้าในบางครั้งฟังแล้วได้ไม่ทันใจ อาจจะมีไกด์ให้แต่คงไม่ปฏิบัติ เกือบสองปีที่ผ่านมา ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ที่สั่งการไปยังไม่มีอะไรที่ไม่บรรลุผล การที่เราทำงานกับคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจ ผมบอกเป้าหมายแล้วท่านเอาผลลัพธ์มาส่ง ผมสนับสนุนในการทำให้ท่านทำให้ผลลัพธ์สำเร็จ วันนี้ท่านต้องอยู่ด้วยกัน 11 สัปดาห์เหมือนนักเรียนใหม่ ท่านสามารถจดไว้ในบันทึก 11 สัปดาห์นี้เป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดในชีวิต ที่จะได้พบกับเพื่อนที่มีวุฒิภาวะอย่างเต็มที่ ได้มีการแชร์ประสบการณ์ แชร์ความรู้ด้วยกัน จะได้เห็นถึงคุณค่า
"หลักสูตรนี้สำคัญกว่าวปอ. เพราะว่าวปอ.ยังไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ คำว่านักบริหารเป็นการชอนไชไปไม่มีที่สิ้นสุด ผมจบวิศวะทำงานภาคเอกชนมาตลอด แต่เมื่อเข้าทำงานด้านการเมืองเป็นครั้งแรก เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่เคยมีความรู้ด้านแพทย์แม้แต่นิดเดียว ตอนที่ผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมไม่ได้เรียนนปส.แบบนี้ อยู่ดี ๆ มีผู้ใหญ่มาชวนให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมก็อยากไปเพราะเราเรียนจบต่างประเทศ" นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เราชอบอยู่แล้ว ทำงานกับบริษัทฝรั่งมาโดยตลอด คิดว่าการไปอยู่กระทรวงการต่างประเทศคงสนุกน่าดู ตกร่องป่องชิ้นรับคำเชิญไป แต่การเมืองไม่มีอะไรแน่นอนเข้าไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจัดอะไรไม่ลงตัว จะให้ผมเป็น แต่มีการต่อรองเอาตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาให้แทน ซึ่งผมก็คิดว่าจะเอาไปหรือเปล่าเพราะการให้ปลอบใจไม่ได้ให้ตามที่พูดคุยกันไว้ ผมคิดแบบนักบริหารว่าเมื่อเค้าชวนมาแล้วตนก็ส่งงานภาคเอกชนให้กับคนที่มารับต่อไปแล้ว ยังไงก็เป็นรัฐมนตรี จำไว้นะ ยังไงก็เป็นซี 9 ยังไงก็เป็นนายอำเภอยังไงก็เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะเป็นผู้บริหารแล้วตนจึงสู้ไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมก็อยู่สองปีกว่า ในสมัยแรกอยู่จนพรรคพวกทางการเมืองบอกว่าจากนี้ไปถ้ามีการเจรจาตั้งรัฐบาลอย่าให้อนุทินไปเจรจา เพราะถ้าได้สาธารณสุขหยุดเจรจาทันทีเพราะชอบ ทุกคนถ้าจะเจรจากับอนุทินให้ยื่นสาธารณสุขมา ความอยากต่อรองหายไป 3 ใน 4 ให้ได้กระทรวงอื่น ๆ
"ทางการเมืองเหมือนเป็น พจมาน สว่างวงศ์ ในบ้านทรายทอง อยู่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักเราสักคนเราทำได้อย่างเดียวคือต้องไปบริหารเขาให้ได้ ผมไม่มีความรู้ด้านการสาธารณสุขแม้แต่น้อย ไม่มีโนฮาว หรือ ความรอบรู้ในงาน แต่มีโนฮู หรือ ความสัมพันธ์ ผมเป็นยิ่งกว่าแมวตัวน้อย ๆ เดินเข้าไปในถ้ำเสือ แต่ถ้าเราไม่ไปอวดความรู้ไม่ไปแสดงเป็นรัฐมนตรีต้องใช้พระเอกอย่างเดียว ต้องปกครองคนด้วยพระเอกใครพูดอะไรมาต้องวิพากษ์วิจารณ์ได้ทุกเรื่องต้องแกล้งทำเป็นดุทำเป็นด่า ท่านไปไหนไม่ได้ชีวิตผมคงจบตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่ตอนเข้าไปเป็นนักเรียน เรียนทำงานกับปลัดกระทรวง และใช้สิ่งที่ที่ผมมีแลกกับสิ่งที่เขามี นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด" นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าอีกว่า ผมอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยมา 2 ปี ถ้าผมไม่รู้จักผู้ว่าฯ ไม่รู้จักอธิบดีมาก่อน การเข้ามาตรงนี้ก็คงเข้ามานั่งรำมวยไหว้ครูอีกครึ่งปีเป็นอย่างต่ำกว่าจะรู้เรื่อง แต่ก็ใช้ความนักบริหาร และเมื่อตอนเป็นรองนายกรัฐมนตรี ผมจำได้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดคนไหนมารับตอนผมลงพื้นที่ ผู้ว่าฯ คนไหนอยู่ด้วยกันตลอดงาน หรือผู้ว่าคนไหนติดงานไม่เคยมารับเลย ยิ่งถ้าท่านทนได้ปัญหาต่าง ๆ ก็จะไม่มีปัญหา ซึ่งผมอยู่กระทรวงสาธารณสุขช่วยตนตรงนี้ เพราะมีกรมสุขภาพจิต
"กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน ไม่มีเจ๊งมีแต่ห่วยหรือไม่ห่วย เพราะเราเป็นระบบราชการ เราก็อย่าทำให้มันห่วย บริหารให้มันเจ๋งเปลี่ยนไม้ตรีเป็นไม้จัตวา" นายอนุทิน กล่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘อนุทิน’ งง!! สัญญาณปรับครม. ยันกินข้าว ‘ทักษิณ’ ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง!
- ‘ภูมิธรรม’ ไม่รู้เก้าอี้ ‘กลาโหม’ ยังแข็งหรือไม่ ลั่นทำงานแค่ 6 เดือนจะไล่แล้วเหรอ?
- ‘อนุทิน’ สั่งปภ.ประสานทุกจังหวัด เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน พร้อมช่วยเหลือประชาชน 24 ชม.
ติดตามเราได้ที่