โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บล.โกลเบล็ก มอง SET พ.ค. ผันผวนเกาะติดประชุมเฟด ชี้เป้า “ซื้อ” เก็งหุ้นงบ Q1/68 สวย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 04.17 น.

บล.โกลเบล็ก ประเมินหุ้นไทยประจำเดือนพ.ค.ผันผวน ยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน การปรับลดดอกเบี้ยของเฟด ในรอบการประชุมเดือนพ.ค.และมิ.ย.นี้ คาดกรอบดัชนีที่ระดับ 1,160-1,220 จุด แนะลงทุนในหุ้นที่คาดว่างบ Q1/68 ออกมาดี STECON-OSP-WHA-TRUE-ADVANC

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี SET เดือน พ.ค.68 ยังแกว่งผันผวน จับตามาตรการภาษีสหรัฐ

ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐเองก็หดตัว -0.3% ในไตรมาส 1/68 สวนทางนักวิเคราะห์คาดขยายตัว +0.2% หลังจากโต +2.4% ในไตรมาส 4/67 แม้ดีกว่าแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ที่ประเมินว่าจะหดตัว -2.7% ในไตรมาส 1/68 สร้างความกังวลการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐจากมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากร

และปธน.ทรัมป์ยังได้ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 100% กับภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ผลิตในต่างประเทศเริ่มบังคับใช้ทันที

ด้าน FedWatch Tool ของ CME Group ประเมินว่านักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือน พ.ค.และ มิ.ย.

ส่วนเอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐฯ อยู่ที่ 50.8 ในเดือน เม.ย. ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 51.4 และชะลอลงจากระดับ 54.4 ในเดือน มี.ค.

ขณะที่มูดี้ส์ เรทติ้งส์ ลดอันดับมุมมอง "แนวโน้ม" (Outlook) เครดิตของประเทศไทย จาก"มีเสถียรภาพ" ลงสู่แนวโน้ม "เชิงลบ" ซึ่งเป็นการปรับลงสู่ระดับ "Negative" เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 17 ปี และ ปรับลดมุมมองเครดิตสถาบันการเงิน 7 แห่งของไทยเป็น "เชิงลบ" จาก "มีเสถียรภาพ"

ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลงต่ำกว่า 60 ดอลลาร์/บาร์เรล กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน

ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะสิ้นสุดในวันที่ 15 พ.ค. ฝ่ายวิจัยจึงคาดกรอบดัชนีในเดือนนี้อยู่ที่ 1,160-1,220 จุด

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการลงทุนที่จับตาในประเทศ

  • วันที่ 7 พ.ค. ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
  • สัปดาห์ที่ 2 สภาผู้ส่งออก แถลงสถานการณ์การส่งออก, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน
  • วันที่ 14 พ.ค. รายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ฉบับย่อ
  • วันที่ 15 พ.ค. กำหนดวันสุดท้ายส่งงบการเงินงวดสิ้นสุด 31 มี.ค. 68
  • สัปดาห์ที่ 3 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย, ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
  • สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
  • วันที่ 30 พ.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ อาทิ

  • 7 พ.ค. จีน รายงานทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนเม.ย., ญี่ปุ่น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนเม.ย., สหรัฐ รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
  • วันที่ 6-7 พ.ค. ประชุมเฟด ครั้งที่ 2/68
  • เช้าวันที่ 8 พ.ค. เฟดแถลงมติอัตราดอกเบี้ย
  • วันที่ 8 พ.ค. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุม, ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย, สหรัฐ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมี.ค.
  • วันที่ 9 พ.ค. จีน รายงานยอดนำเข้า ส่งออก และดุลการค้าเดือนเม.ย., ญี่ปุ่น รายงานการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนมี.ค.

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่คาดว่าจะประกาศผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 1/68 ออกมาดี ได้แก่ STECON, OSP, WHA, TRUE และ ADVANC

ด้าน นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินราคาทองคำยังคงมีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอความชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ประกอบกับนักลงทุนจับตาผลการประชุมเฟดช่วงต้นเดือนพ.ค.68 นี้ เพื่อข้อสรุปถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ย

ขณะที่ภายหลัง "ทรัมป์" ปธน.สหรัฐ ประกาศระงับมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้เป็นเวลา 90 วัน พร้อมเผยว่ามีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับอินเดีย เกาหลี และญี่ปุ่น ทำให้นักลงทุนคลายความ กังวลสงครามการค้าลงบ้าง คาดทำให้มีแรงขายทำกำไรทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม เฟดเผยว่าอาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น หากพบว่า อัตราว่างงานพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงคาดการณ์ว่าปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้จะช่วยพยุงราคาทองคำ โดยให้กรอบทองคำเดือนนี้ 3,200-3,475 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...