คู่มือขายอาหารออนไลน์ในคอนโดให้ตอบโจทย์ลูกบ้าน
ยุคนี้สมัยนี้ถือเป็นยุคที่คนรุ่นใหม่ตัดสินใจที่จะอยู่อาศัยในคอนโดมากขึ้น เนื่องด้วยปัจจัยของความสะดวกสบาย ไลฟ์สไตล์ และสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก การเลือกอยู่อาศัยในคอนโดถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในหลาย ๆ ด้าน อย่างการขายอาหารออนไลน์ที่ตอนนี้ก็ทำกันอย่างแพร่หลาย แต่หลาย ๆ คนในคอนโดก็อยากจะทำบ้าง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ตามบทความนี้มาเลยค่ะ
สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในสังคมหลายด้าน ด้านหนึ่งที่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน คือพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนในสังคม ที่ลดการออกไปนั่งรับประทานอาหารนอกบ้าน แล้วเลือกสั่งอาหารออนไลน์มารับประทานที่บ้านแทน ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้ธุรกิจการขายอาหารออนไลน์มีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นมาก ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มคุ้นชินกับการสั่งอาหารแบบ Delivery โดยไม่ได้คำนึงว่าร้านอาหารเหล่านั้นจะมีหน้าร้านหรือไม่ เพราะจะให้ความสนใจไปที่เมนูอาหาร รสชาติ และความพอใจเป็นส่วนสำคัญ
การเติบโตของธุรกิจการขายอาหารออนไลน์นี้เป็นจุดประกายสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจกับการอยากริเริ่มอยากทำธุรกิจด้านนี้มากขึ้น โดยบางคนอาจเปิดร้านอาหารออนไลน์โดยเริ่มจากที่บ้าน หอพัก หรือแม้กระทั่งคอนโด ซึ่งการทำอาหารเพื่อการขายในรูปแบบออนไลน์ของแต่ละที่อยู่อาศัยก็จะมีข้อจำกัดที่ต่างกันออกไป หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจอยากจะมีธุรกิจขายอาหารออนไลน์โดยเริ่มจากครัวในคอนโดแล้วล่ะก็ วันนี้เรามือคู่มือขายอาหารออนไลน์ในคอนโดให้ตอบโจทย์ลูกบ้าน มาฝากทุกคนกันค่ะ
มองหาเมนูยอดฮิตติดเทรนด์การขายอาหารออนไลน์
อันดับแรกเมื่อเรามีความคิดริเริ่มอยากขายอาหารออนไลน์ สิ่งแรกก่อนที่เราจะคิดค้นเมนูที่อยากขาย คือการศึกษาเมนูยอดฮิต ณ ขณะนั้นว่ากระแสของคนในสังคมกำลังสนใจอาหารประเภทไหน และมีเมนูไหนที่ฮิตติดเทรนด์ในช่วงนั้นบ้าง เพื่อดูแนวโน้มความต้องการของลูกค้า เมื่อเราเห็นถึงแนวโน้มความต้องการเหล่านั้นแล้ว อาจทำให้เราเกิดไอเดียในการเลือกประเภทของอาหาร หรือเมนูอาหารที่น่าสนใจ โดยตัดสินใจประกอบกับความถนัดของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น โดยการหาเมนูยอดฮิตในยุคนี้สามารถค้นหาได้ตามช่องทางโซเชียลไม่ว่าจะเป็น Twitter, Facebook, Tiktok, Instagram ฯลฯ
นอกจากการค้นหาเมนูยอดฮิตของคนในสังคมแล้ว ให้เรามองมายังกลุ่มลูกค้าที่อาศัยในคอนโดของเราให้มากขึ้นว่า จำนวนลูกบ้านในคอนโดของเรามีประมาณเท่าไหร่ เป็นกลุ่มคนวัยไหน และสำรวจดูว่าในคอนโดของเรานั้นมีการเปิดขายอาหารออนไลน์เยอะหรือไม่ และขายอาหารประเภทไหนบ้าง เพื่อที่เราจะได้มองหาสิ่งที่ยังไม่มีใครขาย หรือมองว่าเป็นสิ่งที่นำมาขายแล้วจะได้การตอบรับที่ดีจากคนกลุ่มใหญ่ ซึ่งในเบื้องต้นเราสามารถสำรวจได้จากกลุ่มไลน์คอนโด หรือตามบอร์ดประกาศภายในคอนโด มากไปกว่านั้นถ้าเราอยากลองให้คนในคอนโดของเราช่วยตอบแบบฟอร์มเกี่ยวกับอาหารที่อยากให้เปิดขาย อาจทำให้เราได้ข้อมูลเกี่ยวกับเมนูอาหาร รวมถึงจำนวนความต้องการของคนส่วนใหญ่ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาได้ดียิ่งขึ้นด้วย
ขายอาหารออนไลน์ต้องเลือกขายเมนูทำง่าย สะดวก ไม่กระทบเรื่องกลิ่นหรือเสียงมากเกินไป
หลังจากที่เราสำรวจความต้องการของลูกบ้านส่วนใหญ่ในคอนโดแล้ว สิ่งสำคัญที่เราควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ๆ คือผลกระทบต่อเพื่อนข้างห้องของเรา ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางกลิ่น หรือเสียง ล้วนเป็นปัจจัยที่เราควรคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่ง การขายอาหารออนไลน์ แม้ว่าจะไม่มีหน้าร้านที่เราต้องรับผิดชอบ แต่สถานที่อย่างครัวในห้องของเรา ก็เป็นสถานที่ที่มีข้อจำกัดอยู่หลายประการมาก อันดับแรกเราต้องศึกษากฎและกติกาการอยู่อาศัยในคอนโดอย่างละเอียดว่าสามารถใช้ครัวในการประกอบอาหารได้มากน้อยแค่ไหน
เนื่องจากคอนโดบางโครงการจะมีการติดตั้งเครื่องดักจับควัน ทำให้ไม่สามารถทำอาหารที่ก่อให้เกิดควันจำนวนมากได้ รวมถึงข้อควรระวังที่ผู้อาศัยในคอนโดควรทราบ คือห้ามใช้แก๊สปิคนิคในการประกอบอาหารโดยเด็ดขาด! อีกทั้งต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ด้วย เช่น ในห้องของเรามีโซนครัวแยกหรือไม่ ขนาดของครัวมีเท่าไหร่ ที่ตั้งของครัวอยู่ติดริมทางเดิน ติดระเบียง หรือวางอยู่โซนไหนของตัวห้อง อีกทั้งยังต้องดูด้วยว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าในโซนครัวมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน เช่น เครื่องดูดควัน เตาอบ จำนวนเตาไฟฟ้า ฯลฯ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในการเลือกเมนูที่จะทำขายต่อไป แน่นอนว่าการใช้ครัวในคอนโดส่วนใหญ่ล้วนมีข้อจำกัด ที่เห็นได้ชัดคือขนาดของครัวและความพร้อมของอุปกรณ์ต่าง ๆ การขายอาหารออนไลน์ส่วนมากจึงควรเลือกเมนูที่ทำง่าย ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ เน้นความสะดวก และไม่ควรส่งกลิ่นหรือเสียงกระทบผู้อื่นจนเกินไป
หากเราพิจารณาในเบื้องต้นแล้วว่าครัวของเรามีขนาดใหญ่พอที่จะทำอาหารประเภทอาหารคาวได้ มีเครื่องดูดควัน มีอุปกรณ์ครัวที่สำคัญ ๆ อย่างตู้เย็น เตาไฟฟ้า และเครื่องครัวอื่น ๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับการเตรียมวัตถุดิบและเตรียมอาหาร รวมถึงครัวในห้องตั้งอยู่ในจุดที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ก็สามารถเลือกขายอาหารได้ตั้งแต่เมนูอาหารคาว ประเภทอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียว เช่น ข้าวไข่ข้น ข้าวผัด ผัดผัก สปาเกตตีซอสต่าง ๆ ของทานเล่นจำพวก ลูกชิ้นทอด เฟรนช์ฟราย ขนมปังปิ้ง ไปจนถึงของหวานหรือเบเกอรี่จำพวกเค้ก น้ำชง หรือขนมโฮมเมดต่าง ๆ ได้เลย แต่ถ้าหากเราพิจารณาดูแล้วพบว่าครัวของเรามีขนาดพอประมาณและไม่ได้มีเครื่องครัว อุปกรณ์ครัวครบครันพอ ก็สามารถมองเป็นอาหารคาวประเภทที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ครัวเยอะ อย่างเช่นเมนูอาหารคลีน ที่จะเน้นผัก ผลไม้ รวมถึงโปรตีนที่ปรุงด้วยวิธีง่าย ๆ และได้ประโยชน์ อย่างเมนู สลัดอกไก่ สลัดทูน่า ขนมปังไข่คน+อโวคาโด หรือจะเป็นเมนูแซนด์วิชไส้ต่าง ๆ ที่ทำได้ง่ายแบบไม่ต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายให้ยุ่งยาก และถ้าใครอยากขายอาหารประเภทของหวานหรือเบเกอรี่ก็ยังถือเป็นตัวเลือกที่สะดวก เช่นเมนูขนมปังปิ้ง ครอฟเฟิล ที่ใช้เพียงแค่เครื่องอบเล็ก ๆ หรือจะเป็นเมนูน้ำชงก็ถือเป็นเมนูที่ทำได้ง่ายเช่นกัน
การเลือกเมนูเพื่อขายอาหารออนไลน์นั้นไม่เพียงแค่การคำนึงถึงกระบวนการทำเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงบรรจุภัณฑ์ของอาหารแต่ละประเภทด้วย หากเราเลือกขายเมนูอาหารคาว จำเป็นต้องมีกล่องใส่อาหาร ที่ควรแยกข้าวและกับข้าวออกจากกันเพื่อคำนึงถึงระยะเวลาที่จะถึงมือลูกค้า หรือหากเป็นเครื่องดื่มก็ต้องคำนึงถึงบรรจุภัณฑ์ที่ต้องแยกน้ำและน้ำแข็งออกจากกัน ดังนั้นแล้วพื้นที่ในห้องของเราไม่เพียงแต่ต้องพอดีกับการเตรียมวัตถุดิบในการประกอบอาหารเท่านั้น แต่ต้องมีพื้นที่พอสำหรับการจัดเตรียมอาหารเพื่อใส่บรรจุภัณฑ์ก่อนจัดส่ง
ขายอาหารออนไลน์ก็ต้องศึกษาช่องทางการโปรโมตและขายสินค้า
ขั้นตอนถัดมาเมื่อเราคิดเมนูที่พร้อมจะขายแล้ว ก็ต้องศึกษาช่องทางการโปรโมตสินค้าของเราก่อน อันดับแรกของการขายอาหารออนไลน์ คือการมีช่องทางติดต่อออนไลน์เพื่อลงสินค้าที่เราขายให้ลูกค้าเข้ามาดูทั้งเมนูอาหารและรีวิวอาหารในร้านของเรา ช่องทางที่เปิดได้ง่าย ๆ คือ Facebook หรือ Instagram และมีช่องทางการสั่งซื้อได้ใน Line หากเริ่มแรกเราวางกลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่อยู่ในคอนโดของเรา ก็ต้องศึกษาดูว่าคนส่วนใหญ่ที่เปิดร้านขายอาหารออนไลน์มีการโปรโมตสินค้าหรือขายสินค้าผ่านช่องทางไหนบ้าง อาจจะเป็นช่องทางกลุ่มไลน์คอนโดที่สร้างขึ้นเพื่อการขาย-สั่ง อาหารโดเฉพาะ หรือหากเรามีช่องทางโปรโมตสินค้าของร้านเราเองบนโซเชียล ก็สามารถจัดทำเป็น QR Code หรือทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ติดที่ป้ายประกาศตามที่คอนโดจัดสรรพื้นที่ไว้ให้ได้เช่นกัน
หลังจากที่เราลองขายอาหารออนไลน์ให้แก่ลูกบ้านในคอนโดไปสักระยะแล้วมีการตอบรับที่ดีก็สามารถเริ่มศึกษาการขายสินค้าช่องทางอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่นการขายอาหารออนไลน์ผ่านบริษัท Delivery เช่น Grab Foodpanda Lineman Robinhood ฯลฯ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นและเพื่อการเติบโตขึ้นของธุรกิจ
บทความเต็ม : คลิก