หลังสอบเสร็จ ผมทะลุมิติไปอยู่ในเกมปลูกผัก [มี E-Book]
นิยาย Dek-D
อัพเดต 06 ธ.ค. 2566 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2566 เวลา 10.15 น. • Young Vibe Publishingข้อมูลเบื้องต้น
หลังสอบเสร็จ ผมทะลุมิติไปอยู่ในเกมปลูกผัก [นิยายแปล]
ผู้เขียน : ชิงชล เนื้อหา : 3 เล่มจบ
ผู้แปล : กุลนี่, เพนนี, มัฟฟิน, ฮีจิน, เยปึนนูน่า บรรณาธิการ : ซอนยอ
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : RS Media
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย : Young Vibe Publishing
Copyright arranged with RS Media through IP Prime
* * *
โปรยเรื่อง
หลังสอบซูนึงเสร็จ ระหว่างรอเข้ามหา'ลัย “อึนซู” คิดว่าจะเล่นเกมฟาร์มสักหน่อย
แต่พอลืมตาขึ้นมาก็กลายเป็นชาวนาในเกมไปซะแล้ว
อึนซูที่กำลังปรับตัวเข้ากับโลกในเกมและตั้งใจทำงานอยู่ในสวน
จู่ๆ ก็ได้รับภารกิจ ให้อัปเกรดหุ่นไล่กา….
[ยินดีด้วย! คุณอัปเกรดหุ่นไล่กาได้สำเร็จอย่างยอดเยี่ยม!]
“…ครั้งที่แล้วบอกว่าเป็นหุ่นไล่กาที่มีคุณภาพพอใช้การได้ งั้นคราวนี้บอกว่าเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ จะมีอะไรดีขึ้นไปกว่านี้มั้ยนะ”
อึนซูเอียงศีรษะเพราะความสงสัยที่ผุดวาบขึ้นมา
ความจริง แม้ไม่ต้องอัปเกรด เขาก็พึงพอใจกับหุ่นไล่กาตัวนี้แล้ว
มันช่วยไล่อีกาออกไป คุณภาพพืชผลก็ดีขึ้น แถมบางครั้งยังทำให้ได้โบนัสเป็นผลไม้ต่างๆ ด้วย
รอบนี้ผลลัพธ์จะออกมาเป็นสองเท่ามั้ยนะ?
แค่นึกภาพตาม อึนซูก็สนุกแล้ว จังหวะที่เขายิ้ม หุ่นไล่กาก็เริ่มขยับเขยื้อน…
* * *
มาแล้วว เรื่องใหม่สดๆ ร้อนๆ จากทางสำนักพิมพ์ มาแปลก แหวกแนวจากสองเรื่องก่อน แต่รับรองความอร่อย เอ้ย ความสนุกเหมือนเดิม ตอนนี้ทีมแปลกำลังปั่นแบบไฟลนก้นมั๊กก จะพยายามมาเสิร์ฟให้อ่านกันทุกวันนะคะ กดติดตามรอกันได้เลยย เรื่องนี้เปิดรับของขวัญด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้นิยายและนักแปลของเราด้วยน้าา ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านมากๆ ค่า
ติดตามข่าวสารสำนักพิมพ์จากเพจ
Young Vibe Publishing
นิยายเรื่องที่จบแล้วของสำนักพิมพ์Young Vibe Publishing
อ่านนิยาย คลิกเลย
ผมมีผู้ช่วยเป็นระบบเสริมความงามอันดับหนึ่ง [นิยายแปล]
เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นเกษตรกรผู้ร่ำรวย 90's [นิยายแปล]
เมื่อฉันกลายเป็นชาวนาในเกม
1. เมื่อฉันกลายเป็นชาวนาในเกม
วันที่ 10
ผ่านไปแล้วสิบวันนับตั้งแต่อึนซูเข้ามาอยู่ในเกมบ้าๆ นี่
เมื่อสิบวันก่อน เขาใช้เวลาทั้งวันแบบเบื่อๆ อยู่ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
การเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเอาจริงเอาจังเป็นเวลาหลายปีจบลงแล้ว อึนซูสอบติดมหาวิทยาลัยที่ตัวเองต้องการเรียบร้อย
ถือว่าเป็นข่าวดีก็จริง แต่ในเมื่อสิ่งที่ทำมาตลอดจบลงภายในชั่วพริบตา ก็เลยไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป รู้สึกเหมือนเป็นอุปกรณ์ของใช้ที่เสียหายลงดื้อๆ
“เรามีเวลาเยอะเลย เล่นเกมหน่อยดีกว่า”
อึนซูเบื่อแม้แต่กับการนอนเฉยๆ บนเตียง เขาลุกขึ้นมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์อย่างตื่นเต้นเพื่อเล่นเกมหลังจากเว้นช่วงไปนาน
“เอ้า แล้วตอนนี้เขาฮิตเกมอะไรกันล่ะ”
ถามว่ารู้วิธีเล่นไหม แน่ละ ไม่มีทางที่อึนซูผู้ไม่ได้แตะบอร์ดเกมมาหลายปีเพราะมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนจะรู้จักเกมลึกซึ้ง
ถึงอย่างนั้นก็เป็นจังหวะดี เพราะเว็บไซต์เกมสตีมชื่อดังลดราคาเกมยอดนิยมถล่มทลายถึง 40% เพื่อเป็นการฉลองปีใหม่
“เบื่อเกมยิงปืนแล้ว และก็ไม่อยากเล่นเกมสามมิติด้วยเพราะเวียนหัว…”
อึนซูไม่ค่อยรู้จักเกมเท่าไหร่ และเกมส่วนใหญ่บนหน้าจอไม่ค่อยดึงดูดใจ จึงเลื่อนเม้าส์ลงมาเรื่อยๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
และในตอนนั้นเองชื่อของเกมหนึ่งก็ผ่านเข้ามาในสายตา
‘Farming Farmer’
“เกมอะไรล่ะเนี่ย”
กราฟิกไม่ได้โดดเด่นเพราะอยู่ในรูปแบบเกมพิกเซลอาร์ต [1] แถมชื่อยังแปลกๆ จนอยากมองข้าม
เชิงอรรถ
[1] Pixel art ศิลปะดิจิทัลรูปแบบหนึ่ง จัดเรียงจุดตามแนวตารางเพื่อให้เกิดเป็นภาพที่มีจำนวนสีจำกัด
ทว่ารีวิวและคะแนนดาวกลับสูงลิ่วนำหน้าเกมอื่นๆ จนไม่อาจละสายตา
มองจากภายนอกดูเหมือนเป็นเกมฟาร์มทั่วไป แต่รีวิวส่วนใหญ่กลับบอกว่านี่คือเกมบำบัดซึ่งมีฟังก์ชั่น ASMR ยอดเยี่ยม เช่น เสียงตัดต้นไม้ เสียงขุดหินและเสียงฝนตก
“โอเค ไหนๆ ก็สอบเข้ามหา’ลัยเสร็จแล้ว ได้เวลาฮีลลิ่ง”
‘ถ้าตอนนั้นเราเลือกเล่นเกมอื่น ชีวิตจะเป็นยังไงนะ’
อึนซูยังไม่รู้เลยว่าตัดสินใจถูกหรือผิดที่เลือกเล่นเกมทำฟาร์ม
***
“โอ๊ย หลังจะหักอยู่แล้ว…”
ขณะอึนซูก้มตัวจนสุดเพื่อเก็บแครอท ก็รู้สึกปวดร้าวร่างเหมือนหลังจะหัก
เขาหยิบแครอทที่ขุดได้ใส่ตะกร้า เหยียดหลังตรงคล้ายทำท่ายืดเส้นยืดสาย ก่อนแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียว
“ฮึ”
เพิ่งเป็นชาวนาได้แค่สิบวัน แต่ร่างกายกลับปวดเมื่อยไปหมด รู้สึกปวดกล้ามเนื้อเหมือนถูกทุบไปทั้งตัว
ไม่นานมานี้ อึนซูคือผู้เข้าสอบที่ต้องนั่งอยู่กับโต๊ะทั้งวัน
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกนำพาให้คนไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ต้องมาทำงานในฟาร์ม จึงไม่แปลกที่ร่างกายจะรับไม่ไหว
สิบวันก่อน ขณะอึนซูจะเข้าไปเล่นเกมบำบัด จู่ๆ เขากลับพบว่าตัวเองกลายเป็นตัวละครในเกมไปเรียบร้อย
เนื่องด้วยรูปแบบของเกม เขาจึงจำใจต้องเป็นเกษตรกรอยู่ในนี้
โชคดีที่งานทำสวนไม่ยุ่งยากเพราะได้รับอนุญาตจากเกม และชาวหมู่บ้านฟาร์มมิ่ง (Farming Village) ก็น่ารักกันทุกคน และให้งานไว้ทำฆ่าเวลาที่เรียกว่า 'ภารกิจ (เควสต์)' กับอึนซู เกษตรกรมือใหม่
“เดี๋ยวนะ หรือทุกคนพูดไปงั้นๆ อาจจะแค่พยายามเอาใจฉันอยู่ก็ได้…”
พวกนั้นอาจมองว่าตัวเองเป็นทาสแบบถูกกฎหมายที่เรียกกันว่าเป็นภารกิจก็ได้
…ยังไงก็เถอะ ถ้าพวกนั้นไม่ได้มอบหมายภารกิจ เราก็คงจะอดตาย
อึนซูบ่นพึมพำพลางขุดแครอทสิบหัวในไร่หน้าบ้านมาเรียงซ้อนอย่างเป็นระเบียบในตะกร้า
เขาหว่านเมล็ดพืชอีกครั้งตรงจุดที่เพิ่งเก็บเกี่ยวไปเมื่อครู่ และเดินอย่างกระฉับกระเฉงไปที่บ้านของเอ็ด ลูกค้าที่สั่งแครอทสิบหัว
เอ็ดเป็นลูกชายเจ้าของร้านขายของชำ เขาเป็นชาวไร่ อายุเท่ากับอึนซู ตอนกลางวันเขาชอบอยู่บ้าน ไม่ก็ทำสวนทำไร่หน้าบ้าน
วันนี้เอ็ดก็อยู่บ้านเช่นเคย
อึนซูเดินเข้าห้องครัวในบ้านและวางแครอทสิบหัวลงบนโต๊ะด้วยความเคยชิน
“เอ็ด นี่แครอทสิบหัวที่นายสั่งมา”
“โห คุณอึนซูทำงานรวดเร็วดีจริงๆ ขอบคุณนะ นี่รางวัลครับ”
<ภารกิจสำเร็จ! คุณได้รับรางวัล>
ทันทีที่เอ็ดพูดจบ ข้อความในเกมก็เด้งขึ้น ในคลังสินค้ามีเหรียญทอง 200G พร้อมกับค่าประสบการณ์อันน้อยนิดเพิ่มเข้ามา
เหรียญทอง 200G เป็นเงินจำนวนนิดเดียวก็จริง แต่เมื่อนึกได้ว่ามีเหรียญทองอยู่ทั้งหมด 500G จึงไม่อาจปฏิเสธภารกิจเซอร์ไพรซ์เช่นนี้ได้
อึนซูตรวจสอบว่าได้รับค่าตอบแทนครบถ้วนก่อนปิดหน้าต่างคลังสินค้า
“เอ็ด คราวหน้าถ้ามีงานทำนองนี้อีก บอกฉันได้เลยนะ”
“ได้สิครับ”
“งั้นก็ตั้งใจทำงานนะ”
“โอ๊ะ เดี๋ยวก่อน!”
พออึนซูทำธุระเสร็จแล้วตั้งท่าจะออกจากบ้าน เอ็ดก็รีบคว้าแขนของเขาไว้
เกิดอะไรขึ้น? อึนซูหันมองเอ็ดด้วยสีหน้าสงสัย อีกฝ่ายยกมุมปากขึ้น
“คุณอึนซูติดธุระด่วนเหรอครับ”
“หืม ก็ไม่นะ…”
“ไหนๆ ก็มาแล้ว ผมจะย่างแครอทให้กินนะ มาๆ นั่งตรงเก้าอี้นี้ก่อนซี”
ครืด
เอ็ดถึงขั้นลากเก้าอี้เร่งให้นั่ง
อายุเท่ากันแท้ๆ แต่กลับปฏิบัติต่อกันราวกับอึนซูเป็นผู้ใหญ่กว่าซะอย่างนั้น
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เคยขอให้ทำตัวสบายๆ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ทำ
"ว่าไงนะ แครอทย่าง?"
อึนซูขมวดคิ้วพร้อมถามย้ำถึงสิ่งที่ได้ยิน เอ็ดพยักหน้าในทันใด
“ใช่ครับ อย่าบอกนะว่าคุณอึนซูยังไม่เคยลองชิม”
“เอ่อ ก็นะ…”
จะว่าไป เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาเคยเห็นสีหน้าแบบนี้ไปแล้วหนนึง ตอนนั้นเขาตะลึงงันเมื่อได้เห็นเอ็ดกำลังเคี้ยวหญ้าแห้งดิบๆ มาคราวนี้เอ็ดเลยแสดงสีหน้าแบบเดียวกัน
เป็นสีหน้ายามมองคนน่าสงสาร เป็นเชิงถามอีกฝ่ายว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยลิ้มลองรสชาติของพรรค์นี้มาก่อนได้อย่างไร
อึนซูนึกถึงปฏิกิริยาของตัวเองในตอนนั้นจึงตอบอุบอิบออกไป เอ็ดถอนหายใจเบาๆ พลางล้างแครอทในอ่างล้างจาน
“ผมนึกสงสัยตั้งแต่คราวก่อนแล้วนะ ว่าตอนอยู่เมืองอื่นคุณกินอะไรกันแน่ ลองดูหน่อยเถอะ เจ้านี่อร่อยใช้ได้เลยนะ”
“…”
‘กินอะไรงั้นหรือ ตอนอยู่ในเมืองฉันได้กินของอร่อยกว่านี้เยอะ…’
คำตอบนั้นรออยู่ที่คอ แต่อึนซูกลับอ้ำอึ้งแล้วนั่งลง
เขาไม่กล้าพูด ขืนพูดเรื่องอื่นนอกเกม มีหวังโดนมองว่าเป็นบ้า
เอาเถอะ แครอทย่าง… เขาไม่ได้คาดหวังอะไรนักหรอก เพราะเดาได้ว่ารสชาติของมันต้องออกแนวออร์แกนิกแน่ๆ
ได้ยินมาว่าชาวบ้านในหมู่บ้านฟาร์มมิ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด พวกเขาไม่เคยเข้าเมือง
อาจเป็นเพราะเหตุผลนี้ อาหารที่นี่เลยมีหน้าตาคล้ายกันไปหมด และไม่ค่อยมีที่ให้ออกไปเที่ยวเล่นด้วย
อึนซูเรียกคนที่นี่ว่าชาวบ้าน เพราะมองว่าเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่ได้สลักสำคัญ แต่พอคิดว่าในอนาคต ตัวเองก็ต้องกลายเป็นพวกเดียวกันกับพวกนั้น แล้วรู้สึกหดหู่ใจเหลือเกิน
* * * *
มาแล้วว เรื่องใหม่สดๆ ร้อนๆ จากทางสำนักพิมพ์ มาแปลก แหวกแนวจากสองเรื่องก่อน แต่รับรองความอร่อย เอ้ย ความสนุกเหมือนเดิม ตอนนี้ทีมแปลกำลังปั่นแบบไฟลนก้นมั๊กก จะพยายามมาเสิร์ฟให้อ่านกันทุกวันนะคะ กดติดตามรอกันได้เลยย เรื่องนี้เปิดรับของขวัญด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้นิยายและนักแปลของเราด้วยน้าา ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านมากๆ ค่า
* * * *
ติดตามข่าวสารสำนักพิมพ์จากเพจ
Young Vibe Publishing
[คุณผลิตหุ่นไล่กาคุณภาพพอใช้การได้เรียบร้อยแล้ว]
อึนซูมองแผ่นหลังของเอ็ดโดยไม่พูดอะไร
ท่อนแขนที่โผล่พ้นจากชายเสื้อแขนล่ำสันและคล้ำแดด การทำฟาร์มคงช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น
‘แล้วหุ่นเราเป็นยังไงบ้างนะ แขนของเราบอบบางและขาว ตรงข้ามกับเอ็ดเลย’
“ถ้าทำไร่ทำสวนไปเรื่อยๆ แล้วจะฟิตแบบนั้นมั้ยนะ…”
ขณะอึนซูพึมพำกับตัวเองเบาๆ และนึกภาพตัวเองในอนาคต เอ็ดก็หยิบจานออกมาและวางแครอทย่างลงไป
เอ็ดจัดจานอย่างสวยงามก่อนวางไว้บนโต๊ะอาหาร เขานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับอึนซู ยกมือเท้าคางและกะพริบตาปริบๆ
“ลองชิมดูสิ”
“อ่าฮะ…”
อาจเพราะเป็นคนใจกว้าง เอ็ดจึงชอบเลี้ยงอาหารใครต่อใคร
แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว จะเลี้ยงทั้งที เขาอยากให้ช่วยแถมของอร่อยๆ อย่างขนมปังสักหน่อย คงเพราะไม่มีวัตถุดิบหลากหลาย ถึงทำแต่ผักปรุงสุกมาให้แบบนี้ทุกครั้งไป
น่าเสียดาย อึนซูไม่สามารถเลือกได้ว่าจะรับหรือไม่ เขาลังเลเล็กน้อยก่อนหยิบแครอทย่างนุ่มๆ เข้าปาก
หลังจากเคี้ยวโดยไม่พูดอะไรสักพัก เอ็ดก็เร่งขอฟีดแบ็ก
“เป็นไงครับ อร่อยใช่มั้ย”
“อะ… อื้อ… นั่นสินะ…”
อึนซูตอบกลางๆ จริงๆ แล้วไม่มีรสอื่นนอกจากรสหวานตามธรรมชาติของแครอท ถึงไม่อร่อยแต่ก็พอกินได้
ก็ยังดีตรงที่ช่วยฟื้นฟูพละกำลังได้
ที่นี่ทุกอย่างดูไม่ต่างจากโลกความจริง อึนซูรู้ว่าที่นี่เป็นโลกในเกมก็ตอนเห็นหน้าต่างสถานะ
พอเข้ามาที่นี่ เขาก็มีหน้าต่างสถานะเด้งขึ้นมา
ฮาอึนซู เกษตรกรมือใหม่
ค่าความแข็งแกร่ง 80/100
[เกษตรกรมือใหม่] (ตัวอักษรบรรทัดนี้กะพริบวิบวับ)
เทคนิคเก็บเกี่ยวพืชผล +2
[สกิล]
การเก็บเกี่ยว Lv.2
การเพาะปลูก Lv.2
การทำลายหิน Lv.1
การตัดต้นไม้ Lv.1
การทำอาหาร Lv.1
[ดูเพิ่มเติม…]
อาจเพราะตอนนี้เขายังเป็นมือใหม่ สกิลส่วนใหญ่จึงอยู่แค่เลเวล 1 ถึง 2
นอกจากมีสกิลต่ำแล้ว ค่าความแข็งแกร่งซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานก็มีน้อย ดังนั้น ถ้าไม่ยอมกินของว่าง ก็จะเกิดข้อจำกัดต่อการทำกิจกรรมในหนึ่งวัน
ขณะอึนซูเคี้ยวแครอทย่างและครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีมือมาสัมผัสโดนมุมปาก
พอเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ ก็พบว่าเอ็ดกำลังเช็ดปากให้เขาอยู่
“มันเปื้อนน่ะ”
“อะไรนะ โอ๊ะ แครอท?”
“ใช่”
อึนซูปัดมือเอ็ดออกและใช้มือตัวเองเช็ดปากแทน แต่ดูเหมือนเอ็ดเช็ดออกไปหมดแล้ว จึงไม่มีอะไรติดมือเขาเลย
‘ปกติแครอทติดริมฝีปากได้ด้วยเหรอ’
แม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่อึนซูก็กลืนแครอทที่กำลังเคี้ยวอยู่จนหมดแล้วลุกขึ้นจากที่นั่ง
“ฉันกินเสร็จแล้ว ต้องกลับแล้วละ ก็อร่อยดีนะ ขอบคุณมาก”
“จะไปแล้วเหรอครับ ไม่นั่งพักต่ออีกหน่อย…”
“ก็ใช่ไง นี่บ่ายสามแล้วนะ”
อึนซูตอบกลับอย่างแน่วแน่ เอ็ดเลิกคิ้วและทำหน้าผิดหวัง
เอ็ดดูเป็นคนไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องเวลา ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำหน้าเศร้าๆ ทุกครั้งที่เขาบอกลา
ท่าทีเช่นนั้นเคยทำเอาอึนซูใจอ่อนอยู่สองสามครั้ง จังหวะที่อึนซูกำลังหมุนตัวกลับออกไป เอ็ดก็รีบส่งแครอทย่างให้
“งั้นรับนี่ไปด้วยสิครับ"
<ได้รับ 'แครอทย่าง' 5 หัว>
กริ๊งๆ!
เสียงเอฟเฟ็กต์สดใสดังขึ้นพร้อมข้อความเกม ในเวลาเดียวกัน แครอทย่างห้าชิ้นก็เพิ่มเข้ามาในหน้าต่างคลังสินค้า
‘เดี๋ยวสิ’ ภารกิจคือ [ส่งแครอท 10 หัว] แต่เอ็ดย่างให้เขากินไปแล้ว 1 หัว และให้นำกลับมาอีก 5 หัว
เท่ากับว่าสุดท้ายแล้วเอ็ดเหลือแครอทแค่ 4 หัวเท่านั้น
‘ก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่หรอกนะ แต่… ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ’
“เอ่อ… ทำแบบนี้นายก็ไม่มีแครอทเหลือน่ะสิ”
“อ๋อ ไว้ค่อยไปเก็บใหม่ก็ได้ครับ”
อึนซูขมวดคิ้วอย่างกังวล แต่เอ็ดกลับยิ้มสดใสราวกับจะบอกว่าอย่าใส่ใจเลย
เอ็ดใจดีมาก อาจเพราะเป็นคนชนบทด้วย… จะว่าไป ใบหน้านั้นชวนให้อึนซูนึกถึงแม่ของตัวเอง
อึนซูรู้โดยสัญชาตญาณว่า ถึงจะส่งคืน อีกฝ่ายคงไม่รับแน่ จึงยิ้มให้
“งั้นฉันจะกินให้อร่อยเลย ขอบคุณมากๆ นะ คราวหน้าถ้ามีงานอะไรก็บอกฉันด้วยนะ”
“อืม ไว้มาเล่นกันใหม่นะครับ”
‘ฉันไม่ได้มาเล่น ฉันมาเพื่อทำเควสต์ต่างหาก…’
อึนซูพยักหน้าอย่างอึดอัดใจก่อนเดินออกจากบ้านของเอ็ด
ดวงอาทิตย์ยังคงลอยโด่งอยู่กลางท้องฟ้า แม้วันนี้ยังอีกยาวไกล แต่อึนซูชาวนามือใหม่มีงานกองโตเท่าภูเขาให้ต้องทำ
เพื่อจะหาเงิน เขาต้องเคลื่อนไหวให้เร็วขึ้น
* * *
“โอ๊ย เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว…”
อึนซูเก็บกิ่งไม้และกองหญ้าอย่างขยันขันแข็งในช่วงดวงอาทิตย์กำลังลอยคว้าง
เขานั่งลงบนตอไม้ หยิบแครอทย่างออกจากกระเป๋ามากิน ค่าความแข็งแกร่งที่ลดต่ำค่อยๆ เพิ่มขึ้น
วันนี้เป็นวันที่เขาขยับตัวเคลื่อนไหวมากที่สุดนับตั้งแต่มาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ แต่แล้ว…
“เจ้าอีกาพวกนี้ทำบ้าอะไรกัน!”
ชีวิตเขาต้องมาตกระกำลำบากเพราะฝูงอีกาชอบบินมาจิกกินพืชผลในไร่
พอปัญหาเรื่องนี้ทำเอาเวียนหัว จึงลองปรึกษาเอ็ด
อีกฝ่ายเสนอว่า “ลองตั้งหุ่นไล่กาดูสิ” และยังบอกขั้นตอนการติดตั้งให้อีก เจ๋งไปเลย!
เมื่ออึนซูกดปุ่ม [ผลิต] ซึ่งอยู่ในหน้าต่างสกิล รายการสิ่งของมากมายนับไม่ถ้วนก็ปรากฎขึ้นทันที
ทักษะการผลิตของเขายังอยู่ในเลเวลต่ำ จึงผลิตของออกมาได้ไม่กี่อย่าง แต่โชคดีที่หุ่นไล่กาเป็นหนึ่งในนั้น
[ผลิต]
หุ่นไล่กา
- ผลิตจากกิ่งไม้ 50 ชิ้นและกองหญ้า 30 กอง
- ยิ่งมีฝีมือการผลิตสูงมากเท่าไร ก็ยิ่งสร้างหุ่นไล่กาได้สมบูรณ์แบบมากขึ้นเท่านั้น
[กำลังผลิต]
ตรงตามที่เอ็ดบอก การสร้างหุ่นไล่กาต้องใช้กิ่งไม้และกองหญ้าจำนวนมาก
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าต้องใช้เหรียญทองที่เก็บสะสมทั้งหมดมาสร้างหุ่นไล่กา…”
แค่คิดน้ำตาก็ไหลออกมาเป็นสายเลือดแล้ว เขานึกเสียดายสุดๆ แต่ก็ยังดีกว่าโดนพวกกาปีศาจมาทำลายพืชผล
อึนซูกดปุ่ม [ผลิต] ด้วยมือสั่นเทาเพราะความเสียดาย
แล้วทันใดนั้นมือของเขาก็เคลื่อนไหวโดยอัตโนมัติราวกับรู้วิธีผลิตยังไงยังงั้น
[คุณผลิตหุ่นไล่กาคุณภาพพอใช้การได้เรียบร้อยแล้ว]
ไม่นาน หุ่นไล่กาก็เข้ามาในคลังสินค้า พร้อมกับข้อความเกมที่เด้งขึ้น
อย่าว่าแต่สร้างหุ่นไล่กาเลย เขาไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยซ้ำ แต่เมื่อใช้สกิลการผลิต เขาก็ทำขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
“ง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยนะเนี่ย”
จังหวะที่อึนซูกำลังคิดว่าตัวเองช่างโชคดี ข้อความเกมก็ลอยขึ้น
[ถ้ามีเลเวลการผลิตสูงขึ้น คุณจะสามารถอัปเกรดหุ่นไล่กาให้มีคุณภาพดีกว่านี้ได้]
[ลองฝึกฝนเพื่อเพิ่มเลเวลดูนะ]
“ให้มีคุณภาพดีกว่านี้… หมายถึงว่าเจ้าหุ่นจะไล่กาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นน่ะหรือ”
ถ้าอย่างนั้น เขาก็คิดว่าควรอัปเลเวลสกิลการผลิตไว้บ้าง
อึนซูปิดหน้าต่างสกิลและมุ่งหน้าไปที่ไร่
เมื่อวานนี้ตอนออกไปหว่านเมล็ดแครอทตรงพื้นที่เก็บเกี่ยว เขาเว้นที่ว่างสำหรับวางหุ่นไล่กาเอาไว้แล้ว
อึนซูตัดสินใจวางหุ่นไล่กาไว้ตรงนั้น เขาใช้มือปัดฟางบนใบหน้าของหุ่นไล่กาทิ้งพลางพูดพึมพำกับตัวเอง
“หืม… หล่อเหมือนกันนะเรา”
‘นี่ไม่ได้แกล้งชมเพราะว่าเป็นฝีมือของตัวเองหรอกนะ แต่มันไม่แย่เลยจริงๆ’
หุ่นไล่กามีหน้าตาดึงดูดความสนใจ มีคิ้วหนาและรอยยิ้มใจดี
ถึงจะเป็นแค่หุ่นไล่กา แต่อาจเพราะมีใบหน้าสมบูรณ์แบบและทันสมัย หรืออาจเพราะสวมเสื้อผ้าซึ่งทำจากฟางอย่างเรียบร้อยเข้ากันดีกับใบหน้า รวมๆ แล้วจึงจัดว่าดูดี
อึนซูยิ้มกว้างด้วยความพอใจ เขาตบบ่าหุ่นไล่กาเป็นเชิงบอกให้ตั้งใจทำงานเข้าไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน ท่ามกลางความมืด
แขนของหุ่นไล่กาที่ถูกทิ้งให้อยู่ท่ามกลางความมืดมิดเพียงลำพังนั่นปลิวไปตามลมพัด คล้ายกำลังโบกมือทักทาย
* * * *
อยากลองแครอทย่างเลยย เรื่องนี้จะค่อนข้างสโลว์ไลฟ์นิดนึงนะคะ แต่ความสนุกน่ารักนุบนุิ้บมาเต็มแน่ ตัวเอกคือ อึนซูนะคะ เผื่อจำชื่อกันยากก แง
ช่วงนี้อาจได้ลงวันละ 2 ตอนก่อนนะคะ เช้าเย็น จากสต็อกที่มี ฝากกดติดตาม กดหัวใจ กดของขวัญเป็นกำลังให้ทีมนักแปลของเราด้วยนะคะ\ อ้อนๆ แล้วเจอกันตอนต่อไปค่ะ แอบสปอยว่าเรื่องนี้มีคนซึน 555
* * * *
ติดตามข่าวสารสำนักพิมพ์จากเพจ
Young Vibe Publishing
แครอทดาวสีเงินและดาวสีทอง
หลังทำงานเสร็จ อึนซูก็กลับไปเปิดโทรทัศน์ดูข่าวที่บ้าน
มีเหตุผลเดียวที่จะดูข่าวในเมืองที่ปราศจากสถานการณ์ผิดปกติ
“ไหนดูซิว่าพรุ่งนี้อากาศจะเป็นยังไงบ้าง…”
ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ อึนซูเพิ่งหัดดูรายการพยากรณ์อากาศซึ่งเจ้าตัวไม่เคยดูมาก่อน
พอมาเป็นเกษตรกรแล้วสภาพอากาศคือสิ่งที่มีอิทธิพลต่อชีวิตมากที่สุด
เมื่อก่อนเขาชอบวันอากาศแจ่มใส มีลมพัดเย็นสบาย แต่ตอนนี้กลับชอบวันฝนตกที่ไม่มีลมมากที่สุด
เหตุผลง่ายๆ เป็นเพราะจะได้ไม่ต้องรดน้ำแปลงผัก
ในโลกแห่งความเป็นจริง ฝนตกเป็นเรื่องไม่ดีต่อการทำสวนทำไร่ แต่คงเพราะที่นี่เป็นโลกของเกม ขอเพียงรดน้ำก็ทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี
อึนซูเปิดดูพยากรณ์อากาศด้วยหวังอยากให้มีฝนตกลงมาสักหน่อย
ทว่านักพยากรณ์อากาศกลับกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสว่า
“พรุ่งนี้อากาศแจ่มใส เหมาะจะออกไปใช้แรงงานจริงๆ!”
‘ใช้แรงงานบ้าอะไร… ล้อเล่นรึเปล่าเนี่ย ที่บอกให้ออกไปทำงานน่ะ!’
พูดจาชิลๆ แต่ชวนให้คนหัวเสียได้เก่งจริงๆ
“เฮ้อ ใช้แรงงานเนี่ยนะ”
อึนซูถอนหายใจ กดปิดโทรทัศน์ก่อนเดินตรงดิ่งไปที่เตียง เมื่อล้มตัวลงบนที่นอน ก็เกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าด
เขาดึงผ้าห่มขึ้นมา แล้วนอนขดตัวเหมือนกุ้ง
“…”
ชีวิตในเกมไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ทว่าทุกครั้งที่กลับมาอยู่บ้าน ยามค่ำคืนอันเงียบสงบ เขากลับรู้สึกหดหู่
ถึงจะไม่ใช่ลูกคนรวย แต่เขาก็ไม่เคยอาศัยอยู่ในบ้านเก่าแก่และคับแคบเช่นนี้ แล้วก็ไม่เคยทำงานบ้านจริงๆ จังๆ ด้วย
‘ไม่อยากจะเชื่อเลย นี่เรากลายเป็นชาวสวนไปแล้ว…’
จู่ๆ อึนซูก็ดึงผ้าห่มซึ่งเคยคลุมระดับหัวไหล่ขึ้นมาคลุมโปง น้ำตาคลอเบ้า
‘ขอให้หลับแล้วตื่นขึ้นมาเจอว่าได้กลับไปโลกแห่งความจริงทีเถอะ…’
เขาอธิษฐานแล้วผล็อยหลับไปแบบนี้เป็นครั้งที่เก้าแล้ว แต่ทุกครั้งก็ตื่นขึ้นมาเห็นเพดานแบบเดิมๆ
ราวกับมีคำสั่งให้ต้องอยู่ที่นี่
แต่ถึงอย่างนั้น วันนี้อึนซูก็ยังคงตั้งจิตอธิษฐานแรงกล้าซ้ำๆ ขอให้ได้กลับบ้าน
* * *
“นายทำงานได้เยี่ยมมาก”
อึนซูยกยิ้มมุมปากพลางมองไร่อย่างพอใจ
การตัดสินใจวางหุ่นไล่กาในไร่เป็นเรื่องยอดเยี่ยม แค่ปล่อยหุ่นไล่กาไว้เฉยๆ พืชผลก็ไม่ถูกทำลาย
อึนซูเก็บแครอทลงในคลังสินค้าอย่างตื่นเต้น แครอทอยู่ในสภาพเกลี้ยงเกลา แม้แต่ใบของมันก็ไม่ได้รับความเสียหาย!
อาจเพราะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ หัวแครอทจึงมีรูปดาวสีเงินและดาวสีทองติดอยู่ด้วย
ดาวเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าสินค้าชิ้นนี้มีคุณภาพดี เมื่อนำไปขายในร้านค้าก็จะได้ราคาสูงขึ้น
ขณะอึนซูฮัมเพลงและเก็บแครอท เท้าของเขาก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่างเข้า
"อ๊ะ อะไรเนี่ย แอปเปิ้ลเหรอ"
ทันทีที่ก้มดู ก็เห็นแอปเปิ้ลสีแดงลูกหนึ่งกลิ้งอยู่ในไร่แครอท
แต่เขาไม่เคยเห็นต้นแอปเปิ้ลแถวนี้มาก่อนเลย
หรือร่วงมาจากนกที่บินผ่านไป แต่ก็ไม่เห็นนกอยู่แถวนี้เลยสักตัว แถมยังไม่มีร่องรอยของแมลงหรือนกจิกกินแอปเปิ้ลอีกต่างหาก
“…จะใช่อีเวนต์เกมหรือโบนัสมั้ยนะ”
ถึงจะไม่รู้ที่มาที่ไป แต่พออยู่ในโลกของเกมแล้ว แม้เป็นเรื่องแปลกมากแค่ไหนเขาก็ยอมรับได้
"จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง แค่หาเงินให้ได้ก็พอ"
ในเมื่อได้เก็บแครอทคุณภาพดี คงต้องนำดอกไม้ไปให้เอ็ด ผู้แนะนำให้เขาตั้งหุ่นไล่กา
ทีแรกก็มองว่าดอกไม้ดูเป็นของไม่มีราคา ทว่าพอพิจารณาเงินในกระเป๋า ก็คิดว่าให้ดอกไม้ก็เหมาะสมดีแล้ว ขืนเลี้ยงข้าวมื้อนึง คงจะเกินงบ
อึนซูเก็บแครอทเสร็จ ก็มุ่งหน้าไปยังจัตุรัสกลางเมือง และไม่ลืมที่จะเด็ดดอกไม้ป่าที่ขึ้นตามริมถนนไปฝากเอ็ดด้วย
พอเขาเข้าไปในร้านขายของชำ เจมส์สันก็ออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ
“ยินดีต้อนรับ”
เจมส์สันเป็นเจ้าของร้านขายของชำและเป็นพ่อของเอ็ด
ใบหน้าอ้วนกลมและดูไร้เดียงสาเหมือนเอ็ดเปี๊ยบ แต่เจมส์สันไว้เคราครึ้มหนา ร่างกายใหญ่โตคล้ายหมี แถมยังมีนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ยิ่งกว่าผู้เป็นลูก
อึนซูฉีกยิ้มกว้างและหยิบแครอทคุณภาพดีที่เก็บไว้ในคลังสินค้าออกมาอย่างภาคภูมิใจ เจมส์สันทำตาโตด้วยความประหลาดใจ
"โอ้! วันนี้มีของดีเลยนะ เกิดอะไรขึ้นล่ะนี่"
“ใช่ครับ ที่ได้ของแบบนี้เพราะเอ็ดสอนให้ผมทำหุ่นไล่กา”
เจมส์สันหัวเราะเสียงดัง เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยชื่นชมลูกชายตัวเองกลายๆ
เสียงหัวเราะดังลั่นอย่างกะทันหันทำเอาอึนซูสะดุ้งเล็กน้อย
เจมส์สันหัวเราะร่าเริงก่อนเอ่ยขึ้นราวกับว่าไม่อยากจะเชื่อ
"ฮ่าๆ จริงเหรอ เจ้านั่นไม่ใช่คนใจดีขนาดนั้นซะหน่อย"
"เหรอครับ"
"โอ๊ย…"
เจมส์สันส่งเสียงหัวเราะต่อเนื่อง ทำนองว่าอึนซูไม่รู้จักลูกชายของตัวเองดีพอ
แต่สำหรับอึนซู เอ็ดเป็นคนใจดีที่สุดในหมู่บ้านนี้
‘ทำไมพ่อของเขาถึงมีปฏิกิริยาแบบนั้นล่ะ’
"ผมพูดจริงๆ นะ…"
"โอเคๆ เดี๋ยวฉันคิดค่าแครอทให้นะ”
“…”
อึนซูทำหน้ากระอักกระอ่วน แต่เจมส์สันแกล้งทำเป็นไม่สนใจ และคำนวณค่าแครอท
อาจเพราะสินค้ามีคุณภาพดี แถมยังมีดาวสีเงินกับสีทองประดับอยู่ ก็เลยได้รับเงินเยอะกว่าปกติ
แค่คิดว่าจะได้เป็นเจ้าของเงินทั้งหมด อึนซูก็ตาวาวแล้ว
แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องเอาเงินทั้งหมดไปซื้อเมล็ดพันธุ์ไปปลูกใหม่อยู่ดี
ทันทีที่อึนซูยื่นมือออกไปหยิบเมล็ดแครอทเหมือนยามปกติ เจมส์สันก็ยื่นข้อเสนอใหม่
“นายปลูกแครอทเก่งแล้ว คราวนี้ลองเปลี่ยนเป็นมันฝรั่งดูมั้ย”
“มันฝรั่งเหรอครับ”
“ถึงต้องปลูกทิ้งไว้ห้าวันจึงจะเก็บเกี่ยวได้ แต่มีประสิทธิภาพมากกว่าแครอทนะ”
“อืม…”
แครอทเก็บเกี่ยวได้ในสองวัน เท่ากับว่ามันฝรั่งใช้เวลาเกินกว่าสองเท่าตัว
อึนซูมีเงินพอกินอยู่ไปวันๆ ก็เลยปลูกแค่แครอทที่มีราคาย่อมเยาและเก็บเกี่ยวได้รวดเร็ว
มิหนำซ้ำ สวนของเขายังมีขนาดเล็ก การจะขยายพื้นที่ออกไปทีละนิดเป็นเรื่องลำบากยากเย็น
อึนซูกังวลอยู่ชั่วครู่ แต่แล้วก็คิดได้ว่า ขายของวันนี้ก็ยังพอได้กำไร และร้านบาร์ก็มอบหมายภารกิจปลูกมันฝรั่งมาให้เขาทุกสัปดาห์
คงไม่มีอะไรเสียหายถ้าจะลอง
เพราะถึงตอนนี้จะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่คงไม่ถึงขั้นต้องอดอาหารไปจนกว่ามันฝรั่งจะโตเต็มที่
"งั้นขอมันฝรั่ง 20 เมล็ดครับ"
“คิดถูกแล้ว!”
เจมส์สันหัวเราะร่าเริงราวกับรู้ว่าอึนซูจะตัดสินใจเช่นนั้น เขาพูดอย่างมั่นใจพลางใส่เมล็ดมันฝรั่งลงในห่อ
“คราวหน้าแวะมาอีกนะ”
“ครับ ลาก่อน”
อึนซูจ่ายเงินและเดินออกจากร้านขายของชำ ก่อนตรวจสอบหน้าต่างระบบที่ลอยอยู่
เอ็ดน่าจะทำไร่ช่วงเช้าเสร็จแล้ว
อึนซูตัดสินใจเดินไปที่ไร่ของอีกฝ่ายซึ่งอยู่หลังร้านขายของชำ
จริงอย่างที่คิด เอ็ดกำลังทำสวนอยู่ คงเพราะออกแรงทำงานจนร้อน เขาเลยไม่ได้ใส่เสื้อ
ซิกซ์แพ็กบนผิวสีแทนทำเอาอึนซูนึกเชื่อมโยงไปถึงช็อกโกแลต
เห็นหน้าตาซื่อๆ แล้วนึกไม่ถึงเลยว่าจะมีรูปร่างดีแบบนี้
อึนซูเผลอลูบหน้าท้องเรียบๆ ของตัวเองโดยไม่รู้ตัวและเดินไปหาอีกฝ่าย
* * * *
เอ๊ะ หรือว่าเอ็ดจะเป็นพระเอก555555555 รอลุ้นตามทุกคนน
* * * *
ติดตามข่าวสารสำนักพิมพ์จากเพจ
Young Vibe Publishing