โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หนุ่มชิงทอง ฆ่าไรเดอร์ เผยก่อเหตุ หวังหาเงินช่วยครอบครัวปลดหนี้

WeR NEWS

อัพเดต 09 ก.ค. 2567 เวลา 06.52 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2567 เวลา 05.48 น.

จากกรณีคนร้าย อายุ 26 ปี ชาวเชียงใหม่ ก่อเหตุชิงทองราว 70 บาท ในห้างดัง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนขับรถเก๋งสีขาวหลบหนีไป กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าพบรถคันดังกล่าวจอดทิ้งบริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ ด้านในรถมีรอยเลือดจำนวนมากเปรอะอยู่ มีถุงพลาสติก และเอกสารมีเลือดที่เพิ่งเป็นรอยเลือดใหม่ ๆ เปรอะอยู่ ต่อมา สามารถจับกุม ผู้ก่อเหตุได้ โดยพบว่าได้ลวงไรเดอร์รายหนึ่ง ทราบชื่อคือ ร.ท.สุเทพ เพื่อขึ้นไปดอยสุเทพแล้วยิงทิ้ง ก่อนทิ้งศพลงเหว จากนั้นขโมยรถไรเดอร์ไปก่อเหตุชิงทอง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นั้น

ล่าสุด พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเองที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ โดยผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

โดยผู้ต้องหา เปิดเผยว่า วางแผนลงมือก่อเหตุมาเป็นเวลานานถึง 1 ปี กับ 2 เดือน เพื่อหาเงินไปช่วยพ่อแม่ปลดหนี้สินจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ซึ่งครอบครัวเป็นหนี้ถึง 10 ล้านบาท โดยได้ไปดูลาดเลาที่ร้านทองก่อน จากนั้นได้มาสำรวจเส้นทาง

ก่อนลงมือได้นำรถยนต์ของตัวเองไปจอดที่ลานกาแล ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากนั้นเดินเท้าลัดเลาะเส้นทางธรรมชาติมาที่ดอยสุเทพ ก่อนถึงวัดผาลาด เป็นระยะทางประมาณ 6-7 กม. และได้โทรศัพท์เรียกรถไรเดอร์ให้มารับ จากนั้นขึ้นไปนั่งเบาะหลังและใช้ปืนยิงท้ายทอยผู้ตายจนเสียชีวิต และลากศพไปทิ้งเหวดอยสุเทพ ลึกประมาณ 50 เมตร เพื่ออำพรางศพ

จากนั้นผู้ต้องหาได้ขับรถของผู้ตายไปก่อเหตุวิ่งราวทองที่ห้างดังกล่าว หลังก่อเหตุเสร็จ ขับรถมายังจุดทิ้งศพที่ดอยสุเทพ ใกล้วัดผาลาด แล้วเดินลัดเลาะเส้นทางธรรมชาติไปยังจุดจอดรถของตน และขับรถไปตระเวนขายทองในเมืองเชียงใหม่ 5 ร้าน โดย 3 ร้านในเมืองไม่มีใครรับซื้อ เพราะเจ้าของร้านทองเห็นข่าวและมีตราทองออโรร่าอยู่จึงไม่รับซื้อ แต่มี 2 ร้านที่ อ.ดอยสะเก็ด และสันกำแพง รับซื้อไปทั้งหมด 10 บาท เหลือทอง 70 บาท กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...