โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำถึงจนเป็นไวรัล! กทม.ทำภาพโปรโมตฟอนต์ ‘เสาชิงช้า’ เจอ ‘บีทีเอส’ ช็อตฟีลแรงเวอร์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 พ.ค. 2567 เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2567 เวลา 10.59 น.

ทำถึงจนเป็นไวรัล! กทม.ทำภาพโปรโมตฟอนต์ ‘เสาชิงช้า’ เจอ ‘บีทีเอส’ ช็อตฟีลแรงเวอร์

หลังจากที่ “ฟอนต์” นี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก หลังจากเห็นสติ๊กเกอร์ข้อความใหม่ที่ กทม. ปิดบนแนวคานของรางรถไฟฟ้าแยกปทุมวัน

ซึ่งเรื่องดังกล่าว กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์จำนวนมาก เพจดังหลายเพจได้ปรับเปลี่ยนใส่ตัวอักษรใหม่เพื่อล้อเลียน จนกระจายไปในโลกโซเชียลจำนวนมากนั้น

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ กรุงเทพมหานคร โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า

“ย้ำกันอีกที กทม. แจกฟรี ฟอนต์อัตลักษณ์ “เสาชิงช้า”

ฟอนต์ “เสาชิงช้า” มีต้นแบบมาจากตัวอักษรไทยนริศที่อยู่ในตราสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานครซึ่งมีมาดั้งเดิม คือภาพสัญลักษณ์พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณที่อาศัยภาพวาดของกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นต้นแบบ

โดย กทม.ได้มีการออกแบบและเริ่มนำฟอนต์เสาชิงช้ามาใช้ในการสื่อสารผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ปลายปี 2566 โดยทุกหน่วยงานในสังกัด กทม. ได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ที่เป็นอัตลักษณ์ รวมถึงการใช้สีหลักคือสีเขียวมรกตที่นำมาใช้บ่อยที่สุด และสีรองอีกหลากหลายสีที่ใช้ในการออกแบบตกแต่ง การวางโลโก้ กราฟิก การออกแบบภาพ ฯลฯ ซึ่งได้กำหนดไว้ในคู่มือการใช้อัตลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร และนำไปปรับให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละชิ้นงาน โดยประชาชนจะได้เห็นตัวอักษรเสาชิงช้าบ่อยขึ้นตามสื่อต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็น ป้าย สื่อวีดิทัศน์ สิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ รวมทั้งของที่ระลึกต่าง ๆ ด้วย”

ซึ่งในโพสต์ล่าสุดที่ กทม.โพสต์ไป สร้างกระแสไวรัสในโลกออนไลน์อีกครั้ง เพราะครั้งนี้ใครหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กทม. “แกงตัวเองสุดๆ” โดยเฉพาะโพสต์ที่ระบุว่า “ใช้หนี้ BTS แล้ว” โดยโพสต์ดังกล่าว กลายเป็นไวรัลถูกแชร์ไปแล้ว เกือบ 1 พันครั้ง

แต่จังหวะช็อตฟีล เกิดขึ้นทันที กทม.เผยแพร่ภาพนี้ไป เพจรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “หนี้ยังไม่หมดนะครั้บบบผม #หยอกน๊าคุณน้าา”

ทำชาวเน็ตกดขำกระจายทันที และแชร์โพสต์ดังกล่าวจำนวนมาก พร้อมแสดงความคิดเห็น เช่น

  • “แรงมากกก 555555555 เอาเงินไปทำป้ายหมดแล้ววววว”
  • “ชาวเน็ตช็อตมาก”
  • “ถ้าวันไหนทะเลาะกันก็ขอให้ทั้งคู่คิดถึงตอนจีบกันนี้เลยค่ะขนมจีบเมืองตรัง”
  • “แร๊งงงงงงม๊ากกกกกก”
  • “(ไฟฟ้า)ช็อตฟีลแร๊งงงงงงง”
  • “รอต่อไปครับ”
  • “ทำยังไงไม่ให้รถมันเสียช่วงเวลาเร่งด่วนก่อนมั้ย”
  • “หืมมมมมม หยอกแรงนะ”
  • “แรงมากกกกกก”

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เมื่อย้อนกลับไปวันที่ 4 เม.ย. 2567 นายชัชชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้า การชำระหนี้ให้กับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ในงานระบบการเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล หรือ E&M) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2

นายชัชชาติกล่าวว่า กทม.ได้สั่งจ่ายเช็คให้กับ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ก็ถือว่ามีการกลั่นกรองอย่างละเอียด โดยสภา กทม.มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาจนออกเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร รวมถึงตนยังได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะมีการจ่ายเงิน เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน

“ก็หวังว่าจะสร้างความมั่นใจ จริงๆ แล้วภาคเอกชนมีความสำคัญในการพัฒนาเมือง อนาคตจะมีผู้มาลงทุนทำโครงการต่างๆ เพราะงบประมาณของ กทม.อาจจะไม่เพียงพอ การสร้างความร่วมมือ การสร้างความไว้ใจซึ่งกันและกัน ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ เป็นเรื่องสำคัญ” นายชัชชาติกล่าว

โดยจำนวนเงินที่ชำระคืนให้กับบีทีเอส เป็นจำนวน 23,312,577,476.49 บาท

ทั้งนี้ ยังเหลือการชำระหนี้อีก 1 ก้อนคือ ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง หรือ ค่า O&M รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 (อ่อนนุช-แบริ่ง และสะพานตากสิน-บางหว้า) และส่วนต่อขยายที่ 2 (แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ที่ทางบีทีเอสซีได้ยื่นฟ้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นศาลปกครองสูงสุด วงเงินเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมดอกเบี้ย

โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การฟ้องครั้งที่ 1 วงเงิน 11,755.06 ล้านบาท ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ กทม. และเคที ร่วมกันจ่ายหนี้ให้กับบีทีเอสซี ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ส่วนการฟ้องครั้งที่ 2 วงเงิน 11,068.5 ล้านบาท ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2565

นอกจากนี้ กทม.อยู่ระหว่างดำเนินการรับโอนทรัพย์สินและหนี้สิน ในส่วนของงานโครงสร้างพื้นฐาน หรืองานโยธารถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 วงเงินรวม 65,307.08 ล้านบาท แบ่งเป็น ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 20,967.48 ล้านบาท และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต 44,339.60 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการนี้ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเดือน พ.ย. 2561ที่กำหนดให้ กทม.รับโอนทั้งหนี้สินและทรัพย์สินจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งหนี้ก้อนนี้เป็นหนี้ทางบัญชี และเป็นหนี้ระหว่างรัฐกับรัฐ มีกระทรวงการคลังเป็นเจ้าของ

โดยนายชัชชาติเคยออกมาระบุว่า ได้ทำหนังสือตอบกลับกระทรวงมหาดไทย ขอให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือ สนับสนุนค่าโครงสร้างพื้นฐานกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำถึงจนเป็นไวรัล! กทม.ทำภาพโปรโมตฟอนต์ ‘เสาชิงช้า’ เจอ ‘บีทีเอส’ ช็อตฟีลแรงเวอร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...