โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

#Saveทับลาน คืออะไร? สรุปการเฉือนพื้นที่อุทยานฯ ทับลาน 2.6 แสนไร่ ที่อาจกลายเป็นของนายทุน

The MATTER

อัพเดต 09 ก.ค. 2567 เวลา 12.49 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2567 เวลา 10.18 น. • Recap

"การจัดการของภาครัฐในลักษณะนี้ อาจส่งผลกระทบต่อแนวการเชื่อมต่อระบบนิเวศของสัตว์ป่า และเพิ่มความรุนแรงความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่ามากยิ่งขึ้น" คือข้อกังวลของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กับกรณี #Saveทับลาน

2-3 วันที่ผ่านมานี้ เราอาจได้เห็น #Saveทับลาน บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งพูดถึงกรณีที่มีการรับฟังความเห็นว่าจะปรับปรุงพื้นที่แนวเขต ‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’ เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่ ONE MAP หรือกล่าวโดยง่ายคือเป็นการ ‘เฉือน’ พื้นที่ของอุทยานฯ ถึง 2.6 แสนไร่ ให้กลายเป็นของ ส.ป.ก.

แล้วจริงๆ มันเกิดอะไรขึ้น การเพิกถอนฯ นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีรายละเอียดอะไรบ้าง? The MATTER ชวนไปทำความเข้าใจกัน

อุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นอุทยานแห่งชาติในภาคอีสานและภาคตะวันออก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติโดยยูเนสโก ภายใต้ชื่อ ‘กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่’ ตั้งแต่ปี 2548 จากการมีความหลากหลายทางชีวภาพ ปัญหาเริ่มต้นจากการที่ ‘แผนที่’ ของ 2 หน่วยงานไม่ตรงกัน ทำให้พื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติทับลานทับซ้อนกัน จนเกิดข้อขัดแย้งว่าพื้นที่นั้นเป็นของใครกันแน่ ระหว่าง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งระบุว่าเป็นที่ที่ชาวบ้านเข้ามาทำกินได้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งระบุว่าเมื่อเป็นเขตอุทยาน ชาวบ้านไม่สามารถเข้ามาได้ จนกลายเป็นปัญหา ‘ที่ดินทำกิน’ ด้วยข้อขัดแย้งนี้ ทำให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ให้ใช้ ‘ONE MAP’ หรือการปรับปรุงการสำรวจแนวเขตปี 2543 เป็นแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 เพื่อให้เป็นแผนที่ดิจิทัลที่ให้ทุกหน่วยงานราชการใช้ร่วมกัน รายละเอียดในการปรับปรุง คือการปรับแนวเขตที่ครอบคลุมพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ใน อ.ปักธงชัย อ.วังน้ำเขียว อ.ครบุรี อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รวมเนื้อที่ 265,266 ไร่ โดยให้เปลี่ยนเนื้อที่อุทยานฯ ดังเกล่าวให้เป็นของ ส.ป.ก. ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านมีสิทธิถือครองที่ดิน และส่งต่อเป็นมรดกแก่ทายาทได้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงเริ่มเปิดรับฟังความเห็นในการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน - 12 กรกฎาคม 2567 เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อดำเนินการ ซึ่งหากมีการปรับปรุงตามแนวเขตใหม่จริง จะส่งผลให้อุทยานแห่งชาติทับลานมีเนื้อที่ลดน้อยลงไป 265,266 ไร่ จากการรับฟังความเห็นของชาวบ้านในพื้นที่เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการให้ปรับแนวเขตใหม่เพราะมีปัญหาเรื่องเขตทำมาหากินมานาน ก่อนหน้านี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีแนวทางแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มชาวบ้านในเขตป่าทับลานที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 64 ระบุให้ชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินได้ตามกรอบกฎหมายแต่ไม่มีสิทธิถือครองที่ดิน ดังนั้นมูลนิธิสืบนาคะเสถียรจึงเห็นว่าการจะแก้ที่ดินแบบเหมาเข่งเช่นนี้ไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการให้เพิกถอนพื้นที่ฯ จึงมีดังนี้ อาจผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ เพราะจะเป็นการรุกล้ำป่าสงวนหลายพื้นที่ รวมเนื้อที่กว่า 164,960 ไร่, ขณะนี้ยังมีคดีเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าวที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ รวม 495 คดี การให้เพิกถอนพื้นที่ฯ จึงอาจกระทบต่อรูปคดีได้, เป็นการเอื้อให้นายทุนเข้ามาซื้อขายเปลี่ยนมือเพื่อสร้างโรงแรม รีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ ซึ่งปัจจุบันก็มีคดีที่มีผู้บุกรุกมาสร้างสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้อยู่ด้วย,กระทบต่อการเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ, กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเปิดโอกาสให้ใช้ประโยชน์จากที่ดิน โดยขุด ถม อัด ตัดไม้ และยังลิดรอนพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ภานุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร แสดงความกังวลว่า หากการเพิกถอนฯ สำเร็จ ก็อาจกลายเป็นแนวทางที่ทำให้เกิดการเพิกถอนพื้นที่ป่าอนุรักษ์แห่งอื่น ๆ อีก ในเมื่อพื้นที่อื่นๆ ก็มีราษฎรที่อ้างว่าขาดแคลนที่ดินทำกินเช่นกัน มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงออกมาคัดค้านการเพิกถอนฯ และประชาชนบนโซเชียลมีเดียได้ร่วมเชิญชวนให้คนลงชื่อ ‘ไม่เห็นด้วย’ กับการเพิกถอนฯ ด้วยกังวลว่าหากการเพิกถอนฯ สำเร็จ คนที่ได้ประโยชน์จะไม่ใช่ประชาชน หากแต่เป็นนายทุนหรือกลุ่มทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาสร้างสิ่งปลูกสร้าง เพื่อประโยชน์ทางผลกำไรในพื้นที่อุทยานฯ นี้ และประเทศไทยจะสูญเสียพื้นที่ป่ากว่า 3 แสนไร่นี้ อันเป็นการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุดในรอบ 10 ปี หลังจากนี้จึงต้องติดตามผลการรับฟังความคิดเห็น ที่คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติจะพิจารณาถึงแนวทางดำเนินการต่อต่อไป โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้ กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการเพิกถอนฯ ได้ทางช่องทางของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทางเว็บไซต์ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdOxZiTKKlqQFEBS_NHMbJ0wsBlkV9s8GNTrh9znEVsaGCnyg/viewform?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR1sJF2KLABS1h7X_QFmTUOYau065UBeOQWzLJGrc2kM4JJi9Ta5iToWd3s_aem_BmAqkOtGpIg92DJLA7y2bg&pli=1

อ้างอิงจาก

facebook.com

drive.google.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...