โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JWD ปิดพุ่ง 5% ฉายภาพ Q2 รายได้-กำไรโต ลุ้นรับงานขนส่ง “วัคซีนโควิด”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 10.54 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (17 มิ.ย.64) ราคาหุ้น บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD ปิดตลาดวันนี้ อยู่ที่ระดับ 13.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 4.69% โดยทำจุดสูงสุดที่ 13.60 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 12.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 110.94 ล้านบาท

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JWD เปิดเผยว่า บริษัทยังคงสามารถสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ารายได้และกำไรในไตรมาส 2/2564 จะมีการเติบโตดีกว่าไตรมาส 1/2564

ทั้งนี้ โดยปกติในช่วงไตรมาส 2 จะเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวมากส่งผลให้รายได้และกำไรลดน้อยลง แต่ในปีนี้JWD จะมีการรับรู้รายได้จากการเข้าควบรวมกิจการ (M&A) บริษัท วีเอ็นเอส ทรานสปอร์ต จำกัด (VNS) และเชื่อว่า VNS จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้บริษัทย่อยอย่าง บริษัท เจดับเบิ้ลยูดีทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด  (JTS) สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ ดังนั้น JWD ไม่ได้รับผลกระทบสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่

สำหรับโครงการที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และกำไร เช่น โครงการ Barge Terminal ได้มีการดำเนินงานตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้วและมีจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1/2564 มี 39,143 ตู้ และโครงการรถขนส่งวัคซีนที่ประเทศกัมพูชา ส่วนในประเทศไทย JWD ได้มีการพูดคุยเรื่องการขนส่งวัคซีนในประเทศไทยกับทาง บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด บ้างแล้ว

นอกจากนี้ JWD ยังได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มอีก 10% จากเดิมที่ถือหุ้นอยู่ 50% ในบริษัท EMLOG Logistics & Warehousing Pte Ltd. (ประเทศสิงคโปร์) รวมทั้งการร่วมลงทุน (JV) กับ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ในการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์และอินดัสเทรียล โดยมีแผนจะขยายโครงการเพิ่มเติมอีกหลายโครงการในอนาคต ซึ่งในปี 2564 มีโครงการแล้ว 2 โครงการ มีพื้นที่ประมาณ 62,000 ตารางเมตร

ด้าน นายเอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน JWD เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2564 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากช่วงปลายปีที่แล้ว มีรายได้อยู่ที่ 1,147.1 ล้านบาท ซึ่งมีการเติบโตกว่าไตรมาส 1/2563 ที่ 18.7% โดยสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มโลจิสติกส์ 68.8% จากซัพพลายเชน 22.4% และจากธุรกิจอื่นๆ อีก 8.8% ทั้งนี้ JWD มองว่าการที่ธุรกิจสามารถเติบโตได้นั้นมาจากความหลากหลายในการทำธุรกิจ ประกอบกับการทำงานร่วมกับลูกค้าทั้งแบบ B2B และ B2C

ทั้งนี้ JWD ได้วางเป้าหมายในระยะ 5 ปีข้างหน้า (ปี 2564 - 2568) โดยตั้งเป้ารายได้แตะที่ 10,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่า JWD จะสามารถสร้างอัตรากำไรสุทธิที่ 15% จากปัจจุบันที่มีอยู่ 9% โดยในปี 2564 คาดว่าJWD จะสามารถทำรายได้อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท

ส่วนแผนการดำเนินงานในระยะ 5 ปี JWD วางแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และจะมีการดำเนินการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศกัมพูชาที่มีการเติบโตของตลาดโลจิสติกส์ค่อนข้างดี  ทาง JWD จึงย้ายพนักงานไปอยู่ที่กัมพูชาเพื่อรองรับตลาดที่มีการเติบโตค่อนข้างมาก แต่ในปี 2564 จะมีการดำเนินงานที่ค่อนข้างล่าช้าเนื่องจากกัมพูชาประสบปัญหาเรื่องการระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง ส่วนประเทศเวียดนามJWD วางแผนจะเพิ่มสัดส่วนในการเข้าถือหุ้นเพิ่มจากเดิมมีสัดส่วน 25% เนื่องจากมีการเติบโตที่ดีต่อเนื่องจากปีที่แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...