โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

รวมเกมแนว Sandbox น่าสนใจที่คุณควรหามาเล่น

BT Beartai

อัพเดต 04 ก.ค. 2564 เวลา 11.55 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2564 เวลา 07.32 น.
รวมเกมแนว Sandbox น่าสนใจที่คุณควรหามาเล่น

สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่วงการเกมอาจจะไม่ทราบว่าในวงการเกมนั้นจะมีการจำแนกแนวเกมออกไปเป็นแนวต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกมแนว RPG, Action, Horror, Puzzle, Fighting ที่เป็นแนวหลักแล้วยังสามารถแยกย่อยลงไปได้อีกเช่น ‘Action RPG’ หรือ ‘Survival Horror’ และหนึ่งในการแตกแขนงออกมาจากแนวหลักที่ได้กล่าวมานั้น ยังมีแนวเกมอีกแบบที่สามารถรวมเกมหลายแนว ที่ถ้าเกมนั้นให้อิสระคนเล่นจะทำอะไรไม่ทำอะไรก็ได้ตามใจเรา เกมประเภทนี้จะถูกเรียกว่าเกมแนว ‘Sandbox’

Sandbox หมายถึงกระบะทรายตามสนามเด็ก ที่เราจะเห็นเด็ก ๆ ไปก่อปราสาททรายไปจนถึงเอาทรายตรงนั้นมาเล่นในรูปแบบต่าง ๆ นั่นคือความหมายของแนวเกม ‘Sandbox’ ที่ไม่ได้จำกัดแค่เกมเล็ก ๆ ที่แต่อาจจะหมายถึงเกมเกรด AAA ที่วางขายด้วย เรามาดูกันดีกว่าว่าเกมแนว ‘Sandbox’ คืออะไรและมีเกมอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้นมาดูกันเลย

มีเกมอะไรบ้าง!

  • เกมแนว Sandbox คืออะไร
  • Dragon Quest Builders 2
  • Grand Theft Auto V
  • Garry’s Mod
  • Just Die Already
  • Cyberpunk 2077
  • The Sims
  • Don’t Starve
  • Red Dead Redemption 2
  • No Man’s Sky
  • Animal Crossing
  • Minecraft

เกมแนว Sandbox คืออะไร

Sandbox

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาเกมเรามาทำความรู้จักเกมแนว ‘Sandbox’ กันก่อนว่ามันคืออะไร โดยเริ่มจากชื่อของแนวเกมที่เรียกว่า ‘Sandbox’ มีความหมายที่ตรงตัวเลยก็คือกระบะทรายในสนามเด็กเล่น(รูปประกอบด้านบน) ซึ่งมันสามารถตีความหมายแบบกว้าง ๆ ได้ถึงความอิสระที่ผู้เล่นทรายตรงนั้น ว่าจะทำอะไรก็ได้ตามแต่ที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างปราสาททรายไปจนถึงการเอาทรายมาเป็นอาหารในการเล่นพ่อแม่ลูก หรือเอามาปาเล่นใส่หน้ากันก็ถือว่าเป็นการเล่น ที่ผู้ใช้กระบะทรายสามารถเอามาเล่นได้ ส่วนความหมายในเกมก็จะหมายถึงเกมที่ให้อิสระกับผู้เล่นที่จะทำอะไรก่อนหลังหรือจะไม่ทำอะไรที่เกมให้มาเลยก็ได้ โดยที่ตัวเกมจะไม่มาบังคับผู้เล่นว่าห้ามทำหรือไม่ควรทำ แต่เกมสามารถให้เรามีอิสระในการเล่นจนกว่าเราจะพอใจแล้วค่อยไปเนื้อเรื่องหลัก หรือจะไม่เล่นเนื้อเรื่องหลักเลยแต่เล่นในแบบของเราก็ทำได้ หรือเกมที่เล่นจบแล้วก็ยังสามารถเล่นต่อไปได้เรื่อย ๆ ไม่มีอะไรมาบังคับ ซึ่งเกมแนว ‘Sandbox’ สามารถเป็นเกมแนวไหนแบบใดก็ได้ไม่จำกัด สรุปง่าย ๆ ถ้าคุณไม่สนใจเนื้อเรื่องแต่อยากอยู่ในโลกของเกม และทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการและเกมก็ให้อิสระคุณให้ได้ทำสิ่งนั้น นั่นก็คือเกมแนว ‘Sandbox’ นั่นเอง

Dragon Quest Builders 2

Dragon Quest Builders 2

Dragon Quest Builders 2

เริ่มต้นเกมแรกกับเกมที่ถือว่าเป็นแนว ‘Sandbox’ กับความอิสระที่เราสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ในโลกของเกม ‘Dragon Quest Builders 2’ ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปหาวัตถุดิบมาก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่บ้านห้องน้ำห้องอาหารอาวุธไปจนถึงการปลูกผักทำอาหารเลี้ยงคนในหมู่บ้าน โดยเกมนี้จะบอกเล่าเรื่องราวหลังจากเกม ‘Dragon Quest 2’ ภาคหลักจบไปแล้ว ผู้กล้าสามารถเอาชนะจอมมารได้แต่ก็มีปีศาจที่เหลือรอดหนีออกมา  โดยเราจะเป็นลูกหลานของ ‘Builders’ (นักสร้าง) จากภาคแรกที่อยู่กับปีศาจจนเรือแตกมาติดเกาะ เราจึงช่วยกันพัฒนาเกาะของตนเองและไปช่วยเกาะอื่น ๆ ที่เดือดร้อน ตัวเกมจะมาแบบเนื้อเรื่องที่เราต้องไปช่วยเกาะต่าง ๆ และสร้างสิ่งที่ชาวเมืองต้องการ ตัวเกมจะให้อิสระเราที่จะทำอะไรก็ได้จะตามเนื้อเรื่องหรือไม่สนเนื้อเรื่องแล้วพัฒนาแต่เกาะของเราอย่างเดียวก็ได้  แต่ถ้าเล่นตามเนื้อเรื่องเราจะได้การพัฒนาสิ่งของมากขึ้น รวมทั้งคนที่มาขออยู่บนเกาะเราตามเนื้อเรื่อง เราจึงแนะนำให้เล่นเนื้อเรื่องหลักให้จบ หลังจากนั้นเราก็จะมีอิสระสามารถทำได้ทุกอย่าง ไปไหนทำอะไรสร้างตรงไหนเกาะใดก็ได้ บางคนสร้างสามารถสร้างเมืองขนาดใหญ่ได้เลย แถมชาวบ้านที่มาอยู่ก็จะไปใช้ชีวิตจากสิ่งที่เราสร้าง อย่างสร้างร้านอาหารก็จะมีคนไปนั่งกินอาหาร สร้างโรงแรมก็จะมีคนไปพัก เมืองของเราจึงมีชีวิตมากกว่าเกม ‘Minecraft’ ที่เน้นสร้างเมืองแต่ไม่มีคน แถมเรายังไปเที่ยวชมเมืองคนอื่นได้ด้วย ตัวเกมเล่นสนุกเนื้อเรื่องก็ดีใครที่ไม่ใช่แฟน ‘Dragon Quest’ ก็เล่นได้ เนื้อเรื่องถึงจะบอกว่าต่อจากภาคหลักกับภาคก่อนแต่ก็ไม่มีผลอะไรกับเนื้อหาเล่นได้เลยไม่มีงง เล่นแล้วจะติดใจบอกเลย

Dragon Quest Builders 2

Grand Theft Auto V

Grand Theft Auto V

เชื่อว่าหลายคนที่ได้เห็นชื่อเกม ‘Grand Theft Auto V’ หรือ ‘GTA 5’ คงต้องสงสัยแน่ ๆ ว่าเกมนี้จะถูกจัดเป็นแนว ‘Sandbox’ ด้วยหรอ ซึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นหรือรู้จักแค่ว่าเกมนี้คือเกมขโมยรถยิงคนปล้นธนาคาร ซึ่งเอาจริง ๆ ตัวเกมหลักก็มีเท่านี้จริง ๆ แต่ถ้าใครที่เคยเล่นเกมซีรีส์นี้มาแล้วจะทราบดีว่าตัวเกมนั้นให้อิสระกับเรามากมาย โดยเฉพาะภาคล่าสุดอย่าง ‘GTA 5’ ที่เพิ่มความอิสระให้เรามากขึ้นกว่าทุกภาคที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นชมเมืองดูผู้คนที่มีชีวิตชีวาไม่ใช่แค่ AI ที่เดินวนไปมาแบบเกมอื่น หรือจะขับรถเล่นไล่ยิงคนไปจนถึงการปล้นร้านสะดวกซื้อ ล่าท้าผีตามรอยมนุษย์ต่างดาวหรือจะไปไล่อัดคนเล่นตามท้องถนนก็สามารถทำได้ โดยที่เราไม่ต้องสนใจทำภารกิจที่เกมให้เลย แถมยังสามารถเปลี่ยนตัวละครไปมาระหว่างเล่นได้ถึงสี่คน(รวมตัวละครออนไลน์ด้วย) และถ้าคุณเข้าสู่โหมดออนไลน์ตัวเกมก็จะให้อิสระกับคุณมากกว่าเกมหลัก เพราะโหมดการเล่นนี้จะให้อิสระคุณไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านซื้อรถตั้งแต่จักรยานไปจนถึงรถหุ้มเกราะ หรือถ้าอยากจะเป็นเจ้าของกิจการผับบาร์หรือเป็นนายทุนพ่อค้ายารายใหญ่ก็สามารถเป็นได้ แถมคุณไม่จำเป็นต้องเล่นจบเกมแค่ผ่านเนื้อเรื่องเปิดตัวมาก็เข้าสู่โหมดออนไลน์ได้เลย หรือถ้าคุณไม่อยากทำทุกอย่างที่กล่าวมา เกมก็มีโหมดแข่งรถ โหมด Battle Royale ให้ไล่ยิงกันอีกด้วย ตัวเกมมีอะไรทำมากมายจนคุณคิดไม่ถึงเลยทีเดียว

Grand Theft Auto V

Garry’s Mod

Garry's Mod

บทความนี้จะขาดความสมบูรณ์ไปในทันทีถ้าขาดเกม ‘Sandbox’ ของแท้ ที่เรียกว่าเป็นต้นแบบของเกมแนวนี้ได้เลย กับเกมที่ชื่อว่า ‘Garry’s Mod’ เกมที่ให้อิสระกับเราในการทำทุกอย่าง ที่ทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้เท่าที่เราคิดออกให้เกิดขึ้นจริงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์  โดยตัวเกมนั้นจะมีวัตถุดิบตัวละครสิ่งของระบบการเคลื่อนไหวการอ้างอิงแสงเงาการตกกระทบของสิ่งของไปจนถึงฉากต่าง ๆ มาให้เรา เพื่อสร้างเกมภาพยนตร์ไปจนถึงการปรับแต่งทำอะไรในนี้ก็ได้ จนเราไม่รู้จะบอกว่าคุณสามารถทำอะไรไม่ได้ เพราะเกมนี้เราสามารถทำได้หมดทุกอย่างตามที่คุณต้องการ เมื่อทำออกมาแล้วก็สามารถเอาสิ่งที่ทำไปให้คนอื่นดูหรือเล่นได้ด้วย เรียกว่าเกมนี้ตรงกับความหมายกับคำว่า ‘Sandbox’ ที่สุด ใครสนใจก็ลองไปหามาเล่นดู ตัวเกมมีทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงินให้คุณได้ทำสิ่งที่ต้องการ

Garry's Mod

Just Die Already

Just Die Already

ถ้าพูดชื่อเกม ‘Just Die Already’ เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จัก แต่ถ้าจะบอกว่าเกมนี้มาจากทีมพัฒนาเดียวกับที่สร้างเกมแพะบ้าอย่าง ‘Goat Simulator’ แถมตัวเกมยังมีรูปแบบที่คล้ายกัน แต่เปลี่ยนจากแพะบ้าหน้าตากวน ๆ มาเป็นตายายที่หลุดมาจากสถานรับเลี้ยงคนชรา เพื่อมาสร้างความวุ่นวายให้กับผู้คนแบบเดียวกับที่แพะบ้าทำ แต่เกม ‘Just Die Already’ จะมีกราฟิกที่สวยกว่าแถมฉากยังมีมิติผู้คนเดินไปมาไม่ได้ยืนเฉย ๆ แบบในเกม ‘Goat Simulator’ และเห็นว่าเป็นเกมแนว ‘Sandbox’ ที่ให้อิสระขนาดนี้ตัวเกมก็มีภารกิจให้เราทำเพื่อได้ของในการแกล้งคนที่มากขึ้น หรือถ้าคุณไม่สนใจภารกิจจะเล่นแค่แกล้งคนอื่นหรือเดินชมเมืองก็สามารถทำได้ แถมยังมีโหมดออนไลน์ให้เล่นพร้อมกับเพื่อน ๆ อีกสี่คนมาช่วยกันป่วนเมือง ตัวเกมวางจำหน่ายบนเครื่อง ‘PlayStation 4’, ‘Xbox One’, ‘Nintendo Switch’ และ ‘PC’ ใครเบื่อเกมแพะบ้าก็มาเล่นเป็นคุณตาคุณยายเกมนี้ได้เลย

Just Die Already

Cyberpunk 2077

Cyberpunk 2077

มาต่อที่เกมแนวโลกอนาคตมุมมองบุคคลที่ 1 ที่แฟน ๆ ทั่วโลกที่ต่างคาดหวังในช่วงที่เกมจะวางจำหน่าย จนเมื่อเกมออกมาทุกคนต่างพากันผิดหวังกับสิ่งที่เกมนี้ทำกับผู้เล่น แถมเมื่อเกมออกมาแล้วแฟน ๆ ต่างก็ถกเถียงกันว่าเกม ‘Cyberpunk 2077’ จะจัดอยู่ในเกม ‘Sandbox’ ได้ไหม เพราะด้วยความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเกม ที่ทำให้หลายคนรู้สึกหงุดหงิดเวลาเล่น รวมถึงความไม่อิสระในการเลือกกระทำหลาย ๆ อย่างจึงทำให้หลายคนไม่นับเกม ‘Cyberpunk 2077’ เป็นเกมแนว ‘Sandbox’ แต่ฝ่ายค้านก็บอกว่าถ้าตัวเกมถูกสร้างมาอย่างสมบูรณ์ตามที่ค่ายเกมบอกมาทุกอย่าง เราก็จะมีอิสระในการทำสิ่งต่าง ๆ ได้  ไม่ว่าจะเป็นการเดิมชมเมืองแกล้งผู้คนหรือเลือกไปทำอะไรหลาย ๆ อย่างโดยที่ไม่ต้องสนใจเนื้อเรื่องก็สามารถทำได้ แต่ในตอนนี้สิ่งที่ผู้พัฒนาบอกยังทำได้ไม่ถึงครึ่ง แต่ถ้าถามว่าเกมนี้มีอิสระแบบ ‘GTA’   ไหมก็ต้องบอกว่าใช่ และเราก็สามารถไปไหนทำอะไรก็ได้เหมือนกัน แม้จะยังไม่ค่อยมีอะไรให้ทำก็ตาม ดังนั้นเราจึงขอนับเกมนี้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของเกม ‘Sandbox’ แม้เกมตอนนี้จะไม่สมบูรณ์ก็ตาม ส่วนใครที่ยังไม่เคยเล่นแนะนำให้รอไปก่อนให้เกมสมบูรณ์กว่านี้แล้วค่อยไปหาซื้อมาเล่นตอนลดราคา

Cyberpunk 2077

The Sims

The Sims

ถ้าพูดถึงเกมแนว ‘Sandbox’ เกมแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงต้องเป็นซีรีส์ ‘The Sims’ อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเกมในซีรีส์นี้คือหนึ่งในเกมแนว ‘Sandbox’ ของแท้ที่ให้อิสระกับผู้เล่นแบบไม่มีอะไรมาบังคับให้เราว่าต้องทำอะไรยังไง เราแค่เล่นในแบบที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเพศอายุ ที่ในภาคล่าสุดเราสามารถเป็นตัวเราได้มากขึ้นถ้าคุณเป็นเพศที่สาม  สำหรับคนที่ไม่รู้จักเกมในซีรีส์ ‘The Sims’ จะให้เรารับบทเป็นตัวคุณที่ไปอยู่ในเกม เพื่อใช้ชีวิตในแบบต่าง ๆ ที่คุณอยากเป็น ไม่ว่าจะทำงานเรียนคบเพื่อนมีแฟนแต่งงานมีลูกไปจนถึงเรื่องราวแฟนตาซีก็มีให้เราได้เลือกไปอยู่ ตัวเกมให้อิสระผู้เล่นแบบไม่มีบังคับ ใครที่เบื่อชีวิตจริงแล้วอยากไปผ่อนคลายกับอะไรที่สนุก ๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก เกมซีรีส์ ‘The Sims’ คือเกมที่เราอยากแนะนำ

The Sims

Don’t Starve

Don’t Starve

ต้องบอกเลยว่าเกมแนว ‘Sandbox’ นั้นสามารถไปอยู่ได้ทุกแนวเกมในตลาด เพราะขนาดเกมแนว ‘Survival’ อย่าง ‘Don’t Starve’ ก็ถูกรวมมาอยู่ในเกมแนวนี้ด้วย สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นตัวเกมจะให้เรารับบทเป็น วิลสัน (Wilson) นักวิทยาศาสตร์อิสระที่หลงมาอยู่ต่างมิติซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด ตัวของวิลสันต้องพยายามมีชีวิตรอดในโลกนี้ด้วยการหาอาหารที่พักอาวุธรวมถึงการสร้างสิ่งต่าง ๆ เพื่อใช้ในการดิ้นรนเอาชีวิตรอด ตัวเกมจะมาในรูปแบบ ‘Open World’ แบบสุ่มที่เราแทบไม่รู้เลยว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ที่เราเคยไปแล้วมาวันนี้มันก็จะเปลี่ยนไป จึงทำให้เราต้องคิดว่าต้องทำอะไรตรงไหนอย่างไร เป้าหมายของเกมนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากการมีชีวิตให้นานที่สุด เราจึงสามารถเล่นเกมนี้ได้เรื่อย ๆ จะทำอะไรไม่ทำอะไรก็ได้ทุกอย่างตัวเราเป็นผู้กำหนด แต่ตัวเกมก็จะบังคับอ้อม ๆ ให้ทำหลาย ๆ อย่างเช่นอาหารที่บูดเน่าได้ บ้านที่พังอาวุธที่เสื่อมสภาพหรือหลาย ๆ อย่างที่ผลักดันเราให้ต้องออกไปข้างนอก ตัวเกมเล่นได้เรื่อย ๆ แต่สนุกทุกวินาทีในการเอาชีวิต ใครอยากหาเกมตื่นเต้นทุกย่างก้าวที่ออกจากบ้านต้องเกมนี้เลย

Don’t Starve

Red Dead Redemption 2

Red Dead Redemption 2

ถ้าเกม ‘Grand Theft Auto V’ คือเกมแนว ‘Sandbox’ เกม ‘Red Dead Redemption 2’ ก็ต้องอยู่ในแนวเกมนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเกมนี้ก็มีทุกอย่างเหมือนกับ ‘GTA 5’ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความอิสระที่เราจะทำอะไรไม่ทำอะไรก็ได้ รวมถึงโหมดการเล่นออนไลน์ที่ให้อิสระและตัวเลือกมากมายให้เราได้เล่น จะต่างกันเพียงแค่เกมนี้จะอยู่ในยุคคาวบอยที่ไม่ค่อยมีบ้านคนหรือเมือง แต่จะเน้นป่าและทุ่งหญ้าภูเขาเป็นส่วนมาก แต่เกมก็ทดแทนด้วยโหมดการเล่นมากมายที่ต่างกับ ‘GTA 5’ ไม่ว่าจะเป็นการพนันในแบบคาวบอย การเล่นโยนเกือกม้าการเอามีดจิ้มระหว่างนิ้ว หรือจะเป็นการล่าสัตว์เอาหนังไปขายตกปลารวมถึงการเป็นนักล่าค่าหัว ที่เราจะทำทั้งหมดนี้โดยไม่เล่นเนื้อเรื่องหลักก็ทำได้ ใครที่เบื่อเกมซีรีส์ ‘GTA’ มาเล่นเกมนี้แทนได้ หรือถ้าคุณไม่อยากซื้อเกมหลักจะซื้อเฉพาะโหมดออนไลน์อย่างเดียวก็ได้ ตัวเกมมีกราฟิกที่สวยงามนับเป็นเกม ‘Sandbox’ ที่เราอยากแนะนำให้คุณหามาเล่นกัน

Red Dead Redemption 2

No Man’s Sky

No Man's Sky

ครั้งแรกที่เกม ‘No Man’s Sky’ วางจำหน่าย หลายคนต่างก็คาดหวังความสนุกกับการเดินทางไปยังดวงดาวต่าง ๆ ในอวกาศที่มีเป็นพัน ๆ ดวงในเกม แต่เมื่อเกมออกมาตัวเกมกลับทำไม่ได้เหมือนที่เคยพูดเอาไว้ จนถูกแฟน ๆ ทั่วโลกรุมด่าวันเวลาผ่านไปทางค่ายเกมก็ไม่ยอมแพ้ได้พัฒนาตัวเกมมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้ตัวเกม ‘No Man’s Sky’ สามารถทำได้ตามที่บอกเอาไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบออนไลน์ที่เราจะได้เจอผู้เล่นคนอื่นที่บังเอิญมาเจอกันบนดาวแล้วร่วมเดินทางไปด้วยกันได้ ตัวเกมจะเน้นที่ความอิสระในการสำรวจไปตามดาวต่าง ๆ ซึ่งมีสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่ใช้ภาษาและมีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองที่เราต้องไปศึกษาเรียนรู้ ตัวเกมจะให้อิสระเราได้ในไปดาวดวงไหนทำอะไรก็ได้ หรือจะไม่ไปดาวดวงไหนแต่เลือกจะสำรวจดาวดวงเดียวเพื่อสร้างฐานอยู่ที่ดาวนี้เลยก็ทำได้ นับเป็นเกมแนว ‘Sandbox’ ที่เล่นได้แบบไม่มีวันจบจนกว่าคุณจะเบื่อไปเอง เพราะในเกมนี้มีดวงดาวให้เราไปสำรวจนับล้านดวง(ทีมพัฒนาโม้มาแบบนั้น) ใครที่อยากหาเกมเล่นได้ยาว ๆ แบบยาวจริง ๆ ต้องเกมนี้เลย

No Man's Sky

Animal Crossing

Animal Crossing

หรือถ้าคุณเป็นสายสบาย ๆ ไม่รีบร้อนไม่ต้องดินรนเอาชีวิตรอดหรือเดินทางไปไหนไกล ๆ เราก็มีเกมแนว ‘Sandbox’ ที่น่าสนใจอย่าง ‘Animal Crossing’ มานำเสนอ โดยเกมนี้จะให้เรารับบทเป็นตัวเราเองที่จะต้องไปอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งแต่ละภาคจะให้เราไปอยู่ในสถานที่ซึ่งต่างกันไป อย่างภาคล่าสุดอย่าง ‘Animal Crossing New Horizons’ ก็จะให้เราไปอยู่บนเกาะที่สามารถทำอะไรก็ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งบ้านทำสวนเดินเล่นตกปลาจับแมลงหรือพัฒนาเกาะตามแต่ที่เราต้องการ ตัวเกมมีภารกิจให้เราได้ทำแต่เราจะทำตอนไหนหรือไม่ทำก็ได้ตามแต่ที่เราต้องการ ตัวเกมมีโหมดออนไลน์ให้เล่นกับเพื่อน ๆ ที่จะเชิญพวกเขามาที่เกาะของเราหรือเราไปเที่ยวเกาะคนอื่นก็ได้ ส่วนใครที่ไม่มีเครื่อง ‘Nintendo Switch’ ก็มีภาคมือถืออย่าง ‘Animal Crossing Pocket Camp’ ให้โหลดไปเล่น ตัวเกมจำลองมาจากภาคหลักครบชุด อาจจะขาดบางระบบที่มีในภาคใหม่ไปบ้างแต่เล่นแล้วสนุกถูกใจแน่นอน

Animal Crossing

Minecraft

Minecraft

ปิดท้ายกับเกมแนว ‘Sandbox’ ตัวพ่อของวงการเกม ที่ถ้าไม่เอาเกม ‘Minecraft’ มาพูดถึงบทความคงขาดความสมบูรณ์ไปในทันที เพราะเกมนี้คือหัวใจหลักของเกมแนว ‘Sandbox’ ที่ให้อิสระกับผู้เล่นที่จะทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ คล้ายกับเกม ‘Dragon Quest Builders’ ที่เราได้อธิบายไป ที่เกมนั้นก็เอาระบบของเกม ‘Minecraft’ มาใช้  ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ทราบตัวเกม ‘Minecraft’ จะมีโหมดต่าง ๆ ให้เลือกเล่นมากมาย ทั้งแบบเล่นตามเนื้อเรื่องโหมดเอาชีวิตรอด ไปจนถึงโหมดที่ให้อิสระเราในการสร้างสิ่งต่าง ๆ หรือจะเดินไปเรื่อย ๆ ในโลกของ ‘Minecraft’ ได้แบบไม่รู้จบก็ทำได้ จนหลายคนพยายามจะหาจุดสิ้นสุดของเกมนี้ที่ก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ใครที่ชอบความเรียบง่ายแต่ใส่ความคิดจินตนาการที่สมกับเป็นเกม ‘Sandbox’ ก็ไม่ควรพลาด ตัวเกมมีแทบทุกเครื่องในตลาดแถมเล่นได้ทั้งเด็กเล็กจนไปถึงผู้ใหญ่ และคุณจะรู้ว่าเกมง่าย ๆ เกมนี้สนุกขนาดไหน

Minecraft

ก็จบกันไปแล้วกับเกมแนว ‘Sandbox’ แบบต่าง ๆ ที่เราเอามานำเสนอหวังว่าจะถูกใจกัน  เพราะจุดเด่นของเกมแนวนี้คือความให้อิสระกับผู้เล่น ที่สามารถทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องสนใจเนื้อเรื่องหลักว่าจะเป็นอย่างไร หรือถ้าคุณแค่อยากไปเดินเล่นใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ ไม่ต้องสนใจเนื้อหาของเกมก็ทำได้ เหมือนกระบะทรายในสนามเด็กเล่นที่เราได้บอกไป และถ้าบทความนี้ขาดเกมแนว ‘Sandbox’ เกมไหนไปก็ขออภัยมาด้วย ส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรในวงการเกมก็ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...