โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ออกจากงานมาแล้ว ต้องยื่นภาษียังไง ?

ทันข่าว Today

อัพเดต 13 ส.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว Channel

Highlight

  • ออกจากงานแล้ว จะยื่นภาษีอย่างไร?… จะใช้อะไรบ้าง?

  • วิธีเสียภาษีสำหรับเงินก้อนที่ได้รับเมื่อออกจากงาน

ผู้ที่ถูกเลิกจ้าง หรือหมดสัญญาจ้าง ออกจากงานไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม เราก็ยังต้องมีภาระภาษีที่ต้องบริหารจัดการกันอยู่

คำถามที่มักตามมาหลังจากเคลียร์เรื่องราวต่างๆ รอบตัว ก็คือ พอออกจากงานแล้ว จะยื่นภาษีอย่างไร?… จะใช้อะไรบ้าง?

เงินได้สำหรับยื่นภาษีที่ควรต้องเช็กดู

มนุษย์เงินเดือนที่ออกจากงานมา สิ้นสุดปีที่ลาออกมานั้นก็จะมีเงินได้สำหรับยื่นภาษี ดังนี้

  • เงินเดือนที่ได้ก่อนลาออกจากงาน ที่เราจะต้องได้หนังสือรับรองการหักภาษีหรือที่เรามักจะได้ยินเรียกกันแบบย่อๆ ว่า ทวิ 50

  • เงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่เราจะต้องได้รายงานการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาด้วย

  • เงินชดเชย เป็นเงินที่จะได้รับเมื่อออกจากงานตามกฎหมายแรงงานเนื่องจากถูกเลิกจ้าง (อัตราค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานจะคิดตามอายุงานที่ทำงานกับนายจ้างรายนี้และใช้อัตราเงินเดือนล่าสุดสำหรับการคำนวณค่าชดเชย) ซึ่งมีเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการคำนวณภาษี ก็คือ

  • ค่าชดเชยเพราะถูกเลิกจ้าง ค่าชดเชยที่ได้รับ 300,000 บาทแรกจะได้รับการยกเว้นภาษี เช่น หากได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างมา 450,000 บาท ค่าชดเชย 300,000 บาทแรกจะได้รับการยกเว้นภาษี ส่วน 150,000 บาทที่เหลือจะต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

  • ค่าชดเชยเพราะเกษียณอายุหรือหมดสัญญาจ้าง ค่าชดเชยดังกล่าวจะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีทั้งก้อน ไม่ได้รับยกเว้น 300,000 บาทแรกเหมือนกกรณีที่ถูกเลิกจ้างหรือไล่ออก

ทีนี้เรามาดูเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกันดีกว่า โดยเฉพาะใครทำงานในบริษัทมานาน เงินก้อนนี้เพิ่มพูน … แล้งเราว่าจะทำยังไงกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกันได้บ้าง?

  • ลาออกจากบริษัทเดิม ไปที่บริษัทใหม่ เราสามารถโอนย้ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากที่เดิมไปที่ใหม่ได้เลย กรณีนี้เราไม่ต้องเสียภาษี หรือค่าใช้จ่ายใดๆ!!

  • ลาออกจากบริษัทมาทำงานส่วนตัวหรือจะอยู่บ้านเฉยๆ เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เรามีอยู่นั้น ยังสามารถฝากไว้ในกองทุนได้ ซึ่งจะเรียกว่า การคงเงินไว้ในกองทุน แบบนี้เราจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อย และมีเงื่อนไขสามารถฝากได้ไม่เกิน 2 ปี หลังจากนั้นต้องนำเงินออกจากกองทุน บางคนที่เลือกแบบนี้เพราะมองว่าปีต่อไปตัวเองไม่มีรายได้แล้ว จำนวนเงินที่จะนำมาคำนวณภาษีก็น้อยลง ภาษีที่ต้องเสียจึงลดลงตามไปด้วย

  • สำหรับคนที่ลาออกจากงาน และนำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกมาด้วย จะต้องนำเงิน 3 ส่วนที่ได้จากกองทุนมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในสิ้นปีที่ลาออกด้วย คือ เงินผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการนำเงินสะสมไปลงทุน และอีกส่วนคือ เงินสมทบจากนายจ้างและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการนำเงินสมทบจากนายจ้างไปลงทุน

สิ่งสำคัญ‼️ คือการเก็บรักษาเอกสารต่างๆ ที่ได้จากฝ่ายทรัพยากรบุคคลให้ดี เพราะบางครั้งเมื่อออกจากงานมานานอาจจะตกหล่น หรือลืมไปบ้างว่าเก็บเอกสารไว้ที่ไหน

วิธีเสียภาษีสำหรับเงินก้อนที่ได้รับเมื่อออกจากงาน

ถ้ามีอายุงานครบ 5 ปี เรามีสิทธิที่จะเลือกนำเงินก้อนนี้ไปรวมหรือไม่รวมกับรายได้อื่นๆ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปีได้

โดยหากเราเลือกที่จะแยกยื่น เราจำเป็นต้องยื่นโดยใช้ ‘ใบแนบ ภ.ง.ด. 90, 91 กรณีคำนวณเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานเฉพาะที่เลือกเสียภาษีโดยไม่นำไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่นๆ’ ซึ่งโดยทั่วไปหากสามารถแยกยื่นภาษีได้โดยไม่ต้องมารวมกับรายได้อื่นๆ จะทำให้ภาระภาษีต่ำลง ‼️ ดังนั้นเราควรเลือกใช้สิทธิแยกยื่นด้วยใบแนบ

อย่างไรก็ตามหากเราทำงานกับนายจ้างนี้ไม่ถึง 5 ปี  และมีอายุสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่ถึง 5 ปีเราจะไม่ได้รับสิทธิยื่นเสียภาษีเงินก้อนนี้ด้วยใบแนบ  แต่ต้องนำเงินก้อนทั้งหมดที่ได้รับไปรวมกับรายได้อื่นๆ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา …

เพราะภาระในชีวิตอีกมากมาย การวางแผนภาษีให้รอบด้านเป็นเรื่องสำคัญ

เพื่อรักษาเงินก้อนสุดท้ายให้ได้มากที่สุดด้วยเช่นกัน

Credit ข้อมูล :

https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/salary-man/severance-payment.html
https://www.itax.in.th/media/ภาษีเมื่อออกจากงาน/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...