จับทาง ยูนิตลิงค์ รู้ก่อนซื้อประกัน …ลดความเสี่ยง
เทรนด์การเติบโตของ ยูนิตลิงค์ หรือ “แบบประกันชีวิตควบการลงทุน” มาแรงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ด้านการเติบโตของเบี้ยประกันของ ยูนิตลิงค์ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจภัย (คปภ.) ในช่วงปี 2559 – 2561 เบี้ยปีแรกของกลุ่มผลิตภัณฑ์ยูนิตลิงค์ เพิ่มขึ้นปีละกว่า 40%
แต่ขณะเดียวกันคนที่ซื้อยูนิต ลิงค์ ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความซับซ้อนของ”ประกันชีวิตควบการลงทุน” บางรายถึงขั้นยอมรับความเสียหายไม่ได้ และมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานกำกับ “คปภ.” ซึ่งปีนี้ก็มีผู้ร้องเรียนเข้ามาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยล่าสุดมีผู้ร้องเรียนจำนวน 25 เคส เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว
คำบอกเล่าจากนายชัยยุทธ มังศรี ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ คปภ. ว่า ส่วนใหญ่ร้องเรียนเข้ามา เพราะรับไม่ได้กับปัญหาขาดทุนจากการลงทุนของยูนิต ลิงค์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ตัวผู้ซื้อยูนิตลิงค์ยังขาดความรู้ความเข้าใจในส่วนของการลงทุน
แต่ที่สำคัญกว่า อยู่ที่ตัวคนขาย “ตัวแทนประกัน”ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้แนะนำการลงทุน (IC) ได้ความสามารถในการแนะนำและสร้างความรู้ความเข้าใจรวมถึงการให้ข้อมูลให้แก่ลูกค้า มากเพียงพอหรือไม่ รวมทั้งมีการให้ทำแบบประเมินวัดความเสี่ยงจากการลงทุนหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ “ยูนิตลิงค์”
“แต่ในช่วงปีนี้ ตลาดหุ้นไทยก็มีความผันผวนสูงและเป็นขาลงด้วย คนถือยูนิตลิงค์ เวลาขายหน่วยลงทุนของกองทุน ก็จะขาดทุนกัน ซึ่งคนที่รับไม่ได้กับผลขาดทุน เพราะคิดว่าเข้ามาลงทุนจะมีแต่กำไร บางคนลงทุนยูนิตลิงค์ แล้วไม่ได้ตามดูผลด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้ร้องเรียนเข้ามา ทางคปภ. ก็ให้ฝั่งบริษัททำการชี้แจงแก่ลูกค้า และควรสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนให้มากยิ่งขึ้น เพราะยูนิตลิงค์จะความซับซ้อนกว่าแบบประกันทั่วไป “
ข้อสำคัญประกันควบลงทุน
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อ “ยูนิต ลิงค์” เพราะอยากได้ผลตอบแทนสูงๆ คุณจะต้องมีความรู้ความเข้าใจตัวกรมธรรม์ 7 ข้อสำคัญ
1. เป็นประกันชีวิตซึ่งไม่ใช่การซื้อประกันแถมกองทุนหรือซื้อกองทุนแถมประกันแต่อย่างใด
2. ยูนิตลิงค์ มี 2 แบบ คือ แบบชำระเบี้ยประกันครั้งเดียว (Single Premium) และแบบชำระเบี้ยประกันต่อเนื่องเป็นรายงวด และสามารถหยุดพักชำระเบี้ยฯได้ชั่วคราว
3.เมื่อชำระเบี้ย“UNIT-LINKED” เงินก้อนนี้ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้
-ส่วนแรกเป็นกรมธรรม์คุ้มครองชีวิต ซึ่งจะถูกหักมาเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆของกรมธรรม์ก่อนเลย ประกอบด้วย ประกอบด้วย ค่าดำเนินการประกันภัย จะจ่ายปีละครั้ง ส่วนที่จ่ายเป็นรายเดือน ได้แก่ ค่าการประกันภัย (COI) ที่จะเพิ่มมากขึ้นตามอายุ ค่าบริหารกรมธรรม์ และค่าธรรมเนียมรักษากรมธรรม์ ซึ่งเงินจะสะสมตามระยะเวลาของกรมธรรม์นั้นๆ ถือเป็นส่วนที่ให้ความคุ้มครองตามสัญญากรมธรรม์นั้นๆจนถึงอายุ 99 ปี
-ส่วนที่สอง เป็นส่วนของเงินลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่า ทั้งนี้ เงินในส่วนของเงินลงทุนจะถูกหักไปชำระค่าใช้จ่ายของกรมธรรม์ทุกเดือน ดังนั้น เท่ากับว่า จะต้องมีการขายหน่วยลงทุน ทุกเดือน เพื่อนำเงินไปชำระส่วนกรมธรรม์ข้างต้น ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นขาขึ้น โอกาสในการขายได้กำไรจะมีมากขึ้น แต่ในจังหวะที่ตลาดหุ้นขาลง และต้องขายก็มีโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน
4.ค่าการประกันภัย (COI) เพิ่มขึ้นตามอายุของผู้เอาประกันภัย หรือผู้ถือยูนิต ลิงค์ ซึ่งอัตราค่า COI ขึ้นกับเพศ อายุและจำนวนเงินเอาประกัน (จำนวนเท่าของเบี้ย) โดยจะเป็นไปตามแต่ละบริษัทประกันชีวิตกำหนด
5 ผู้ถือยูนิต ลิงค์ สามารถปรับเปลี่ยน “เพิ่ม-ลด” จำนวนเงินเอาประกันได้ แต่จะมีผลต่อค่าใช้จ่ายในส่วนของกรมธรรม์
6 สามารถปรับเปลี่ยน”กองทุน”ที่ลงทุนอยู่ได้ ซึ่งจะมีผลต่อค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
7 กองทุนที่ลงทุน ขึ้นกับแต่ละบริษัทประกันชีวิต จะคัดเลือกมาให้ลงทุน โดยกองทุนรวมต่างๆจะมีผู้จัดการกองทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหรือ บลจ. เป็นผู้ดำเนินการ ภายใต้หลักการ การลงทุนมีความเสี่ยง
สำหรับ”หลักการเลือกกองทุนรวม”ในเบื้องต้น ผู้ที่จะซื้อยูนิตลิงค์ จะต้องดูว่าบริษัทประกันชีวิตมีรายชื่อกองทุนรวมและบลจ. ใดบ้าง ให้เลือกลงทุนได้ และนำข้อมูลของกองทุนที่สนใจมาตรวจสอบกับทางเว็บไซด์มอร์นิ่งสตาร์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้จัดอันดับผลประกอบการของกองทุนรวม
หากกองทุนรวมที่เลือกมีผลประกอบการดี ในอดีต นอกจากนี้ ควรให้ตัวแทนช่วยหาข้อมูลรายละเอียดของหุ้นที่ลงทุนในกองทุนรวมนั้นๆ รวมถึงสถานะของบลจ.ที่บริหารกองทุนรวมด้วย เพื่อจะได้ประเมินแนวโน้มผลประกอบการของกองทุนรวมในระยะข้างหน้าด้วย รวมถึงปัจจัแวดล้อมที่จะกระทบต่อผลประกอบการของกองทุนรวม
จุดต่าง“ยูนิตลิงค์”กับประกันทั่วไป
สำหรับความแตกต่างของยูนิตลิงค์และแบบประกันชีวิตทั่วไป
ข้อแรก “ผลตอบแทน” ยูนิตลิงค์ เป็นการลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้น ซึ่งจะทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่า ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงขาดทุนได้เช่นกัน ดังนั้นจึง “ไม่มีการรับประกัน” ผลตอบแทน (ย้ำ) ไม่เหมือนแบบประกันทั่วไปที่รับประกันผลตอบแทน (เทียบเท่าดอกเบี้ย)
ข้อสอง “เบี้ยประกัน” ผู้ซื้อยูนิตลิงค์สามารถเลือกจำนวนเบี้ยประกัน และสามารถขอ “เพิ่ม-ลด-พักการชำระ” เบี้ยประกันได้ ทั้งนี้ขึ้นกับเงื่อนไขที่กำหนดในแต่ละกรมธรรม์ของบริษัทนั้นๆ แต่แบบประกันทั่วไปไม่สามารถ “เพิ่มหรือลด”ได้
ข้อสาม “การถอนเงิน” ผู้ถือยูนิต ลิงค์ สามารถขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ลงทุนได้ แต่ต้องมียอด “คงเหลือ” ของมูลค่าเงินลงทุนไว้จำนวนหนึ่ง โดยจะต้องเพียงพอสำหรับการหักค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของกรมธรรม์นี้ เพื่อรักษาสถานภาพกรมธรรม์นี้ เรียกว่าป้องกันไม่ให้กรมธรรม์นี้ถูกวเนคืนก่อนครบอายุสัญญาประกัน
ทั้งนี้ การดำเนินการ ปรับเปลี่ยนการลงทุน การเพิ่ม (Top up) c-ถอนเงิน จะมีผลต่อด้านค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย
ข้อสี่ “การสับเปลี่ยนกองทุนรวม” กรณีผู้ถือยูนิตลิงค์ต้องการเปลี่ยนหรือโยกกองทุนรวม จะต้องมีการแจ้งล่วงหน้า และการสับเปลี่ยนจะมีการกำหนดจำนวนครั้งของค่าธรรมเนียมฟรี หากเกินจะคิดค่าธรรมเนียมต่อครั้ง
ข้อห้า “การลดหย่อนภาษี” ผู้ซื้อยูนิต ลิงค์ จะสามารถหักลดหย่อนได้ฉพาะ “เบี้ยส่วนคุ้มครอง” เท่านั้น ส่วนของเงินลงทุนกองทุนรวมไม่สามารถลดหย่อนได้ ขณะที่แบบประกันชีวิตทั่วไป หักลดหย่อนได้ทั้งก้อน ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
ปิดท้ายด้วยเรื่อง ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการถือยูนิตลิงค์ ซึ่งหัวใจหลัก คือ การเอาประกันความคุ้มครองชีวิต ซึ่งมี 3 กรณี ได้แก่
กรณีเสียชีวิต คุณจะได้รับผลประโยชน์ทั้งส่วนคุ้มครองตามจำนวนที่เอาประกันในกรมธรรม์และมูลค่าของเงินลงทุนที่ขายคืนหน่วยลงทุน ในช่วงเวลานั้นๆ โดยต้องหักลบค่าใช้จ่ายต่างๆด้วย
กรณีไม่เสียชีวิต ผู้ถือยูนิตลิงค์มีอายุ 99 ปี และกรมธรรม์มีผลคุ้มครองครบถ้วนตามสัญญา และมูลค่าขายคืนของหน่วยลงทุนของกองทุนที่ลงทุน
กรณีถอนเงินหรือเวนคืนยูนิต ลิงค์ ก่อนครบสัญญากรมธรรม์ ก็จะได้รับตามมูลค่าขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนที่ลงทุน หักลบค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้บริษัท
และเมื่อคุณตัดสินใจจะซื้อ “ยูนิต ลิงค์” ก็ต้องรู้ว่า คุณมีสิทธิที่ได้รับจากผู้ขายหรือตัวแทนฯ อาทิ ตารางคำนวณผลประโยชน์ ผลการประเมินเกี่ยวกับการลงทุนและระดับความเสี่ยง ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับกองทุนรวมที่เลือก สิทธิการขอยกเลิกกรมธรรม์ภายใน 15 วันนับจากวันที่ซื้อกรมธรรม์
ขณะเดียวกัน เมื่อได้กรมธรรม์ยูนิต ลิงค์ มาจะต้องเปิดอ่านให้ครบ และจะต้องใส่ใจทั้งวิธีการลงทุนและการเลือกกองทุนกำหนดสัดส่วนการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุนอัติโนมัติ วิธีการคิดคำนวณตามมูลค่าเงินลงทุนรวม ช่องทางการเปิดเผยข้อมูลการลงทุน และที่สำคัญ การแจ้งเตือนเมื่อเงินลงทุนอาจจะไม่เพียงพอกับค่าใช่จ่ายเบี้ยส่วนความคุ้มครองที่ซื้อเอาประกันไว้แล้ว จะต้องรีบทำการปรึกษากับผู้ขายด้วย เพื่อดูแลผลตอบแทนให้เป็นบวก หรือมีความเสียหายน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : ส่อง “กอง REIT ลงทุนอสังหาฯ” ผลตอบแทนสม่ำเสมอ หนีพิษดอกเบี้ยขาลง-โลกผันผวน