โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รวมฮิตเปรี้ยง-แป้ก” บนตารางหนังทำเงินของ Arnold Schwarzenegger

BT Beartai

อัพเดต 27 ต.ค. 2562 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2562 เวลา 08.14 น.
“รวมฮิตเปรี้ยง-แป้ก” บนตารางหนังทำเงินของ Arnold Schwarzenegger

ในจำนวนผลงานภาพยนตร์ทั้งหมด 26 เรื่อง ตลอดชีวิตการแสดงเกือบ 50 ปีของ Arnold Schwarzenegger ในวัย 72 หนึ่งในนักแสดง A-List (นักแสดงที่ผู้สร้างหนังต้องการตัว ค่าตัวสูง และเล่นหนังเรื่องไหนเรื่องนั้นก็ทำรายได้ดี) ของยุค 80s – 90s คนนี้เคยผ่านงานกับผู้กำกับดัง ๆ มาแล้วมากมาย ทั้งคู่บุญอย่าง James Cameron, Paul Verhoeven, John McTiernan, Ivan Reitman (ร่วมงานในหนังสายตลกหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จ) ซึ่งแต่ละคนเป็นผู้กำกับตัวพ่อชื่อดังแห่งยุค 90s ทั้งสิ้น ขณะเดียวกันเขาก็มีวันเวลาหลังจบวาระการดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังปี 2011 เป็นเหมือนฝันร้ายบนตารางหนังทำเงิน ที่เต็มไปด้วยหนังไม่คุ้มทุนสร้างมากมาย

วันนี้ What the Fact จะชวนคุณผู้อ่านไปดู “รวมฮิตเปรี้ยง-แป้ก” ของคุณปู่คนเหล็กกันว่า มีเรื่องไหนเคยโดนใจและไม่โดนใจคนดูกันบ้าง

5 อันดับหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาล

อันดับ 5 The Twins (1988)

ผู้กำกับ: Ivan Reitman (Ghostbusters, Six Days Seven Nights, No Strings Attached)

รายได้รวมในสหรัฐฯ: 112 ล้านเหรียญฯ (ทุนสร้าง 15 ล้านเหรียญฯ)

รายได้รวมทั่วโลก: 217 ล้านเหรียญฯ

ทำไมหนังถึงเปรี้ยง: หนังตลกที่ทำรายได้สูงสุดในเครดิตของ Schwarzenegger และ Ivan Reitman คือผู้กำกับที่ทำหนังตลกได้หลายรูปแบบ ทั้งหนังตลกขบวนการปราบผีระดับ Ghostbusters หรือหนังครอบครัวอบอุ่นและหนังรักที่ตัวละครน่าเอ็นดู จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะสร้างหนังน่ารักของ Arnold แล้วประสบความสำเร็จ หนังเล่าเรื่องแฝดคนละฝาที่ได้นักแสดงอย่าง Danny DeVito มาร่วมแสดงด้วย ทั้งสามคนโคจรมาเจอกันอีกครั้งในหนังตลกสุดฮิตอีกเรื่อง เกี่ยวกับผู้ชายท้องได้ชื่อ Junior (1994)

Twins (1988)

Twins (1988)

อันดับ 4 Total Recall (1990)

ผู้กำกับ: Paul Verhoeven (Robocop, Basic Instinct, Hollow Man)

รายได้รวมในสหรัฐฯ: 119 ล้านเหรียญฯ (ทุนสร้าง 65 ล้านเหรียญฯ)

รายได้รวมทั่วโลก: 261 ล้านเหรียญฯ

ทำไมหนังถึงเปรี้ยง: จากผลงานหนังสือ Sci-fi วิทยาศาสตร์ขายดีของนักเขียนชื่อก้อง Philip K. Dick หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากหนังสือ “We Can Remember It For You Wholesale” เกี่ยวกับชายผู้ถูกลบความทรงจำและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยบนดาวอังคาร หนังเต็มไปด้วยฉากอนาคตที่น่าตื่นตาตื่นใจตามการสร้างในยุคสมัยนั้น และยังได้นักแสดงสาวสุดฮอตอย่าง Sharon Stone มารับบทนำด้วย หนังมีฉบับรีเมก นำแสดงโดย Colin Farrell ในปี 2012 แต่ไม่ฮิตเท่าที่ฉบับแรกเคยทำไว้

Total Recall (1990) กับโปสเตอร์ฉบับของไทย

Total Recall (1990) กับโปสเตอร์ฉบับของไทย

อันดับ 3 True Lies(1994)

ผู้กำกับ: James Cameron (Avatar, Titanic, Terminator 2: Judgment Day)

รายได้รวมในสหรัฐฯ: 146 ล้านเหรียญฯ (ทุนสร้าง 115 ล้านเหรียญฯ)

รายได้รวมทั่วโลก: 379 ล้านเหรียญฯ

ทำไมหนังถึงเปรี้ยง: หนังที่ได้ชื่อว่าทุนสร้างสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในปี 1994 การโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งกับผู้กำกับคู่บุญอย่าง Cameron ที่มาในหนังสายลับปนตลก เมื่อ Arnold ต้องรับบทเป็น  CIA ที่ปิดบังตัวตนที่แท้จริงกับภรรยาที่รับบทโดย Jamie Lee Curtis หนังตลกสถานการณ์ที่พระเอกจะต้องพาเมีย ตกกระไดพลอยโจนไปในสถานการณ์วิกฤตก่อการร้ายระดับชาติ หนังมีฉากบู๊แอกคชันครึ่งเรื่องหลังที่มันสะเด็ด ลุ้นแล้วลุ้นอีกตั้งแต่ฉากขับรถไล่ล่า ระเบิดสะพาน เอื้อมมือเกาะจากรถยนต์ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ปิดท้ายที่ให้ Arnold ขับเครื่องบินขับไล่ถล่มวายร้ายให้ราบไปทั้งบาง

True Lies (1994)

True Lies (1994)

อันดับ 2 Terminator 3: Rise of the Machines (2003)

ผู้กำกับ: Jonathan Mostow (U-571, Breakdown, Surrogates)

รายได้รวมในสหรัฐฯ: 150 ล้านเหรียญฯ (ทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญฯ)

รายได้รวมทั่วโลก: 433 ล้านเหรียญฯ

ทำไมหนังถึงเปรี้ยง: แม้หนังจะถูกนักวิจารณ์สับเละจนไม่เหลือชิ้นดีจากการเลือกใช้ผู้กำกับที่มือไม่ถึง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพอถูกใจผู้ชมอยู่บ้างกับภาคต่อจาก Terminator 2: Judgment Day ที่ทิ้งห่างไป 12 ปี เชื่อว่า คนดูก็คงใจจดใจจ่อรอคอยตั้งแต่มีการประกาศสร้าง เพราะ T2 นั้นคือความสำเร็จระดับมโหฬารและทำให้เด็ก ๆ หลายคนมีความสุขกับการได้ชมซ้ำ ๆ ในรูปแบบ home video ในภาค Rise of the Machines เป็นหนังที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดในเครดิตของ Schwarzenegger ที่ถ้าสร้างในวันนี้ก็ยังดูแพงเกินจริงไปเยอะอยู่ดี

Terminator 3: Rise of the Machines (2003)

Terminator 3: Rise of the Machines (2003)

อันดับ 1 Terminator 2: Judgment Day (1991)

ผู้กำกับ: James Cameron (Avatar, Titanic, True Lies)

รายได้รวมในสหรัฐฯ: 206 ล้านเหรียญฯ (ทุนสร้าง 102 ล้านเหรียญฯ)

รายได้รวมทั่วโลก: 521 ล้านเหรียญฯ

ทำไมหนังถึงเปรี้ยง: เหตุผลที่ Schwarzenegger ยอมกลับมาเล่นหนังรีเมก และสานต่อเรื่องราวไม่รู้กี่ภาคต่อกี่ภาค ก็เพราะความสำเร็จในทุก ๆ ทางของหนังที่ทำให้ตัวละคร Terminator ของเขากลายเป็นที่จดจำของคนทั่วโลก แม้ว่าดูจากรายได้จะไม่ได้สร้างปรากฏการณ์ขนาดหนัง Star Wars หรือแฟรนไชส์อื่น ๆ แต่หนังก็ทำร้ายได้ชนิดที่หาตัวจับยากในปี 1991 (ยังไม่นับรายได้จากตลาด home video) หนังขยับทุนสร้างจากภาคแรก 6 ล้านเหรียญฯ (แทบจะเป็นหนังอินดี้อยู่แล้ว) จนสร้างความสนุก ความบันเทิง และความประทับใจ เรียกว่า Cameron ใช้เงินคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์

Terminator 2: Judgment Day (1991)

Terminator 2: Judgment Day (1991)

 

5 อันดับหนังทำเงินต่ำสุดตลอดกาล

อันดับ 5 The Last Stand (2013)

ผู้กำกับ: Jee-woon Kim (Korean-The Age of Shadows, I Saw the Devil, A Tale of Two Sisters)

รายได้รวมในสหรัฐฯ: 12 ล้านเหรียญฯ (ทุนสร้าง 45 ล้านเหรียญฯ)

รายได้รวมทั่วโลก: 48 ล้านเหรียญฯ

ทำไมหนังถึงแป้ก: หนังที่เป็นการ comeback เรื่องแรก หลังจากจบสมัยการเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียกลายเป็นหนังแป้กแบบเกินความคาดหมาย เพราะหนังได้ผู้กำกับมือดีของเกาหลีใต้อย่างคิมจีวุน ข้ามน้ำข้ามทะเลมากำกับหนังฮอลลีวูดและก็ต้องรีบเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปแทบไม่ทัน หนังเล่าเรื่องของตำรวจในเมืองเก่า ๆ ที่ต้องยืนหยัดสู้กับราชายาเสพติดและคณะที่กำลังจะขนยาข้ามพรมแดนไปประเทศเม็กซิโก โดยมีเมือง ๆ นี้ เป็นปราการด่านสุดท้ายที่ยืนหยัดขัดขวางไว้ หนังดูสนุกแต่ก็ไม่มีอะไรใหม่และออกไปทางหนังแอ็กชันยุค 90 ที่ออกจะเชยไปหน่อยที่จะฉายในปี 2013

The Last Stand (2013)

The Last Stand (2013)

อันดับ 4Sabotage (2014)

ผู้กำกับ: David Ayer (Suicide Squad, Fury, End of Watch)

รายได้รวมในสหรัฐฯ: 10 ล้านเหรียญฯ (ทุนสร้าง 35 ล้านเหรียญฯ)

รายได้รวมทั่วโลก: 17 ล้านเหรียญฯ

ทำไมหนังถึงแป้ก: ผู้กำกับที่ขึ้นชื่อเรื่องการขายสไตล์ในหนังที่ใช้ความรุนแรงหรือหนังตำรวจอย่าง Ayer ก็มาตกม้าตายหนังขาดทุนกันที่เรื่องนี้กับผลงานที่ได้รายได้ต่ำที่สุดในเครดิตการกำกับ อาจเป็นเพราะเนื้อหาหนังที่ซ้ำซาก แม้จะขนนักแสดงมากหน้ามาเล่น ตั้งแต่ Schwarzenegger, Sam Worthington (Avatar), Joe Manganiello (Justice League), Josh Holloway (Lost), Terrence Howard (Iron Man) ก็ช่วยอะไรไม่ได้ หนังดัดแปลงอย่างหลวม ๆ จากนิยายแนวฆาตกรรมสืบสวนของ Agatha Christie เรื่อง Ten Little Indian หรือ And Then There Were None ซึ่งถูกแปลเป็นไทยในชื่อ “ฆาตกรรมยกเกาะ” เป็นเรื่องราวของหน่วยปราบปรามยาเสพติด 10 นาย ที่บุกเข้ายึดเซฟเฮาส์ของเจ้าพ่อค้ายาเสพติด หลังจากนั้นพบว่าเงินจากการบุกยึดจำนวน 10ล้านหายไป และเจ้าหน้าที่แต่ละนายก็เริ่มถูกลอบสังหารโดยคนที่อยู่ในเงามืดทีละคน

Sabotage (2014)

Sabotage (2014)

อันดับ 3 Maggie (2015)

ผู้กำกับ: Henry Hobson

รายได้รวมในสหรัฐฯ: 187,000 เหรียญฯ (ไม่มีการบันทึกทุนสร้างไว้)

รายได้รวมทั่วโลก: 1 ล้านเหรียญฯ

ทำไมหนังถึงแป้ก: ด้วยความเป็นหนังอินดี้ ก็เป็นไปได้ที่ผู้สร้างจะพอใจกับรายได้เท่านี้ (แต่จะพอค่าตัวของ Schwarzenegger ไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง) หนังชีวิตครอบครัว พยายามขายฝีมือทางการแสดงของเขา แต่ก็อาจจะไม่ใช่ทางถนัดและหวังจะรุ่งได้ ผู้กำกับที่ไม่เคยกำกับหนังมาก่อน (เป็นผู้ออกแบบไตเติ้ลเปิดเรื่องและปิดเรื่องในหนังเท่านั้น) อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังไปไม่ถึงฝั่งฝัน แม้จะได้นักแสดงที่ค่อนข้างมีชื่ออย่าง Abigail Breslin (Little Miss Sunshine) มาประกบในบทของลูกสาวของ Schwarzenegger ที่กำลังกลายเป็นซอมบี้อย่างช้า ๆ

Maggie (2015)

Maggie (2015)

อันดับ 2 Aftermath (2017)

ผู้กำกับ: Elliott Lester (Sleep Walker, Blitz)

รายได้รวมในสหรัฐฯ: น้อยจนไม่มีการบันทึกไว้ (ทุนสร้าง 10 ล้านเหรียญฯ)

รายได้รวมทั่วโลก: 841,000 เหรียญ

ทำไมหนังถึงแป้ก: Schwarzenegger รับบทเป็น หัวหน้าคนงานที่สูญเสียลูกสาวกับภรรยาไปจากเหตุเครื่องบินชนกันกลางอากาศ และเขาก็ต้องการคำขอโทษจากคนที่เป็นต้นเหตุ นั่นก็คือเจ้าหน้าที่จราจรทางอากาศของสนามบินที่เผลอเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ เนื้อหาอาจจะเครียดเกินไปและไม่มีนักแสดงใหญ่ ๆ เล่นด้วยเลย (สมทบด้วย Maggie Grace จาก Taken) ทำให้หนังขาดทุนขนาดหายไปทั้งหมดของทุนสร้าง 10 ล้านเหรียญเลยก็พูดได้

Aftermath (2017)

Aftermath (2017)

อันดับ 1 Killing Gunther (2017)

ผู้กำกับ: Taran Killam

รายได้รวมในสหรัฐฯ: น้อยจนไม่มีการบันทึกไว้ (ไม่มีการบันทึกทุนสร้างไว้)

รายได้รวมทั่วโลก: 198,000 เหรียญ

ทำไมหนังถึงแป้ก: หนังที่แทบไม่มีคนรู้ว่ามีตัวตนอยู่บนโลกภาพยนตร์ด้วย ผลงานการกำกับของ Taran Killam นักแสดงจากหนัง Ted 2 และ Teenage Mutant Ninja Turtles ที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับ คนเหล็กของเรารับบทกุนเธอร์ นักฆ่าอันดับหนึ่งของโลกและเป็นที่หมายหัวจากบรรดานักฆ่าฝีมือฉกาจที่หมายอยากจะโค่นเขาเพื่อขึ้นครองตำแหน่งแทน หนึ่งในนั้นก็คือตัวละครของ Killam ผู้กำกับซึ่งได้ระดมนักฆ่าที่เกลียดกุนเธอร์มาร่วมมือกันกำจัดเขา แต่กุนเธอร์ก็นำอยู่ก้าวหนึ่งทุกครั้งไป หนังตลกแบบนี้ของ Schwarzenegger อาจเสื่อมมนต์ขลังไปแล้วใน ค.ศ. นี้

Killing Gunther (2017)

Killing Gunther (2017)

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...