โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภัย‘สารพัดก๊าซพิษ’ ภัย‘บ่อบำบัดน้ำเสีย’

MATICHON ONLINE

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2560 เวลา 23.09 น.

แล้วก็เกิดขึ้นมาอีกจนได้ สำหรับอุบัติเหตุที่ไม่น่าจะเกิด กับพนักงานและนักศึกษาฝึกงาน ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ที่ผลิตอาหารแปรรูปเกี่ยวกับอาหารสัตว์ปีกประเภทไก่และเป็ด ซึ่งตั้งอยู่ซอยบางนา-ตราด ขาเข้า เขตบางนา พลัดตกลงไปในบ่อรวบรวมระบบน้ำเสีย เป็นเหตุให้เสียชีวิตไปถึง 5 คนด้วยกันยังรอความแน่ชัดถึงวินาทีแห่งความตายนั้นเกิดจากอะไรขึ้น และเกิดขึ้นได้อย่างไรจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สุเมธา วิเชียรเพชร ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนฉุกเฉินสารเคมี และผู้อำนวยการสำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) บอกว่า ในบ่อรวบรวมน้ำเสีย จะมีก๊าซอันตรายมากอยู่ 3 ชนิด คือ

ก๊าซไข่เน่า หรือไฮโดรเจนซัลไฟด์ ก๊าซแอมโมเนีย และก๊าซมีเทน ในปริมาณที่สูงมาก เช่น บริเวณผิวบ่อ อาจจะสูงถึง 10,000 พีพีเอ็มมิลลิกรัมต่อลิตร หรือส่วนในล้านส่วน สูงขึ้นมาเหลือ 5,000 พีพีเอ็ม ส่วนบริเวณปากบ่อ ณ นาทีแรกๆ ของการเปิดฝาบ่อ อาจจะเหลือแค่ 1,000 กว่าๆ พีพีเอ็ม แต่ความร้ายกาจของก๊าซไข่เน่าที่มีความเข้มข้นนับพันพีพีเอ็มในขณะนั้น

แค่สูดลมหายใจเข้าไปครั้งเดียว ก็สามารถทำให้หมดสติล้มลง ซึ่งอาจจะตกลงไปในบ่อได้Ž ผู้อำนวยการสำนักจัดการกากของเสียและสารอันตรายกล่าว และอธิบายเพิ่มเติมว่า สาเหตุเพราะก๊าซไข่เน่าหรือไฮโดรเจนซัลไฟด์นี้จะเข้าไปบล็อกไม่ให้ก๊าซออกซิเจนที่ร่างกายต้องการไปรวมกับฮีโมโกลบินในเลือด หากช่วยไม่ทันโอกาสที่ผู้ได้รับก๊าซพิษชนิดนี้เข้าไปเสียชีวิตมีสูงมาก

ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนฉุกเฉินสารเคมี กรมควบคุมมลพิษบอกด้วยว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้คนตกลงไปในบ่อที่เต็มไปด้วยก๊าซพิษเช่นนี้ คนที่ลงไปช่วยต้องมีสติมากๆ ต้องมีเครื่องมือพร้อมที่จะลงไปช่วย เพราะบริเวณก้นบ่อนั้น ปริมาณก๊าซพิษสูงกว่าบริเวณปากบ่อหลายเท่าตัว ก่อนลงไปช่วยจะต้องมีเครื่องเป่าลม และมีถังออกซิเจนช่วยหายใจลงไปด้วย

สุเมธาŽ บอกว่า ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยของการทำงานในสถานที่อับอากาศ ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ระบุว่า 1.พื้นที่ดังกล่าวต้องเป็นห้องที่ปิดล็อกเอาไว้ หากมีใครจะเข้าไปก็ต้องขออนุญาตก่อน 2.ก่อนเข้าไปก็ต้องตรวจสอบอันตรายของอากาศ ณ เวลานั้นก่อน ว่ามีวัตถุไวไฟมากกว่า 10% หรือไม่ มีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่า 19.5% หรือไม่

หรือมีก๊าซพิษที่อาจจะเป็นอันตรายหรือไม่ แต่ประเด็นที่ควรตั้งคำถามคือ เมื่อเข้าไปในพื้นที่นั้น ฝาบ่อรวบรวมน้ำเสียนั้นเปิดออกมาได้อย่างไร มีคำเตือน หรือการบอกกล่าวอะไรก่อนหรือไม่ที่จะมีการเข้าใกล้บริเวณดังกล่าวนั้น ปริมาณก๊าซพิษที่จะทำให้คนตายแบบเฉียบพลันได้นั้น ต้องมีความเข้มข้นตั้งแต่ 1,000 พีพีเอ็มขึ้นไป แต่การตวจวัด ณ จุดลมหายใจ เวลานี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้แล้ว แต่ก็สามารถตรวจเลือดพิสูจน์ได้

อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้น เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายแรงงานว่าด้วยความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรมชัดเจน คนที่เกี่ยวข้องคือ เจ้าของโรงงาน และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ซึ่งเป็นผู้อนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ห้องอับอากาศดังกล่าวŽ ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนฉุกเฉินสารเคมีกล่าว

จตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า เรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างน่ากังวลสำหรับสถานประกอบการหลายๆ แห่ง ที่มีเรื่องของสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้องคือ การทำแผนฉุกเฉิน สำหรับการเข้าไปช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมา โดยแผนดังกล่าวจะต้องมีการฝึกซ้อม เพื่อให้เกิดความมั่นใจเวลาปฏิบัติการจริงบ่อยๆ ด้วย

เนื่องจากส่วนประกอบของระบบบำบัดน้ำเสียมีหลายส่วนที่อาจจะเกิดการสะสมของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งเป็นก๊าซพิษ และส่วนใหญ่เป็นพื้นอับอากาศ ดังนั้นผู้ประกอบการที่เป็นผู้รับจ้างดูแลและบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสีย ควรให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องทำงานเกี่ยวข้องกับพื้นที่อับอากาศดังกล่าว โดยให้ความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ ก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วย

หากมีความจำเป็นต้องดูแลรักษาระบบบ่อและระบบท่อ ซึ่งเป็นพื้นที่อับอากาศของระบบบำบัดน้ำเสีย หรือกระทั่งการลงไปแบบฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือคนที่ตกลงไป คพ.ขอแนะนำวิธีปฏิบัติเบื้องต้นดังนี้

1.ใช้พัดลมเป่าอากาศสะอาด เพื่อไล่ก๊าซพิษ และเติมอากาศไปสู่พื้นที่อับอากาศ

2.ตรวจวัดปริมาณก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ก่อนเข้าไปทำงาน และตรวจวัดอย่างต่อเนื่องระหว่างการทำงาน

3.เตรียมหน้ากากกันสารเคมีและถังอากาศช่วยหายใจสำรองขณะลงไปทำงาน

4.ไม่ควรทำงานในพื้นที่อับอากาศโดยลำพัง

5.จัดอบรมผู้ปฏิบัติงาน ให้มีความเข้าใจในการทำงานในพื้นที่อับอากาศ พร้อมทั้งจัดฝึกอบรมการทำงานในพื้นที่อับอากาศและมีก๊าซพิษอยู่เป็นประจำ

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษบอกว่า ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ อยู่ระหว่างการทำกฎกระทรวงผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย และผู้รับจ้างให้บริการบำบัดน้ำเสีย ภายใต้มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมและรักษาคุณภาพแวดล้อม พ.ศ.2535 ซึ่งปัจจุบันกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาในเบื้องต้นแล้ว

กฎหมายฉบับนี้จะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะกำหนดให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย จะต้องมีคุณสมบัติ มีความรู้ ความเข้าใจจริง และผ่านการอบรมในประเด็นดังกล่าว ก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วย

สุดท้าย ความรู้ ความเข้าใจ และความมีสติ เมื่อเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมาก็แล้วแต่ จะทำให้การเข้าไปช่วยเหลือมีประสิทธิภาพมากที่สุด ….

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...