โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Aukus: รมต. กลาโหมฝรั่งเศสเลื่อนหารือกับอังกฤษ เหตุไม่พอใจข้อตกลงความมั่นคง 3 ประเทศ

Khaosod

อัพเดต 20 ก.ย 2564 เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2564 เวลา 07.39 น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของฝรั่งเศสเลื่อนการหารือกับรัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักรที่กำหนดไว้ในสัปดาห์นี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนด คาดว่าเป็นผลจากความไม่พอใจที่สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียประกาศข้อตกลงด้านความมั่นคงครั้งประวัติศาสตร์หรือ Aukus

ข้อตกลงนี้ซึ่งมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้ออสเตรเลียฉีกสัญญามูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท) ที่ลงนามกับฝรั่งเศสในปี 2016 ให้สร้างเรือดำน้ำ 12 ลำ และเปลี่ยนมาสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยใช้เทคโนโลยีจากสหรัฐฯ แทน

A UK Astute Class nuclear-powered submarine

แม้นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษจะออกมาระบุว่าไม่มีอะไรที่ฝรั่งเศสต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงนี้ แต่การพบปะหารือระว่างนางฟลอเรนซ์ พาร์ลีย์ รัฐมนตรีกลาโหมของฝรั่งเศสกับนายเบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหมของสหราชอาณาจักร ซึ่งกำหนดจะมีขึ้นเป็นเวลา 2 วันในกรุงลอนดอนสัปดาห์นี้ก็ถูกยกเลิกไป

ลอร์ดริกเก็ตตส์ อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำฝรั่งเศส ซึ่งจะร่วมเป็นประธานในการหารือดังกล่าวยอมรับว่าการพบปะหารือกันครั้งนี้ "ถูกเลื่อนไปเป็นวันหลัง"

Aukus คือข้อตกลงด้านความมั่นคงที่ใหญ่ที่สุดระหว่างทั้ง 3 ชาติ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

แม้ว่าสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และออสเตรเลียเป็นพันธมิตรกันมายาวนานแล้ว แต่ Aukus ทำให้ความร่วมมือด้านกลาโหมของทั้ง 3 ชาติ มีความลึกซึ้งมากขึ้นและเป็นทางการ

ข้อตกลงนี้จะมุ่งเน้นไปที่ขีดความสามารถทางการทหาร โดยแยกออกมาจากพันธมิตรแลกเปลี่ยนข่าวกรองไฟว์อายส์ (Five Eyes) ซึ่งรวมถึงนิวซีแลนด์และแคนาดาด้วย

นอกจากเรือดำน้ำของออสเตรเลียแล้ว Aukus จะยังมีการแลกเปลี่ยนขีดความสามารถทางไซเบอร์ ปัญญาประดิษฐ์ ควอนตัม และเทคโนโลยีใต้น้ำอื่น ๆ ระหว่างกันด้วย

แถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ระบุว่า "นี่คือโอกาสครั้งประวัติศาสตร์สำหรับทั้ง 3 ชาติ และหุ้นส่วนและพันธมิตรที่มีความคิดตรงกัน ในการปกป้องคุณค่าร่วมกันและส่งเสริมความมั่นคงและความรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก"

ผู้นำทั้ง 3 ชาติ ไม่ได้เอ่ยถึงจีนโดยตรง แต่ระบุว่าความมั่นคงในภูมิภาคมีความท้าทาย "เพิ่มขึ้นอย่างมาก"

นายฌอง-อีฟว์ เลอ ดริยอง รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศสกล่าวถึงการทำข้อตกลงนี้ว่าเป็น "การแทงข้างหลัง" และได้ก่อให้เกิด "พฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ระหว่างพันธมิตรและหุ้นส่วน"

หลังการประกาศข้อตกลง Aukus นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้เรียกทูตฝรั่งเศสประจำกรุงวอชิงตันและกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลียกลับประเทศ ซึ่งเป็นท่าทีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างประเทศพันธมิตร

นายบอริส จอห์นสัน กล่าวระหว่างเดินทางไปร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กว่าฝรั่งเศสไม่ควร "กังวล" เกี่ยวกับข้อตกลง Aukus พร้อมกับย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสนั้น "ไม่มีวันถูกทำลาย"

นายจอห์นสันกล่าวอีกว่าความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสนั้น "เป็นมิตรกันอย่างมาก" ซึ่งเขาบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ "มีความสำคัญอย่างมหาศาล"

"ความรักที่เรามีต่อฝรั่งเศสนั้นไม่มีวันหายไป" นายกฯ อังกฤษกล่าวกับผู้สื่อข่าว "Aukus ไม่ใช่ข้อตกลงที่ทำให้มีฝ่ายหนึ่งได้และอีกฝ่ายหนึ่งเสีย และไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะตัดใครออกไป ดังนั้นจึงไม่มีประเทศใดต้องกังวลโดยเฉพาะฝรั่งเศสผู้เป็นมิตรประเทศของเรา"

ด้านนายสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกฯ ออสเตรเลียได้ออกมาปกป้องการตัดสินใจเข้าร่วมข้อตกลง Aukus และการฉีกสัญญาเรือดำน้ำกับฝรั่งเศส โดยระบุว่าฝรั่งเศสน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าสัญญานี้จะไม่ได้ไปต่อ

นายกฯ ออสเตรเลียกล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินทางยุทธศาสตร์บนพื้นฐานที่ว่าเรือดำน้ำที่จะสร้างขึ้นด้วยเงินภาษีจำนวนมหาศาลของชาวออสเตรเลียจะต้องสามารถบรรลุภารกิจที่เราคาดหมายได้จริง

ข้อตกลง Aukus ทำให้ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ 7 ในโลกที่จะมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ประจำการ

…………….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...