โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทหารไทย’ ถึง ‘ทหารไทยธนชาต’

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 25 เม.ย. 2564 เวลา 23.15 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เมกะเทรนด์ : สุภชัย ปกป้อง

การควบรวมกิจการดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรก.! ของธนาคารทั้ง 2 แห่ง โดยธนาคารธนชาต มีการควบรวมกิจการกับ ธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) เมื่อช่วงปี 2554  หลังจาก SCIB เปิดดำเนินการมายาวนาน ตั้งแต่ปี 2584 และมีการควบรวมกับธนาคารศรีนคร ช่วงปี 2545 ที่ผ่านมา ขณะที่ “ธนาคารทหารไทย” มีการควบรวมกิจการกับ 2 สถาบันการเงินของไทย มาแล้วเมื่อปี 2547

“ธนาคารทหารไทย” ก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2488 เปิดดำเนินการเมื่อปี 2500 ที่ถนนราชดำเนิน เริ่มแรกมีพนักงานแค่ 26 คน เงินทุนเริ่มต้น 10 ล้านบาท มีเป้าหมายหลักคือการบริการด้านธุรกรรมการเงินให้กับหน่วยงานทหารและข้าราชการโดยมีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และโชติ คุณะเกษม เป็นผู้จัดการคนแรกของธนาคาร

โดยปี 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้ธนาคารทหารไทย จำกัด เป็นธนาคารพาณิชย์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้มีการเพิ่มทุนครั้งแรกจากจำนวน 10 ล้านบาท เป็นจำนวน 100 ล้านบาทและเพื่อเป็นการขยายช่องทางการระดมทุน ธนาคารได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 23 ธ.ค.2526

จนมาปี 2540 เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ (ต้มยำกุ้ง) ถือเป็นยุคตกต่ำของสถาบันการเงินถึงขีดสุด ไม่เว้นแม้แต่ธนาคารทหารไทย ได้รับผลกระทบไม่น้อยเช่นกัน ทำให้ต้องมีการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่ม เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการทำให้ธนาคารทหารไทยถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง

นั่นคือการควบรวมกิจการระหว่าง “ธนาคารทหารไทย-ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IFCT)” และใช้ชื่อ “ธนาคารทหารไทย” เช่นเดิม มีผลตามกฎหมายตั้งแต่ 1 ก.ย.2547 เป็นต้นมา การรวมกิจการดังกล่าว ส่งผลให้ธนาคารสามารถดำเนินธุรกิจรูปแบบธนาคารครบวงจร (Universal Banking) รวมทั้งมีเครือข่ายธุรกิจหลากหลายยิ่งขึ้น ถัดจากนั้นปี 2548 มีการเปลี่ยนภาพลักษณ์ธนาคารใหม่ โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า TMB (Bank Public Company Limited) จากเดิม “Thai Military Bank” (ที่สื่อความหมายว่าธนาคารของทหาร)

ช่วงปี 2550 TMB มีการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ING Bank N.V. จำนวน 25,000 ล้านหุ้น ขณะที่กองทัพบก ไม่ได้เพิ่มเงินลงทุนตาม จึงทำให้กองทัพบก มีสัดส่วนถือหุ้น TMB เพียงแค่ 1% โดยผู้ที่ถือหุ้นรายใหญ่สุดคือกระทรวงการคลัง25% และ ING Bank N.V. 25% แม้ว่าผู้ถือหุ้นหลักจะไม่ใช่กองทัพบก แต่ยังคงใช้ชื่อ “ธนาคารทหารไทย” เช่นเดิม ด้วยความเกรงใจ “กองทัพบก” หรือรักษาความเป็น “รากเง้าธนาคารทหาร” นั่นเอง

จุดที่น่าสนใจคือความเป็น “ธนาคารทหารไทยธนชาต” ครั้งนี้ แตกต่างจากการควบรวมกิจการของธนาคารไทย เมื่อปี 2547 เนื่องด้วยครั้งนั้นเป็นการควบรวมกิจการเพื่อ “หนีตาย” ทั้ง “ดีบีเอสไทยทนุ-IFCT” และกระทั้งตัว “ทหารไทย” เอง.! แต่ครั้งนี้เป็นการควบรวมกิจการเพื่อ “ต่อเติมเสริมความแข็งแกร่ง” ระหว่างฐานเงินฝากที่แข็งแกร่งของ TMB และความเจนจัดเรื่อง สินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase) และลีสซิ่ง (Leasing) ของธนาคารธนชาต..!!

การเป็น ONE Team ครั้งนี้จะก่อให้เกิด Financial Well-being ตามเป้าหมายหรือไม่ หลังผ่านพ้นเดือนกรกฎาคมนี้..คงจะได้รู้กัน..!?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...