โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ขุนนางสยามชี้ “ย่านปทุมวัน” เหมาะทำเป็น “นครโสเภณี” มากกว่า “เมืองมหาวิทยาลัย”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 03.10 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 00.50 น.
ภาพถ่ายมุมสูง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ภาพจากหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

ขุนนางสยามชี้ “ย่านปทุมวัน” เหมาะทำเป็น “นครโสเภณี” มากกว่า “เมืองมหาวิทยาลัย”

อาชีพ “โสเภณี” เป็นอาชีพเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณกาล ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการออกพระราชบัญญัติป้องกันสัญจรโรค รัตนโกสินทร์ศก 127 โดยมาตรา 4 วรรคสาม ได้อธิบายความหมายของคำว่า “หญิงนครโสเภณี” ไว้ว่าหมายถึง “หญิงที่รับจ้างทำชำเราส่ำส่อน โดยได้รับผลประโยชน์เป็นค่าจ้าง”

ตามมาตรา 6 ในกฎหมายฉบับเดียวกันกำหนดให้ผู้ที่ต้องการตั้งโรงหญิงนครโสเภณี จำเป็นต้องขออนุญาตจากทางการเสียก่อน

ในบทความ “นครโสเภณี หรือเมืองมหาวิทยาลัย” โดย บัณฑิต จุลาสัย และรัชดา โชติพานิชย์ ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม พ.ศ. 2559 ระบุว่า การอนุญาตให้มีการค้าประเวณีในยุคนั้นทำให้รัฐมีรายได้จากการออกใบอนุญาตโดย นายโรงต้องเสียค่าธรรมเนียมขอรับใบอนุญาตฉบับละ 30 บาท สำหรับใบอนุญาตที่ระยะเวลาอนุญาตเป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือน ส่วนหญิงโสเภณีเสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 12 บาท สำหรับระยะเวลาการอนุญาตไม่เกิน 3 เดือนเช่นกัน

ในการประกอบ กิจกาม” ความเหมาะสมของสถานที่ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงสำหรับการจัดตั้งโรงหญิงนครโสเภณี และกระทรวงนครบาลในยุคที่เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นเสนาบดีก็เห็นว่า ย่านปทุมวัน ริมถนนประทัดทอง (พระรามที่ 6) ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่อยู่ระหว่างถนนประทุมวัน (ถนนพระรามที่ 1) และถนนหัวลำโพง (ถนนพระรามที่ 4) เป็นสถานที่เหมาะสมที่จะสร้างเป็นแหล่งหญิงนครโสเภณี เนื่องจากเป็นที่ลับตาและไม่ไกลจากแหล่งชุมชน อีกทั้งการเดินทางไปมาสะดวก

แต่ขณะเดียวกัน สภากรรมการจัดการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้เลือกพื้นที่ในบริเวณเดียวกันเพื่อจัดตั้งโรงเรียน จนทำให้เจ้าพระยายมราชต้องมีหนังสือกราบบังคมทูลถวายความเห็นคัดค้านลงวันที่ 31 พฤษภาคม ร.ศ. 131 (พ.ศ. 2455 สมัยรัชกาลที่ 6) มีข้อความตอนหนึ่งว่า

“ที่จะตั้งโคมเขียวนั้นหายากอย่างที่สุด ออกหน้าออกตานักไม่ได้อย่างหนึ่ง ไกลจากที่ประชุมชนในเวลานี้นักไม่ได้อย่างหนึ่ง ไม่เหมือนโรงเรียนซึ่งจะตั้งขึ้นไหนๆ ก็ตั้งได้ เพราะฉนั้นขอพระบารมีปกเกล้าฯ เปนที่พึ่ง ขอรับพระราชทานที่นี้ให้ได้คงไว้สำหรับการส่วนนี้ต่อไป”

หลังจากนั้น เจ้าพระยายมราช ยังได้มีหนังสือไปถึงกรมราชเลขาธิการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 25 มิถุนายนปีเดียวกัน เพื่ออธิบายเพิ่มเติมย้ำถึง “ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ” ของการตั้งโรงหญิงนครโสเภณีว่า

“ที่ที่จะสร้างโรงเรียนนั้นหาง่าย เพราะเปนสิ่งที่เปิดเผยจะตั้งที่ไหนก็ตั้งได้ แต่ที่ที่จะตั้งพวกโคมเขียว เปนสิ่งที่จะต้องปิดบัง แลทั้งไม่ให้ใกล้ไกลเดินไปด้วย ใช่แต่เท่านั้น เมื่อจะคิดถึงประโยชน์พระคลังข้างที่แล้วก็ได้ผลมากดีกว่าสร้างโรงบ่อน เพราะโรงบ่อนอย่างไรๆ ก็ต้องเลิก แต่การนี้มีแต่จะเจริญขึ้นทุกวัน จะหาผลประโยชน์อันใดเทียบเทียมก็หายาก เพราะฉนั้น ถ้ามีโอกาศ ขอคุณหลวงได้โปรดนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท ขอให้กระทรวงธรรมการเลือกที่เสียใหม่จะดีกว่า”

อย่างไรก็ดี บัณฑิตและรัชดากล่าวว่า การขอพระราชทานที่ประทุมวันนั้น กระทรวงธรรมการไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการตามที่เจ้าพระยายมราชเข้าใจ หากสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) กรรมการสภากรรมการจัดการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นผู้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้กรรมการ สภากรรมการจัดการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ เป็นผู้เช่าที่ดินประทุมวัน (ปทุมวัน) ไปแล้ว ตามพระราชหัตถเลขาลงวันที่ 16 พฤษภาคม ร.ศ. 131 ก่อนหน้าที่เจ้าพระยายมราชจะยื่นหนังสือคัดค้านการตั้งโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ

การคัดค้านของเจ้าพระยายมราชจึงไม่เป็นผล ต้องหาที่ตั้ง “โคมเขียว” หรือโรงหญิงนครโสเภณีในที่แห่งอื่น และภายหลังการออกกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามการค้าประเวณีใน พ.ศ. 2503 ก็ทำให้ “โรงหญิงนครโสเภณี” ถึงกาลอวสาน

ส่วนโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ก็กลายมาเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของสยามประเทศ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

“นครโสเภณี หรือเมืองมหาวิทยาลัย”. โดย บัณฑิต จุลาสัย และ รัชดา โชติพานิช, ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2559

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2559

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขุนนางสยามชี้ “ย่านปทุมวัน” เหมาะทำเป็น “นครโสเภณี” มากกว่า “เมืองมหาวิทยาลัย”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...