โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บวบงู ปลูกง่าย ขายดี พืชเศรษฐกิจทำเงิน สร้างฐานะ ความเป็นอยู่ให้เติบโตอย่างมั่นคง

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 11 ต.ค. 2560 เวลา 03.45 น.

บวบ  นับเป็นพืชผักที่มีคุณประโยชน์สูง สายพันธุ์บวบที่เกษตรกรนิยมปลูกอย่างแพร่หลายคือ  บวบเหลี่ยม  บวบหอม  นอกจากนี้ยังมีบวบอยู่พันธุ์หนึ่งซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักกันแพร่หลายนัก  คือ บวบงู  แค่ฟังชื่อ สาวๆ ที่กลัวงู อาจจะไม่ถูกชะตากับชื่อผักชนิดนี้สักเท่าไหร่  หากใครมีโอกาสลิ้มลองรสชาติของบวบงู  เชื่อว่าร้อยทั้งร้อย คงต้องยอมซูฮกให้  เพราะผลอ่อนเอ๊าะๆ  ของบวบงูมีรสชาติหวาน อร่อยมาก  สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้สารพัดเมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนูผัดกับ ไข่ หมู กุ้ง  ต้มจิ้มกับน้ำพริกรสจัด หรือปรุงเป็นเมนูแกงส้ม แกงเลียง  ก็อร่อยยอดเยี่ยมทุกเมนู

นอกจากมีจุดเด่นในเรื่องรสชาติความอร่อยแล้ว บวบงู ยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยมสูงในหลายจังหวัดของพื้นที่ภาคอีสาน “ บุญทา ดวงอ้อย ” เกษตรกรผู้ปลูกบวบงู  ที่บ้านทับพุง ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี เป็นพยานยืนยันข้อเท็จจริงได้ในเรื่องนี้ เพราะ 10 ปีที่ผ่าน บวบงู กลายเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่ทำเงิน สร้างฐานะและความเป็นอยู่ของครอบครัวแห่งนี้ให้เติบโตอย่างมั่นคง

บุญทา ยึดอาชีพปลูกผักมากกว่า  20 ปี  เขาปลูกพืชผักตามกระแสความต้องการของตลาดเป็นหลัก  พืชตัวไหนที่ปลูกง่าย ขายดี ตลาดต้องการสูง เช่น ผักกาด แตงกวา  ผักชีลาว หรืออ้อย    เขาลงทุนปลูกมาหมดแล้ว

ที่ผ่านมา ชาวอีสานจำนวนมากนิยมบริโภคพืชประจำท้องถิ่น คือ “ บวบงู ” ที่มีชื่อพื้นบ้านอีสาน ว่า บักงอเงี้ยว บักงูเงี้ยว หรือบักกะดิง ส่วนคนเหนือ เรียกว่า มะนอยงู  คนอีสานนิยมนำผักชนิดนี้ไป ลวก หรือนึ่ง  จิ้มแจ่ว กินแซบหลายๆ       

   บวบงูที่นิยมปลูกแพร่หลายในถิ่นอีสานมี 2 พันธุ์ คือ “ พันธุ์สีขาว ” ที่มีขนาดผลใหญ่  บางผลมีความยาวถึง 1 เมตร แต่มีข้อเสีย คือ มีรสชาติไม่ค่อยอร่อย  เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกบวบงู “ พันธุ์ลายเขียวขาว ” ซึ่งมีขนาดผลเรียว สั้น รสชาติดีกว่าชนิดแรก

เมื่อ  10 ปีที่แล้ว บุญทาเริ่มปลูกบวบงู บนเนื้อที่ 3- 4 ไร่ ซึ่งเป็นบวบงูสายพันธุ์พื้นเมือง    ผิวไม่สวย ผลมีลักษณะงอบิดเบี้ยว เมื่อนำผลผลิตออกจำหน่ายที่ตลาดอุดรเมืองทองจำนวน 1 คันรถ โดยขายส่งในราคาก.ก.ละ   5 บาท ปรากฎว่า ทั้งวันขายบวบงูได้แค่ครึ่งคันรถเท่านั้น  บุญทาบอกว่า สาเหตุที่ขายสินค้าไม่ได้ในช่วงนั้น เพราะคนอีสานบางท้องที่ก็ยังไม่รู้จักพืชผักชนิดนี้  บางคนรู้จักแต่ไม่ซื้อเพราะไม่ชอบกลิ่นฉุนของบวบงู

ความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ไม่ทำให้บุญทาเกิดความย่อท้อ  เขาหันไปใช้เมล็ดพันธุ์บวบงูคุณภาพดีที่มีจำหน่ายในท้องตลาด  ทดลองปลูกบวบงูมาแล้วหลายยี่ห้อ แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกปลูก “ บวบงูพันธุ์ สเน็กกี้ 004 ” ของบริษัทเจียไต๋ จำกัดแต่เพียงอย่างเดียว เนื่องจากบวบงู พันธุ์สเน็กกี้  มีการเจริญเติบโตและแตกแขนงดีมาก ทนโรค ให้ผลผลิตสูง ผลมีสีเขียว มีลายทางสีขาวแซม รสชาติหวานกรอบ ขนาดผล 3.0-3.5×45-50 เซนติเมตร น้ำหนัก 170-200 กรัมต่อผล อายุการเก็บเกี่ยว 50 วันหลังปลูก

คำกล่าวที่ว่า “ หัวใจสำคัญของการปลูกพืช คือเมล็ดพันธุ์ ถ้าเมล็ดพันธุ์ดีได้มาตรฐานก็จะให้ผลผลิตสูง และมีคุณภาพ เวลาจำหน่ายก็ได้ราคาดีด้วย ” น่าจะเป็นสัจจธรรมที่ตรงกับชีวิตของบุญทาในช่วงที่ผ่านมา เพราะหลังจากเขาเปลี่ยนมาปลูกบวบงูพันธุ์ สเน็กกี้ ก็ทำให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของเขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขี้น        

“ บวบงูเป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย ใช้เวลาปลูก 2 เดือน เก็บเกี่ยวผลผลิตไป  50 -60 วัน ปัจจุบันผมเก็บผลผลิตออกขาย ที่ตลาดอุดรเมืองทอง เฉลี่ยวันละ 150 ถุงๆ ละ  5 ก.ก.  ขายส่งถุงละ 60 – 80 บาท  เฉลี่ย ก.ก.ละ 12 – 16 บาท แม่ค้าที่รับซื้อจะนำไปขายปลีกในราคาก.ก.ละ 20-25 บาท แม่ค้าบางรายนำเหมาบวบงูไปขายต่อที่จังหวัดกาฬสินธ์ ในราคาขายส่งถุงละ 100 บาท ” บุญทากล่าว

เมื่อสินค้าเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้บุญทาตัดสินใจขยายพื้นที่ปลูกบวบงูอย่างเดียวถึง   20 ไร่ โดยทั่วไป บวบงู สามารถเพาะปลูกได้ทุกเดือน แต่ช่วงที่ให้ผลผลิตสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกันยายน บุญทาวางแผนการปลูกบวบงูอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งเนื้อที่ปลูกบวบงู  5 ไร่ ทะยอยปลูกใหม่ทุกๆ  4 เดือน เพื่อให้มีสินค้าป้อนเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

บวบงู สามารถเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด  การเตรียมดินเริ่มจากขุดหลุมปลูกกว้างประมาณ 40 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างหลุม 1 เมตร ตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 4-5 วัน หลังจากนั้นใส่ปุ๋ยคอกหลุมละ 2-3 กิโลกรัม ปูนขาว 1 กระป๋องนมข้นหวาน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดีแล้วทิ้งไว้ 2-3 วัน จึงจะนำต้นกล้ามาปลูก

การเตรียมต้นกล้า ใช้เมล็ดพันธุ์ แช่ในน้ำอุ่นประมาณ 2 ชั่วโมง นำขึ้นมาห่อด้วยผ้าทิ้งไว้ 2-3 วัน เมล็ดเริ่มแตกหน่อ นำไปเพาะในถาดเพาะกล้า ซึ่งบรรจุด้วยปุ๋ยดินหมักชีวภาพ ดิน และแกลบดำ อย่างละเท่า ๆกัน เมื่อต้นกล้าแตกใบจริงคู่ที่ 2 จึงย้ายปลูก

หากฝนไม่ตก ควรรดน้ำทุกวัน ให้พอดินชุ่ม น้ำไม่ขังในแปลงปลูก  ดูแลใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หลังปลูกได้ 1 อาทิตย์ ประมาณ 1 กำมือ ต่อหลุมห่างจากต้นประมาณ 1 ฝ่ามือแล้วทำการกลบดินบริเวณรอบหลุมใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพดินอีก 1 กระป๋องนม หลังจากนั้นใส่ปุ๋ย13-13-21ห่างกัน 15 วัน ต้นละ 1 กำมือ

เนื่องจากบวบงูเป็นประเภทไม้เถา ควรเตรียมค้างหรือร้าน โดยใช้ไม้ไผ่ทำร้านสูงประมาณ 2 เมตร ให้สามารถเดินได้สะดวก เมื่อทำโครงเรียบร้อยแล้ว ใช้อวนตาข่ายขึงด้านบนให้ตึง บวบสามารถเลื้อยบนร้านได้ตลาด ยอดไม่ตกหรือย้อยลงด้านล่าง

การดูแล  ขณะต้นกล้าที่ย้ายมา ยังเล็กอยู่ จะมีเต่าทองมาคอยทำลาย เจาะใบ ควรป้องกันโดยการล้อมกรอบ ต้นกล้าด้วยหนังสือพิมพ์ โดยปักหลัก 4 หลัก   ควรใช้ต้นกล้วยมาผูกเถาของบวบงู ติดค้างจนถึงร้านบวบงู  คอยปลิดแขนงออก ให้มียอดเถาเดียว ขึ้นร้าน แต่เมื่อขึ้นบนร้านให้มีหลายแนงยิ่งดี จะมีผลดก

นอกจากนี้ ควรเติมปุ๋ยหมักชีวภาพอยู่เสมอ ๆ ทุก ๆ 15 วัน และรดน้ำให้ชุ่ม  ฉีดพ่นน้ำหมักสะเดา ทุกสัปดาห์   ทำการตัดใบที่เป็นโรค ยอดที่ไม่สมบูรณ์ออก ไม่ปล่อยให้ใบบวบทับซ้อนกัน แสงแดงสามารถส่องถึงใบได้ทุกใบในระหว่างแถวบวบ โดยทั่วไป  บวบเป็นพืชที่ทนต่อโรคและแมลง จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีนัก หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ในบริเวณแปลงบวบควรอนุรักษ์ผึ้ง เพื่อทำหน้าที่ผสมเกสร ช่วยเพิ่มผลผลิต ควบดูแลจัดผลไม่ให้ค้างหรือตั้งอยู่บนตาข่ายเพื่อให้รูปทรงไม่คดงอ การปลูก 1 ครั้ง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 50 -60 วัน

ปัจจุบัน ครอบครัวบุญทามีรายได้จากการขายบวบงูถึง  324,000 บาท/5 ไร่/5 เดือน เรียกว่า แต่ละเดือนจะมีรายได้เข้ากระเป๋าเฉลี่ย 13,000 บาทต่อไร่ทีเดียว บุญทาบอกอีกว่า ทุกวันนี้ ผมปลูกบวบงูส่งขายที่ตลาดอุดรเมืองทองแค่แห่งเดียว  ก็ขายดิบขายดี จนผลิตไม่ทันกับความต้องการของตลาดแล้ว

      “  ตลาดต้องการ บวบงู พันธุ์สเน็กกี้จำนวนมาก เพราะบวบงูพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นคือ ผลตรง  ยาวเรียว สวยงาม เนื้อกรอบนุ่ม มีรสหวานอร่อยน่ารับประทาน  ส่วนเมล็ดพันธุ์บวบงูยี่ห้ออื่น เมื่อนำมาปลูก แม้จะได้ผลตรง ยาวเรียวเช่นกันแต่มีเนื้อหยาบ กินแล้วไม่นุ่มปาก  เนื้อก็ไม่ค่อยหวาน  แม่ค้าแผงผักและผู้ซื้อส่วนใหญ่พึงพอใจรสชาติความอร่อยของ “พันธุ์สเน็กกี้”มากกว่า  ทุกวันนี้ผมตัดสินใจเลือกปลูกบวบงูพันธุ์สเน็กกี้แต่เพียงอย่างเดียว ”

ที่ผ่านมา บวบงู นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมสูงในพื้นที่ภาคอีสาน เจียไต๋ ได้สำรวจสายพันธุ์บวบงูพันธุ์พื้นบ้าน พบว่า มีจุดอ่อนเรื่องผลผลิตต่ำ ต้นละ 1-2 กก. ผลมีสีเขียวเข้มลายพร้อยชัดเจน ผู้บริโภคมองเป็นบวบแก่ไม่น่ารับประทาน นำไปวางขายได้เพียง 2 วันก็จะเหี่ยว เจียไต๋จึงวางแผนปรับปรุงสายพันธุ์บวบงูให้มีคุณภาพดีขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ และสร้างอาชีพที่มั่นคงแก่เกษตรกร

นิธิกร อินทวารี   ผู้ปรับปรุง “ บวบงูสายพันธุ์สเน็กกี้ 004 ” ของ เจียไต๋   เล่าว่า ปี  2539 เจียไต๋ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์บวบงู มีชื่อการค้าว่า พันธุ์ “สเน็กกี้” ที่มีลักษณะเด่น คือ  ให้ผลผลิตต่อต้นดก 5-6 กก. ต้นแข็งแรงแตกแขนงได้มากขึ้น ในแต่ละแขนงบางข้อให้ลูกเป็นคู่ ผิวสีเขียวสดใสดูอ่อนวัย วางตลาดได้นานเป็น 3-5 วัน  หลังเปิดตลาดจนถึงทุกวันนี้ บวบงู พันธุ์ “สเน็กกี้” ของ เจียไต๋ ได้รับความนิยมจากเกษตรกรปลูกบวบงูตลอดระยะเวลา 17 ปี  สามารถครองส่วนแบ่งตลาดบวบงูได้ถึง 80%ทีเดียว       

   สำหรับหนุ่มสาวคนใด ต้องการควบคุมน้ำหนัก  ผู้เขียนอยากแนะนำให้เลือกบริโภคบวบงูเป็นพืชผักประจำบ้าน  เพราะบวบงู เป็นพืชที่มีแคลอรี่และไขมันต่ำ  มีกากไฟเบอร์สูง ทำให้ย่อยง่าย ดีต่อระบบขับถ่ายและเหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน นอกจากนี้ บวบงู ยังเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารมากมาย ทั้งแคลเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัส  ผลอ่อนของบวบงูที่นิยมนำมารับประทานนั้นมีสรรพคุณทางสมุนไพร เช่น  แก้ท่อน้ำดีอุดตัน   ขับพยาธิ   ช่วยระบายความร้อนจากร่างกาย  ช่วยล้างสารพิษได้ดี จึงเหมาะที่จะใช้ในกระบวนการดีท็อกซ์

ประการต่อมา รากบวบงู  ยังมีสรรพคุณเป็นยาชูกำลังและยาระบายอ่อน ๆ  น้ำที่สกัดจากใบของบวบงู ช่วยลดอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหัวใจ เช่นใจสั่น   น้ำที่สกัดจากบวบงู เมื่อนำมาใช้นวดผม จะช่วยผมร่วงและกำจัดรังแค   แต่ระวังอย่ารับประทานเมล็ดบวบงูเข้าไปปริมาณมาก เพราะจะทำให้มีอาการคลื่นไส้และท้องเสียได้

กล่าวได้ว่า  บวบงูเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์หลากหลายทีเดียว บวบงู จึงเหมาะสำหรับปลูกเป็นพืชผักสวนครัวในบ้าน หากปลูกเชิงการค้า ก็สร้างรายได้และอาชีพที่มั่นคงเช่นกัน หากใครสนใจเมล็ดพันธุ์ บวบงู พันธุ์ “สเน็กกี้ 004 ”สามารถติดต่อหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ของเจียไต๋ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เบอร์โทรศัพท์ . 02-810-3031 – 7 ต่อ 136  หรือwww.chiataigroup.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...