GDP ไทย Q1/68 โต 3.1% ส่งออกหนุน แนวโน้มระมัดระวังชะลอตัว
#gdp #ทันหุ้น - บทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทย โดย บล.กสิกรไทย
.
โตดีจากเร่งส่งออก แต่แนวโน้มดูท้าทาย
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/68 เติบโตชะลอลงที่ 3.1%YoY สูงกว่าที่ตลาด คาด ไว้ที่ 2.9% YoY แต่ ชะลอลง จาก 3.3% YoY ใน ไตรมาส 4/67
ปัจจัยขับ เคลื่อนหลัก มาจากการส่งออกตามการเร่งซื้อก่อนที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีศุลกากร อย่างไรก็ดี อุปสงค์ภายในประเทศและการท่องเที่ยวดูอ่อนแอลง
บล.กสิกรไทยคงมุมมองระมัดระวังต่อหุ้นไทย เนื่องจาก EPS ของตลาด คาดผ่านระดับ สูงสุดของปีไปแล้ว เช่นเดียวกันกับ GDP ที่อาจชะลอตัวลงหลังเร่งซื้อไปในช่วงก่อนหน้า
.
GDP ไทยไตรมาส 1/2568 ขยายตัวดีกว่าคาด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงาน GDP ไทยไตรมาส 1/2568 ขยายตัว 0.7% QoQ และ 3.1%YoY ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ไว้ที่ 0.5% QoQ และ 2.9% YoY แต่ชะลอตัวลงจากที่เติบโตได้ 3.3% YoY ใน ไตรมาส 4/2567
อุปสงค์ภายในประเทศชะลอตัว ขณะที่ยอดส่งออกพุ่งจากเร่งซื้อก่อนภาษีสหรัฐฯในด้านอุปสงค์การบริโภคภาคเอกชนเติบโต 2.6% YoY, การใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มขึ้น 3.4% YoY, การลงทุนขยายตัว 4.7% และการส่งออกพุ่งขึ้น 12.3% YoY (แบ่งเป็นยอดส่งออกสินค้า เพิ่มขึ้น 13.8% YoY และการท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น 7.0% YoY) อย่างไรก็ดี การบริโภคภาคเอกชนดู ชะลอตัว ลงในทุกหมวด โดยจาก 3.4% YoY เป็น 2.6% YoY ขณะที่การใช้จ่ายสินค้าคงทนซึ่งยังคงหดตัวอยู่นั้น เริ่มผ่อนคลายลงจากยอดขายรถยนต์ที่เริ่มทรงตัว แต่การลงทุนภาคเอกชนยังคงซบเซา โดยหดตัว 0.9% YoY แม้การลงทุนภาครัฐพุ่งขึ้น 26.3%YoY แต่มาจากฐานต่ำ ขณะที่ด้านการส่งออกสินค้าเร่งตัวขึ้นจาก 8.9%YoY เป็น 13.8% YoY จากการเร่งซื้อสินค้าก่อนที่หรัฐฯ จะขึ้นภาษีศุลกากร แต่การ เติบโต ของการส่งออกบริการหรือการท่องเที่ยวชะลอตัวจากที่เพิ่มขึ้น 22.9% YoY เป็น 7.0% YoY
.
ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น แต่ภาคการผลิตทรงตัว ในด้านอุปทาน ผลผลิต ทางการเกษตรฟื้นตัวจากที่เพิ่มขึ้น 1.1% YoY เป็น 5.7% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ภาคการเกษตรในปีนี้ทำให้ได้ผลผลิตดี ในขณะที่ด้านโรงแรมและร้านอาหารชะลอตัวจาก 10.4% YoY เป็น 7.2% YoY และผลผลิตภาคการผลิตยังคงซบเซา โดยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.3% YoY เป็น 0.6% YoY
.
ปรับลด คาดการณ์ การเติบโตของ GDP ปี 2568 สศช.ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2568 จากช่วง 2.3–3.3% (ค่ากลาง 2.8%) เป็น 1.3–2.3% (ค่ากลาง 1.8%) โดยคาดการณ์ว่าการลงทุนจะหดตัว (จาก +3.2% เป็น -0.7%), ปรับลด คาดการณ์การขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน (จาก +3.3% เป็น 2.4%) และปรับลด มุมมอง ต่อการ เติบโต ของการส่งออก (จาก +3.5% เป็น +1.8%)
.
Downside risk จากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ หากมองไปใน ไตรมาส 2/2568 บล.กสิกรไทยประเมินยังมี downside risk ต่อการเติบโตจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยการส่งออกของไทยมีแนวโน้มได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงจากการขึ้นภาษีนำเข้าทั่วไปขั้นต้น และภาษีนำเข้าแบบ ดับเบิ้ลดิวตี้ รวมถึงผลทางอ้อมจากปริมาณการค้าโลกที่ลดลง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะทำให้ภาคการส่งออกของไทยหดตัวตามลงด้วย
.
มุมมองระมัดระวัง สำหรับตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2568 ที่รายงานออกมาดีกว่าคาด โดยมองว่าตัวเลขที่ออกมาดีไม่ได้เป็นบวก เนื่องจากตัวเลขที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่สะท้อนถึงคำสั่งซื้อส่งออกล่วงหน้าก่อนที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้า คำสั่งซื้ออาจ ลดลง ในระยะข้างหน้าเนื่องจากลูกค้ามี สต๊อกสินค้า จำนวนมากอยู่แล้ว
การท่องเที่ยวและอุปสงค์ภายในประเทศอ่อนแอลง ปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์ภายในประเทศยังดูเปราะบาง เนื่องจากการชะลอตัวของการบริโภคภาคเอกชนได้ลามไปไม่เฉพาะสินค้ามีมูลค่าสูง (ยานพาหนะและที่อยู่อาศัย) แต่ยังลามไปถึงการใช้จ่ายทั่วไปเช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว โดยเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวจีนที่กังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลลบต่อกลุ่มผู้เล่นในประเทศและกลุ่มท่องเที่ยวดังนั้น บล.กสิกรไทยจึงยังคงมองตลาดหุ้นไทยอย่างระมัดระวังเนื่องจากแนวโน้มความเสี่ยงเชิงลบ