“ธรรมนัส-เฮ้ง” จับเข่าคุยอนาคตการเมือง “ผู้กอง” แบะท่ารวมอุดมการณ์กันได้นับเป็นโชคดี
“ธรรมนัส-เฮ้ง” จับเข่าคุยอนาคตการเมือง “ผู้กอง” แบะท่ารวมอุดมการณ์กันได้นับเป็นโชคดี กล้าธรรมตั้งเป้า 80 สส.เน้นเจาะพื้นที่ภาคตะวันออก-ภาคใต้
วันที่ 18 พ.ค. 2568 สำนักข่าว The Room 44 รายงานถึงความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรม (กธ.) ทุกสายตาจับตาดูความเคลื่อนไหว เมื่อนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรค นำทัพลงสมรภูมิเลือกสส.ซ่อมเขต 8 จ.นครศรีธรรมราช ล้มแชมป์เก่าอย่างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงได้อย่างราบคาบ ตามด้วยยกทัพขึ้นไปตีเมืองหลวงภาคตะวันออก จ.ชลบุรี จีบสส.เขต 6 พรรคประชาชน เข้าร่วมชายคาอีกคน ทำให้จ.ชลบุรี มีสส.ในมือแล้ว 2 คน ไปดู“ยุทธศาสตร์การเมือง”เตรียมเลือกตั้งปี 70 ของพรรคกธ.กัน
โดย ร.อ.ธรรมนัสที่เปรียบเสมือนแม้ว9ชีวิต เปิดใจให้สัมภาษณ์สำนักข่าว The Room 44 ว่า การเมืองอยู่นิ่งไม่ได้ พร้อมถอยบทเรียนสมัยเป็นแกนหลักทำภารกิจเลือกตั้งให้พรรคพลังประชารัฐ ถูกมอบหมายให้ดูแล 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยเตรียมการเลือกตั้งกันตั้งแต่ปี 60 เพื่อเข้าสู่สมรภูมิในปี 62 เตรียมตัว 2 ปีเป็นห่วงระยะเวลาที่พอดิบพอดี ดังนั้นการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.นครศรีธรรมราช มันเป็นใบเบิกทางว่าเอาจริง เตรียมพร้อมเลือกตั้งในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ 14 จังหวัดชายแดนใต้
ร.อ.ธรรมนัสอธิบายให้เห็นภาพที่ยกทัพไปจ.ชลบุรี ต้องการแสดงให้สังคมเห็นพรรคกธ.ขันอาสาดูแลประชาชนทุกภาค โดยมีต้นทุนเดิมจากสส. 20 คนที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชาชน ก็เป็นสส.มาจากทุกภาคของประเทศไทย “สไตล์ผมพูดตรงไปตรงมา ช่วยเหลือแบบพี่แบบน้องโดยไม่มีเงื่อนไข โดยมีเป้าประสงค์สูงสุด ทำงานเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน” ฉะนั้นมั่นใจสามารถขยายฐานไปภาคตะวันออกได้ หลังจากมีสส.ที่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ก็ไปไปที่ระยอง จันทบุรี ตราด
จังหวะที่พรรคกธ.เดินเข้าไปเติมเต็มล้วนเป็นพื้นที่จุดอ่อนของพรรคเพื่อไทย ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า สังคมไทยรู้ว่าปัจจุบันควรเลือกใคร บางพรรคเขารักมากแล้วยั่งไงเขาก็ไม่เปลี่ยน พร้อมยกตัวอย่างที่ภาคอีสาน บางจังหวัดประชาชนรักเพื่อไทยก็รักจริงๆ ผมทำการบ้านอย่างนี้ “บางจังหวัด บางภาค บางพรรคขายไม่ได้ ผมก็จะเข้าไป ผมรู้ว่าไม่มีเจ้าของ” ประชาชนพร้อมเลือกคนใหม่ขึ้นมาแทนคนเก่าได้ตลอดเวลา อย่างภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ที่ผสมผสานหลายพรรค เป็นพื้นที่ที่ไม่มีพรรคไหนเป็นเจ้าของ มันก็ทำงานการเมืองได้ง่าย
พื้นที่ จ.ชลบุรี ร.อ.ธรรมนัสรับผิดชอบดูแลตั้งแต่เขต 6-10 “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ดูแลเขต 1-5 ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า รมต.เฮ้งกับผมเป็นพี่น้องรักกัน ทำงานด้วยกันมาตลอด ในรัฐบาลชุดที่แล้วหลายคนอาจมองว่าผมแตกแยกกัน จริงๆไม่ใช่ “สิ่งที่ผมกับรมต.เฮ้ง อดีตรมต.ชาดา ไทยเศรษฐ์ (พรรคภท.) ลงในพื้นที่จ.ปราจีนบุรี ไม่ใช่เป็นเรื่องบังเอิญ เราเป็นพี่น้องกัน คุยเรื่องการเมือง อนาคตการเมือง ไม่ได้หมายความว่าท่านชาดา รมต.เฮ้งจะมาอยู่กับกับผม ท่านก็มีหลักของท่าน” อนาคตปี 70 “รมต.เฮ้ง” จะมาอยู่กับผมไหม มันไม่มีอะไรแน่นอน ผมถือว่า “เฮ้ง” เป็นรมต. เป็นนักการเมืองมีคุณภาพ หากวันใดวันหนึ่ง ถ้าผมได้ร่วมอุดมการณ์กับน้องเขาถือว่าเป็นโชคดี ของผมพูดได้แค่นี้
ร.อ.ธรรมนัสกับ “รมต.เฮ้ง” ปะทะทางการเมืองมาตลอด แต่การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ถึงจังหวะหนึ่งก็จับมือทำงานการเมืองร่วมกันได้ โดยมีการโยนหินถามทาง “รมต.เฮ้ง”จะย้ายมาอยู่พรรคกธ.พร้อมกลุ่มสส.ในมือ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ได้คุยกับหัวหน้าพรรค กธ.ว่า เรากับรมต.เฮ้งไม่ได้มีข้อพิพาท ไม่ได้เป็นศัตรูกัน ทุกวันนี้ทำงานด้วยกันได้ เป็นเรื่องจริงการเมืองไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวร ส่วนจะมาพรรคกธ. เป็นเรื่องอนาคต แต่เราคุยกันตลอด คือ ผมกับเฮ้งเป็นนักการเมืองคล้ายๆกัน ลงพื้นที่จริง ลุยก็ลุยจริง
เมื่อชลบุรีแบ่งพื้นที่กันรับผิดชอบแล้ว สมการการเมืองที่มีบ้านใหญ่อย่าง “แป๊ะ”นายสนธยา คุณปลื้ม หายไปจากพื้นที่ชลบุรี ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า พูดอย่างนั้นเลยทีเดียวไม่ได้ เพราะพี่แป๊ะเอง ผมเชื่อว่าชลบุรีในอนาคตจะหันหน้าคุยกัน การเมืองถ้าแตกแยกกัน การพัฒนามันก็ลำบาก โดยเฉพาะเมืองหลวงภาคตะวันออกเป็นจังหวัดใหญ่ มันต้องสามัคคีกัน ผมถึงจุดหนึ่งเชื่อว่าคุยกันได้ พรรคเพื่อไทยเคลื่อน พรรคกธ.เคลื่อน สองพรรคเป็นพันธมิตรเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันทางการเมือง ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ถ้าเจาะลึกลงไปคนของกล้าธรรมที่เป็นสส.เขตส่วนใหญ่อดีตเพื่อไทยทั้้งนั้น จริงๆ พรรคกธ.เป็นหลักของตัวเอง แต่ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ต้องให้เกียรติผู้นำ ไปไหนไปกัน
พรรค กธ.กับพรรค ภท.คงปะฉะดะกันในสนามเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป เหมือนที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งซ่อมเขต 8 จ.นครศรีธรรมราช ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่ใช่ เพราะเป็นพรรคที่มี“วิถีทางการเมือง-วิธีการการเมือง”คล้ายๆกัน ฉะนั้นกลยุทธ์ต่างๆมันอาจคล้ายกัน ถือเป็นเรื่องปกติ “มวยถูกคู่”อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่ได้เป็นศัตรูทางการเมืองกัน เวทีการเมืองเปรียบเหมือนเล่นกีฬา พอถึงฤดูแข่งขันเอาเป็นเอาตาย พอจบการแข่งขันเราเป็นมิตรกัน ร่วมอุดมการณ์ได้ตลอดเวลา
กล้าธรรมตั้งเป้า 80 สส.เน้นเจาะพื้นที่ภาคตะวันออก-ภาคใต้
เลือกตั้งนายอบจ.-นายกเทศมนตรีที่ผ่านมา ใช้กลยุทธ์บ้านใหญ่บริหารจัดการ เลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไปก็ใช้กลยุทธ์บ้านใหญ่ต่อกรกับพรรคประชาชน ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่ได้มองว่าต้องนำพรรคกธ.ไปต่อกรกับใคร แต่วิธีทำการเมืองได้พูดเสมอ “การเมืองท้องถิ่นเป็นรากเหง้าของการเมืองใหญ่” การเมืองท้องถิ่นไม่มั่นคง การเมืองใหญ่ลำบาก จะใช้กระแสหรืออะไรก็แล้วแต่อย่างเดียวไม่ได้ ดังนั้นการสร้างการเมืองท้องถิ่นสำคัญที่สุด โดยพรรคกธ.ส่งนายเทศมนตรีที่ผ่านมาเกือบทุกจังหวัด ส่วนใหญ่ก็คนที่เป็นเครือข่ายเทศบาลของเรา เข้าเป้าหมดประมาณ 95% โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อย่างจ.นราธิวาส มันชี้ชัดว่าได้นายกเทศบาลที่สำคัญๆทั้งหมด “การเลือกนายก อบจ. นายกเทศบาล มันเป็นเครื่องชี้วัดในอนาคต พรรคไหนได้สส.เยอะในการเลือกปี70” เป็นนิมิตรหมายให้พรรคกธ.เนื้อหอม ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ครับ ที่จ.พะเยาไม่ต้องพูดถึงยกทั้งหมด จังหวัดอื่นๆ อย่างปราจีนบุรี หนองบัวลำภู หลายจังหวัดในภาคอีสาน ส่วนใหญ่ที่พรรคกธ.มีสส.อยู่หรือมีนายกอบจ.อยู่ เราคอนโทรลได้หมด
หลังจากน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคพท. นายการุณ โหสกุล อดีต สส.กทม. พรรคพท. เข้าพรรคกธ. ต่อไป “อาจารย์แหม่ม”น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ “ผู้กอง”ร.อ.ธรรมนัสคง ไปทาบทามนักการเมืองจากพรรคอื่นทยอยเข้าพรรคกธ.อีก ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “เป็นหลักลักษณะคล้ายๆแอมเวย์” เริ่มจากระดับหัวมา ต่อไประดับแถวสองก็ไปคนในเครือข่ายเข้ามา อาจารย์แหม่มเติบโตทางด้านสายวิชาการ ก็มีคนของอาจารย์ที่เก่งด้านการเงิน การคลัง การศึกษา มาช่วย ผมชำนาญด้านการเมือง ก็จะเอาคนการเมืองเข้ามาขับเคลื่อน เท่ากับเตรียมพร้อมบุคลากรลงสนามเลือกตั้งใหญ่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เราต้องคิดการใหญ่ ที่มันเกิดประโยชน์กับบ้านเมืองจริงๆ เคลื่อนไหวแบบนี้พรรคกธ.อาจได้สส.ถึง 80 คนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ผมมั่นใจว่า ณ เวลานี้ อย่างภาคตะวันออกที่ขับเคลื่อนแรง เฟ้นหาคนที่มีความรู้ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ใส่ใจชาวบ้าน ยกตัวอย่างที่จ.นครศรีธรรมราช นายก้องเกียรติ เกตุสม อดีตสจ.ลงเลือกตั้ง สส.ซ่อมเขต 8 ถือว่าเป็นนักการเมืองคุณภาพ เอาคนแบบนี้เข้ามาแล้วเหนื่อยน้อยลง
ในฐานะเคยเป็นขุนพลในพรรคพท. เป็นแม่ทัพสมัยพรรคพลังประชารัฐ เป็นแม่ทัพใหญ่ในพรรคกธ. ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมเข้ากับพรรคกธ.ขับเคลื่อน ทำให้พรรคอื่นเกรงขามอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสบอกว่า สิ่งที่สร้างสมมา เป็นเลขาธิการพรรคการเมืองใหญ่ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยุคพลังประชารัฐ เราแทบไม่เคยแพ้การเลือกตั้ง ผมมีเครือข่ายที่สามารถนำสิ่งเหล่านั้นมา “สร้างกล้าธรรมที่สังคมยอมรับ ประชาชนยอมรับ” ตรงไหนเป็นจุดด้อยก็เอาจุดเด่นมาเสริมที่กลายเป็นศาสตราวุธสร้างพรรคกธ.ให้เติบโตทางการเมือง
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยากให้ร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรี แต่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯบอกอว่าเพิ่งเข้ามา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า คุณสมบัติของผมผ่านการเป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ และรมว.เกษตรฯ สมัยเป็นรมช.เกษตรฯก็ถูกร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยชัดเจนว่ามีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีต่อไปได้ พอมายุคเป็นรมว.เกษตรฯ ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน มีการร้องอีก แต่ทุกอย่างมันจบแล้ว ดังนั้นคุณสมบัติไม่มีปัญหา แต่ต้องถามตัวผมเป็นหลักว่า ผมชอบเป็นนักมวยขึ้นชกบนเวทีหรือชอบเป็นโค้ช “คำถามว่าท่านทักษิณ อยากให้ผมเป็นรัฐมนตรีไหม ท่านนายกอิ๊งค์ยินดีกับผมไหม ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สาระสำคัญอยู่ที่ตัวผมวางบทบาทควรอยู่อย่างไรในเวทีการเมือง จังหวะทางการเมือง บางครั้งต้องเป็นนักกีฬาตัวจริง บางครั้งต้องถอยมาเป็นโค้ช คนไม่รู้จังหวะตัวเองส่วนใหญ่เดินไปไม่ถึงเป้า” ตอนนี้ผมถอยหลังมาเป็นโค้ช
ถูกมองถึงบทบาทที่“ก็อตฟาเธอร์”เบอร์หนึ่งของประเทศ เป็นอย่างไรเมื่อมีคนมองแบบนี้ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ผมมีโอกาสรับประทานอาหารกับเอกอัครราชทูตหลายประเทศที่ประจำอยู่ในประเทศไทย รวมถึงประเทศมหาอำนาจหลายประเทศ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาไปรับประทานอาหารกับท่านทูตอินเดีย ผมเป็นสส. โดยไม่มีตำแหน่งแห่งหน ทำไมท่านทูตแต่ละประเทศสนใจคุยกับผม หมายความว่า “ตัวตนที่ผมวาง ณ เวลานี้มีความสำคัญกับการขับเคลื่อนบ้านเมือง ทิศทางของการเมืองจะเป็้นอย่างไร จะทำให้บ้านเมืองได้สส.ที่มีคุณภาพ เขาถึงอยากคุยกับผม” ฉะนั้นคนเรียกผมว่าก็อดฟาเธอร์หรืออะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ที่ตัวเราว่าจะใช้สรรพนามที่เราได้รับการเรียกขาน ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ประเทศชาติอย่างไร บทบาทแบบนี้ทำให้ผู้ใหญ่ทางการเมืองอย่างนายทักษิณ ชอบใช้บริการให้ทำงาน ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองมองว่า เรื่องนี้ต้องให้ “ธรรมนัส”ทำ แล้วถ้าผมได้รับมอบหมาย ผมทำจริง ติดตามและทำให้มันเกิดประโยชน์จริงๆ
ทิศทางการเมืองไทยเป็นอย่างไรในจังหวะที่อธิบายให้ท่านทูตฟัง ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ส่วนใหญ่ทูตกังวล “การเมืองบ้านเราไม่มีประสิทธิภาพ” ผมพยายามบอกว่าการเมืองไทยมีธรรมชาติเป็นแบบนี้ นักการเมืองทะเลาะกันในสภา ออกจากห้องประชุมสภาก็เป็นเพื่อนกัน ต้องอธิบายวัฒนธรรมการเมืองไทยให้เขาเข้าใจ ไม่เหมือนบ้านเขาบางประเทศทะเลาะกัน ตีกันในสภา ออกมายังมีปัญหากันอยู่ ดูๆการเมืองครบวาระหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสบอกว่า มั่นใจรัฐบาลอยู่ครบวาระ ในฐานะที่อยู่หลายเวที เห็นนายกฯมาหลายสมัย สุดท้ายมีการเจรจากัน เชื่อว่าเมื่อได้เจรจาการเมืองจะดีขึ้นอีกครั้ง การเมืองถ้าไม่จบด้วยการเมือง มันจะไปจบอย่างอื่นที่ไม่เป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย พูดแบบนี้เหมือนมีคนส่งสัญญาณเหมือนกันให้ระวัง ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “ใช้ครับ ประสบการณ์ บทเรียนที่ผ่านมา การเมืองที่ไม่จบด้วยการเมือง ต้องให้การอื่นเข้ามาแก้ปัญหาการเมือง ทุก 10 ปีจะเป็นอย่างนี้ ก็ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นอีก