โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระเมสสิยาห์ (Messiah) หรือ "พระผู้ช่วยให้รอด" ไม่ได้มีเพียงพระเยซู?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 ม.ค. 2567 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2567 เวลา 10.57 น.
กำเนิดพระกุมารเยซู หรือ พระเมสสิยาห์ (ภาพจาก Pixabay)

พระเมสสิยาห์ (Messiah) หรือเมสไซอาห์ ที่แปลว่า พระผู้ช่วยให้รอด หมายถึง พระเยซู ในศาสนาคริสต์ ที่จริงแล้วเป็นความเชื่อร่วมกันในกลุ่มศาสนาอับราฮัม (Abrahamic religions) อันได้แก่ ยูดาห์ (ยิว) คริสต์ และอิสลาม ว่าด้วยบุคคลที่มาปลดปล่อยผู้คนจากความทุกข์ตามประสงค์ของพระเจ้า

ทั้งนี้ ความหมายกับรายละเอียดเรื่องตัวตนของพระเมสสิยาห์ ยังมีความแตกต่างกันในแต่ละศาสนาข้างต้น ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย บริบททางประวัติศาสตร์ และหลักการอธิบายของศาสนานั้น ๆ

หากพิจารณาจากความเชื่อของกลุ่มศาสนาอับราฮัมทั้งสามศาสนา เราจะพบว่า พระเมสสิยาห์ ในฐานะ “พระผู้ช่วยให้รอด” ไม่ได้หมายถึงแค่พระเยซู และไม่ได้มีเพียงองค์เดียวเท่านั้น

คำว่า Messiah มีรากศัพท์มาจาก Mashiach (อ่านว่า มา-ชี-อาค์) ในภาษาฮีบรู เป็นคำเดียวกับ “คริสตอส” (Christos) หรือพระคริสต์ ในภาษากรีก ซึ่งแปลว่า “ผู้ได้รับการเจิม (ให้เป็นตัวแทนของพระเจ้า)”

ต้นกำเนิดของพระเมสสิยาห์อยู่ในศาสนายูดาห์ ศาสนาเก่าแก่ที่สุดในกลุ่มศาสนาอับราฮัม เป็นศาสนาของชาวฮีบรู มีอับราฮัมเป็นทั้งศาสดา ประกาศก และผู้นำชนเผ่า อับราฮัมประกาศว่า เขาได้รับโองการจากพระเจ้าให้อพยพผู้คนชาวฮีบรูไปยังดินแดน “คานาอัน” (ประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน) และพระเจ้าสัญญาให้เผ่าพันธุ์ของเขาเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ กลายเป็นพันธสัญญาระหว่างพระเจ้ากับชาวยิว จึงเรียกคัมภีร์ในศาสนายูดาห์ (รวมถึงศาสนาคริสต์ในภายหลัง) ว่า “พันธสัญญา” (Testament) นั่นเอง

ในคัมภีร์ดั้งเดิมของชาวฮีบรูหรือคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิม กล่าวถึงพระเมสสิยาห์โดยหมายรวมทั้ง กษัตริย์ มหาปุโรหิต หรือผู้นำที่ได้รับการเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ พระเมสสิยาห์บางคนไม่ใช่ชาวยิวด้วยซ้ำ เพราะ พระเจ้าไซรัสมหาราช (Cyrus the Great) แห่งจักรวรรดิเปอร์เซีย ก็ถูกยกย่องให้เป็นพระเมสสิยาห์ จากคุณูปการที่พระองค์ปลดปล่อยชาวยิวในกรุงบาบิโลนให้เป็นอิสระจากการเป็นเชลย

หลังจากชาวยิวสามารถสถาปนาอาณาจักรคานาอัน มีอาณาจักรของตนเองอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ต่อมาพวกเขาต้องอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรมหาอำนาจต่างชาติ ที่ผลัดกันเข้ามาครอบครองดินแดนอิสราเอล เมื่อชาวยิวไม่ได้ปกครองตนเอง ประกอบกับการกดขี่ในยุคจักรวรรดิโรมัน พวกเขาจึงพยายามลุกขึ้นต่อต้านพวกโรมันอยู่บ่อยครั้ง แต่ถูกปราบปรามอย่างราบคาบเสมอ ความปรารถนาที่จะเป็นไททำให้ชาวยิวเฝ้ารอ “พระผู้ช่วยให้รอด” อีกครั้ง และส่งผลต่อความหมายกับตัวตนของ พระเมสสิยาห์ ที่จะปรากฏตัวต่อจากนั้น

เรื่องราวเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ ถูกต่อยอดว่าเป็นผู้นำเชื้อสายกษัตริย์ดาวิด ราชาชาวฮีบรูยุคอาณาจักรคานาอัน รวมถึงมีคำทำนายว่า ในอนาคตพระเมสสิยาห์จะเป็นกษัตริย์ผู้ปลดปล่อยชาวยิวจากการเป็นทาส สร้างยุคทองของชนชาติอิสราเอล ตลอดจนปกครองชาวยิวและทุกชนชาติในยุคสุดท้ายของโลก

เมื่อพระเยซูเริ่มออกเผยแผ่คำสอน พระวจนะของพระเจ้า และประกาศตนว่าเป็นพระเมสสิยาห์ ชาวยิวที่เชื่อและรับโองการพระเจ้าจากพระเยซู จึงกลายเป็นคริสต์ศาสนิกชน นามดังกล่าวกลายเป็นสามัญนามของคู่พระนามของพระเยซู หรือ“เยซูคริสต์” (Jesus Christ) ที่เราคุ้นหูกัน ส่วนความหมายของ “พระผู้ช่วยให้รอด” กลายเป็นการช่วยให้รอดจากบาป หรือรับการไถ่โทษก่อนวันโลกาวินาศนั่นเอง

คัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาใหม่ จึงถือว่าพระเยซูทำให้พันธสัญญาเดิมสำเร็จ เพราะพระเมสสิยาห์มาจุติยังโลกมนุษย์แล้ว ประวัติของพระเยซูในพระวรสาส์นของนักบุญมาร์ก (มาระโก) ให้ข้อมูลพงศาวลีหรือการสืบสายเลือดของพระเยซูว่า เป็นเชื้อสายของกษัตริย์ดาวิด เพื่อพิสูจน์ว่าพระองค์มีคุณสมบัติของพระเมสสิยาห์ตามที่ระบุในคัมภีร์ฮีบรู

อย่างไรก็ตาม หลักศาสนาที่เน้นเรื่องความรัก จริยธรรม ศีลธรรม ของพระเยซูนั้นต่างจากหลักการเก่าแก่ในศาสนายูดาห์ ที่มักมีพิธีกรรม การเซ่นสรวงบูชาด้วยสิ่งต่าง ๆ เป็นเหตุให้การประกาศศาสนาของพระเยซูไปริดรอนผลประโยชน์ของเหล่าผู้นำศาสนายูดาห์

ณ ช่วงเวลาที่พระเยซูสอนศาสนานั้น ชาวยิวจึงแบ่งเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ ชาวคริสต์ กลุ่มที่เชื่อในสถานะ “พระบุตร” และพระเมสสิยาห์ของพระเยซู กับกลุ่มที่ปฏิเสธสถานะข้างต้น ทั้งเฝ้ารอพระเมสสิยาห์ต่อไป โดยเป็นกลุ่มหลังที่มีส่วนทำให้พระเยซูถูกตรึงกางเขนจนสิ้นพระชนม์

หากพิจารณากว้าง ๆ แนวคิดเรื่อง “พระผู้ช่วยให้รอด” เป็นหลักการที่มักจะปรากฏอยู่ในลัทธิความเชื่อและศาสนาต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะศาสนาที่เชื่อในเรื่องการสิ้นโลกหรือวันโลกาวินาศ โดยพบบุคคลที่สามารถเทียบได้กับ พระเมสสิยาห์ ในศาสนาอื่น ๆ (เป็นเพียงการเปรียบเปรย)

เช่น ศาสนาอิสลาม แม้ตามตำราหะดีษ (Hadith) จะระบุว่า พระเยซู หรือ “อีซา” คือหนึ่งในนบี (ประกาศก) และมะซีฮ์ (เมสสิยาห์) ผู้ที่พระเจ้าส่งมาช่วยวงศ์วานอิสราเอลตามพันธสัญญา แต่ในฐานะที่พระมูฮัมหมัดเป็น “นบี” คนสุดท้าย ท่านจึงมีความใกล้เคียงกับการเป็นพระผู้ช่วยให้รอดมากกว่าพระเยซู ในทัศนะของชาวมุสลิม

แม้แต่ในพุทธศาสนานิกายมหายาน ยังมีเรื่องของ “พระศรีอริยเมตไตรย” ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ถัดจากพระโคตมพุทธเจ้า (องค์ปัจจุบัน) และศาสนาโซโรอัสเตอร์ของเปอร์เซียโบราณ ยังเล่าถึงบุตรแห่งโซโรอัสเตอร์ผู้ล่วงลับ ที่จะฟื้นคืนชีพและชำระล้างโลกในยุคสุดท้าย ต่างมีหลักการอธิบายถึง “พระผู้ช่วยให้รอด” ก่อนกาลอวสานของโลกแบบเดียวกับศาสนากลุ่มอับราฮัม

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์, มติชนออนไลน์ (27 พฤศจิกายน 2562) : ศาสนาคริสต์. (ออนไลน์)

ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย, www.churchofjesuschrist.org (สืบค้นวันที่ 26 ธันวาคม 2565) : พระเมสสิยาห์. (ออนไลน์)

Encyclopaedia Britannica (Retrieved Dec 26, 2022) : messiah, religion. (Online)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 ธันวาคม 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระเมสสิยาห์ (Messiah) หรือ “พระผู้ช่วยให้รอด” ไม่ได้มีเพียงพระเยซู?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...