โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ข้อเท็จจริงไฟทดแทน 5,200 MW

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 23.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

จากการสร้างจินตนาการ ปลุกปั่นให้เกิดความเข้าใจ มาสู่ความกังวลว่า “การรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5,200 เมกะวัตต์”เป็นตัวการทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น แถมสร้างภาระงบประมาณแผ่นดินกว่าแสนล้านบาท นั่นทำให้บางกลุ่มก้อนทางสังคมใช้เป็นเหตุเรียกร้องให้ยกเลิกสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนดังกล่าว

เรื่องนี้ “วัฒนพงษ์ คุโรวาท” ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) มีการชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริง อย่างน่าสนใจ..เริ่มจากการรับซื้อไฟฟ้าจำนวน 5,203 เมกะวัตต์ เป็นการดำเนินการจากมติกพช.วันที่ 6 พ.ค. 2565และมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว ปัจจุบันมีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA )แล้ว เป็นส่วนใหญ่และบางโครงการได้มีการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว

การยกเลิกสัญญาที่ลงนามไปแล้วจึงไม่อาจทำได้และหากจะมีการยกเลิกโครงการ ที่ไม่ลงนามสัญญาส่วนที่เหลือกว่า 10 สัญญาจะทำให้เกิดข้อขัดแย้งกับสัญญาที่ลงนามไปแล้ว และเป็นการดำเนินการแบบ 2 มาตรฐานระหว่างกลุ่มโครงการที่ได้มีการลงนามสัญญาแล้วและโครงการที่ยังไม่ได้ลงนามสัญญา..!!

สำหรับสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าว มีต้นทุนรับซื้อไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 2.7 บาทต่อหน่วย

-โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ อัตรา 2.18 บาทต่อหน่วย

-โครงการพลังงานลม อัตรา 3.10 บาทต่อหน่วย

-โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BESS (ระบบเดินไฟในแบตเตอรี่) อัตรา 2.83 บาทต่อหน่วย

เห็นได้ชัดว่า..ราคาดังกล่าว ต่ำกว่าค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ย (Grid Parity) ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) โดยข้อมูล ณ สิ้นมีนาคม 2568 มีค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยประมาณ 3.18 บาทต่อหน่วย

ดังนั้นการรับซื้อไฟฟ้าจะไม่ทำให้ราคาค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น แต่ในทางกลับกันตรงกันข้ามการรับซื้อไฟฟ้า จะทำให้ค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยลดลง เนื่องจากมีราคารับซื้อไฟฟ้าต่ำกว่าค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ย.! โดยการรับซื้อไฟฟ้าทดแทนจะช่วยให้ค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยลดลงประมาณ 4,574 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้การรับซื้อไฟฟ้าทดแทน จะช่วยให้ประเทศไม่เสียโอกาสการลงทุนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอันเป็นเชื้อเพลิงพลังงานสะอาด มีอัตรารับซื้อระดับเหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ ไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าในภาพรวม และช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางด้านราคาค่าไฟฟ้าของประเทศได้ระยะยาว

อีกนัยสำคัญการรับซื้อไฟฟ้าข้างต้น เป็นการช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้า และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย ให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ตามการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) 30-40% ภายในปีพ.ศ. 2573 การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปีพ.ศ. 2593 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emission) ภายในปีพ.ศ. 2608

อีกทั้ง “ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของไทย” ที่จะรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของผู้ประกอบการภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และเพื่อเสริมสร้างความสามารถการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ ด้วยการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

นี่คือ..ข้อเท็จจริงว่าด้วยเรื่องการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5,200 เมกะวัตต์ ที่เชื่อว่าน่าจะทำให้หลายฝ่ายได้รับ “ข้อเท็จจริง” อย่างแท้จริง..เพื่อช่วยลดทอน “จินตนาการอันบิดเบือน” ลงได้ไม่น้อยทีเดียว..!!?

เล็กเซียวหงส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...