โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาส่องเทรนด์แฟชั่นสาวแกลใน 3 ช่วงยุคสมัย

conomi

อัพเดต 24 เม.ย. 2568 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 00.00 น. • conomi.co

พูดถึงสาวแกล (Gal) เพื่อน ๆ ก็คงจะนึกถึงกลุ่มเด็กสาวที่พากันแต่งตัวฉูดฉาดตามแฟชั่น ผิวแทน ผมบลอนด์ แต่งหน้าจัดจ้าน ซึ่งเป็นภาพจำของสาวแกลสุดคลาสสิกในยุคเฮเซ แต่ความจริงแล้วแฟชั่นของเหล่าสาวแกลก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยไม่ต่างจากแฟชั่นอื่น ๆ ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงวิวัฒนาการแฟชั่นสาวแกลจากยุคโชวะ เฮเซ และเรวะกันค่ะ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง

ความหมายของคำว่า “Gal”

Gal เป็นคำแสลงในภาษาอังกฤษ หมายถึงเด็กสาวที่มีบุคลิกร่าเริงสดใส ชอบเข้าสังคม แต่งตัวอินเทรนด์ตามแฟชั่น โดยทั่วไปมักใช้กับเด็กผู้หญิงที่อายุอยู่ในช่วงวัยรุ่นหรือวัยทีน แต่เมื่อเทรนด์แฟชั่นเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ลักษณะของสาวแกลก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย สาวแกลไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงเด็กสาววัยรุ่นเสมอไป แต่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็สามารถสนุกสนานกับแฟชั่นสาวแกลได้ทั้งนั้น

สาวแกลยุคโชวะ

ยุคโชวะอยู่ในช่วงปี 20-80 ในสมัยนั้นคำว่าแกลยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สาวแกลในตอนนั้นจึงมีอิมเมจของเด็กเกเร แยงกี้ มีความต่อต้าน ความดื้อรั้น และแฟชั่นของเด็กเกเรก็ได้รับความนิยมอย่างมาก

สาวแกลยุคโชวะสวมชุดนักเรียนดัดแปลง

หลังสงคราม เมื่อเครื่องแบบนักเรียนถูกยกเลิกเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพ ชุดนักเรียนดัดแปลงก็กลายเป็นที่นิยมอย่างมาก ในหมู่เด็กผู้ชายจะนิยมสวมเสื้อตัวสั้นและกางเกงขาพอง ขณะที่ในหมู่เด็กผู้หญิงจะนิยมกระโปรงยาว กลายเป็นภาพลักษณ์ว่าเด็กสาวเกเรจะใส่กระโปรงที่ยาวมาก ๆ หากใครเคยดูหนังหรือซีรีส์ญี่ปุ่นที่เนื้อเรื่องอยู่ในยุคโชวะจะต้องเคยเห็นแฟชั่นเหล่านี้มาบ้างแน่นอน บ้างก็เย็บซับในใหม่ เปลี่ยนกระดุม ฯ เพื่อให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการแสดงออกถึงการต่อต้านสังคมของเด็กวัยรุ่น

โดยในบรรดาชุดนักเรียนดัดแปลงต่าง ๆ สไตล์ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในหมู่เด็กสาวยุคโชวะคือ สไตล์สึเคบัง (スケ番 : หัวหน้าแก๊งผู้หญิง) ม้วนถุงเท้าลงไปถึงข้อเท้า กระโปรงยาวและเสื้อตัวสั้นเอวลอยจนเห็นสะดือ ในยุคนั้นแฟชั่นสไตล์สึเคบังแพร่หลายอย่างกว้างขวางจากละครโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำคิ้วบาก ทำรองเท้าผ้าใบให้ดูเก่า ๆ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นอิมเมจของสาวเกเรสุดคลาสสิกเลยทีเดียว

สาวแกลยุคโชวะทำทรงผมเซโกะจัง

ยุคโชวะเป็นยุครุ่งเรืองของเหล่าไอดอลโดยเฉพาะมัตสึดะ เซโกะ ไอดอลในช่วงยุค 80 ที่ทรงผมของเธอได้รับความนิยมมากในหมู่สาวยุคโชวะ เป็นทรงบ๊อบดัดลอนออกข้างนอก เรียกว่าทรงเซโกะจัง ไม่ว่าจะเป็นเด็กสาวเกเรหรือเด็กสาวทั่วไปต่างก็ทำผมทรงนี้ ในช่วงครึ่งแรกของยุคฟองสบู่ ความนิยมทรงเซโกะจังก็เริ่มเบาบางลงและทรงผมแบบ One Lenght ก็กลายเป็นที่นิยมแทน

การมาถึงของชุดเบลเซอร์

ในยุคโชวะ เครื่องแบบมาตรฐานของนักเรียนหญิงคือชุดกะลาสี ชุดนักเรียนดัดแปลงของเหล่าสาวแกลก็ดัดแปลงไปตามชุดกะลาสี แต่เมื่อเริ่มมีการใช้ชุดเบลเซอร์จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับสาวแกล เครื่องแบบเบลเซอร์ก็เป็นชุดนักเรียนที่คุ้นตากันดีในยุคปัจจุบัน เป็นสไตล์ที่ผสมผสานเสื้อเชิ้ต เนคไท เสื้อเบลเซอร์ และกระโปรงลายสก็อต ชุดนี้ดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมากทั่วประเทศ และกลายเป็นตัวแบ่งสาวแกลออกเป็น 2 ประเภทคือประเภทชุดเบลเซอร์และประเภทชุดกะลาสี

ตัวอย่างการแต่งกายชุดนักเรียนของสาวแกลยุคโชวะสามารถเห็นได้จากตัวละคร จุนโกะ จากซีรีส์เรื่อง ท่องเวลามาผิดยุค (Extremely Inappropriate!)

View this post on Instagram

A post shared by 【公式】「不適切にもほどがある!」来春SPドラマ放送決定! (@futeki_tbs)

View this post on Instagram

A post shared by Hiroaki Muramatsu (@murahiro7)

สาวแกลยุคเฮเซ

View this post on Instagram

A post shared by すずけい(suzukei) (@suzukei_55)

ในยุคเฮเซนี้เองที่ภาพลักษณ์ของสาวแกลเริ่มได้รับการยอมรับในสังคม ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเด็กเกเร แยงกี้ เหมือนยุคโชวะ แต่ถูกมองว่าเป็นสาวทันสมัยที่อินเทรนด์ แต่งตัวจัดจ้าน โดยมีลักษณะ เช่น

สาวแกลยุคเฮเซ ผมสีน้ำตาล/บลอนด์

ยิ่งสีผมสว่างเท่าไหร่ ก็ยิ่งน่ารักขึ้นเท่านั้น! สำหรับสาวแกลยุคเฮเซ การย้อมผมเป็นสีน้ำตาลและสีบลอนด์ถือเป็นเรื่องปกติจนเรียกได้ว่าถ้าอยากดูเหมือนสาวแกล ต้องเริ่มย้อมผมก่อนเป็นอย่างแรก ในช่วงต้นถึงกลางยุคเฮเซเป็นช่วงเวลาที่คนหนุ่มสาวเริ่มนิยมย้อนสีผมกัน เพราะแค่ย้อมผมเป็นสีน้ำตาลก็จะให้ลุคที่ดูดื้อ ดูซนขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสาวแกลที่อินเทรนด์จึงแห่กันย้อมสีผมให้อ่อนลง

สาวแกลยุคเฮเซ อบผิวแทน

สำหรับสาวแกลยุคเฮเซ ร้านทำผิวแทนถือเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมสาวแกล มีร้านทำผิวแทนเรียงรายอยู่ใจกลางเมืองและได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ในช่วงครึ่งหลังของยุคเฮเซ กระแสผิวขาวกลับมาได้รับความนิยมและร้านทำผิวแทนก็เริ่มเบาบางลงไป แต่ภาพลักษณ์ว่า สาวแกล=ผิวแทน ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งผิวสีแทนก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในการแต่งหน้าแบบกังกุโระอีกด้วย

สาวแกลยุคเฮเซ ลักษณะที่ 3 : กระโปรงสั้น

ชุดนักเรียนของสาวแกลในยุคเฮเซคือยิ่งกระโปรงสั้นยิ่งน่ารัก กระโปรงที่ยาวถึงเข่าจะดูธรรมดาและเชย ไม่ว่าจะเป็นชุดนักเรียนแบบเบลเซอร์หรือกะลาสีต่างก็สวมกระโปรงสั้นกันจนเห็นต้นขา แม้กระทั่งในฤดูหนาวหรือในวันที่หิมะตก อยากสวยต้องอดทนของแท้

สาวแกลยุคเฮเซสวมชุดนักเรียนโอเวอร์ไซส์

สาวแกลยุคเฮเซจะนิยมใส่ชุดนักเรียนหลวม ๆ แบบทรงโอเวอร์ไซส์ ต่างจากกระโปรงที่ต้องให้สั้นเข้าไว้ ยิ่งใส่เสื้อตัวบนหรือคาร์ดิแกนหลวม ๆ กระโปรงสั้นและต้นขาก็จะยิ่งดูโดดเด่นมากขึ้น อีกทั้งถุงเท้าหลวมแบบย่นก็ฮอตฮิตมากจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของสาวแกลมาจนถึงปัจจุบัน

ตัวอย่างการแต่งกายชุดนักเรียนแบบแฟชั่นของสาวแกลยุคเฮเซสามารถพบเห็นได้จากเหล่านางแบบนิตยสาร egg นิตยสารแฟชั่นสไตล์สาวแกล

View this post on Instagram

A post shared by Yusuke Yoshida (@y2photograph)

View this post on Instagram

A post shared by egg公式🌈 (@new_eggofficial)

สาวแกลยุคเรวะ

สาวแกลยุคเรวะยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของสาวแกลยุคเฮเซ แต่จะเริ่มมีความเป็นผู้หญิงและความอ่อนหวานเรียบร้อยมากขึ้น ไม่ได้จัดจ้านฉูดฉาดเท่ายุคก่อน มีค่านิยมและแนวคิดที่แตกต่างไปจากเดิม

ยุคเรวะผิวสีไหนก็เป็นสาวแกลได้!

ในยุคเรวะ เรียกได้ว่าอิมเมจของสาวแกลได้ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มตามความหมายเดิมคือหญิงสาวที่อินเทรนด์ตามแฟชั่น ยุคเรวะเป็นยุคสมัยแห่งความหลากหลาย สาวแกลในยุคนี้จึงมีสีผิวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะผิวแทนหรือผิวขาวก็คือสาวแกล แม้กระทั่งสไตล์การแต่งตัวที่แตกต่างกัน ทั้งหมดก็คือสาวแกล แต่โดยรวมแล้วมีแนวโน้มที่จะนิยมผิวขาวเป็นหลัก แม้แต่สาว ๆ ที่ชอบผิวสีแทนก็อยากได้ผิวสีน้ำตาลอ่อนดูสุขภาพดีมากกว่าผิวสีแทนเข้ม ๆ แบบสาวแกลยุคเฮเซ

สาวแกลยุคเรวะ เมคอัพไม่จัดแต่ตาต้องสวย

สาวแกลยุคเรวะมีลักษณะเด่นคือการแต่งตาแบบเป็นธรรมชาติมากกว่าสาวแกลยุคเฮเซ การแต่งหน้าจะไม่ฉูดฉาดเลย แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือขนตาปลอมและเทปตาสองชั้นเพื่อให้ดวงตาดูสดใสขึ้น บ้างก็ไปทำศัลยกรรมตาสองชั้น เคล็ดลับการแต่งหน้าสไตล์สาวแกลยุคเรวะคือดูน่ารักแต่ไม่ฉูดฉาด

สาวแกลยุคเรวะ ทำทรงผมตามความชอบ

ในขณะที่สาวแกลยุคโชวะนิยมทรงผมแบบเซโกะจัง และสาวแกลยุคเฮเซนิยมผมสีน้ำตาลและสีบลอนด์ สาวแกลยุคเรวะจะนิยมเลือกทรงผมที่เหมาะกับบุคลิกของตัวเอง ดังที่กล่าวไปคือเป็นยุคแห่งความหลากหลาย ต่างคนต่างก็ชอบทรงผมต่างกันไป สาวแกลยุคเรวะจะมีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนทรงผมและสีผมเพื่อให้เหมาะกับตนเองและเข้ากับเทรนด์ใหม่ ๆ เสมอ แม้ว่าในตอนแรกอาจดูเหมือนทรงผมธรรมดา แต่เมื่อแต่งตัว แต่งหน้า จัดทรงเล็กน้อย ก็ดูเปล่งประกายขึ้นมาได้ทันที

สาวแกลยุคเรวะ ไม่ได้อยากเป็นเหมือนใคร แค่อยากเป็น “ตัวเอง”

ทั้งยุคโชวะและเฮเซล้วนมีไอดอลสาวแห่งยุคที่เหล่าสาวแกลต่างชื่นชอบและใฝ่ฝัน แต่ในยุคเรวะนั้นไม่มีไอคอนสาวผู้ทรงเสน่ห์ในหมู่สาวแกลเลย ด้วยแนวคิดสมัยใหม่และความหลากหลายทางสังคม สาวแกลยุคเรวะไม่มีความปรารถนาที่จะเป็นเหมือนใคร แต่จะให้ความสำคัญกับการเป็นสาวแกลในแบบของตัวเอง นำจุดเด่นหรือข้อดีของผู้คนมาผสมผสานกันเพื่อแสวงหาความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อิสระของสาวแกลในยุคเรวะเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเธอมีเสน่ห์โดยไม่ต้องมีบรรทัดฐานใด ๆ มากำหนดรูปแบบของความงาม

แม้ว่าเทรนด์แฟชั่นและการแต่งหน้าจะเปลี่ยนไป แต่จิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของสาวแกลก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง พวกเธอยังคงเป็นพลังบวกที่แสนสดใสร่าเริงให้กับสังคมได้เสมอ น่าตื่นเต้นนะคะว่าเทรนด์ของสาวแกลในอนาคตจะมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรอีกบ้าง

สรุปเนื้อหาจาก noiseandkisses

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...