โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กทม. นำเทคโนโลยีควบคุมสัญญาณไฟจราจร นำร่อง 3 เส้นทาง ถนนรัชดาภิเษก ถนนประเสริฐมนูกิจ ถนนราชพฤกษ์

สวพ.FM91

อัพเดต 17 ก.ค. 2566 เวลา 12.59 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2566 เวลา 09.30 น.

กรุงเทพมหานคร นำเทคโนโลยีควบคุมสัญญาณไฟจราจร นำร่อง 3 เส้นทาง ได้แก่ ถนนรัชดาภิเษก ถนนประเสริฐมนูกิจ ถนนราชพฤกษ์

(17 ก.ค.66) นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมสัมมนาการศึกษาจัดทำโมเดลการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการจราจร กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) เขตราชเทวี

รองผู้ว่าฯ วิศณุ เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาจราจรเป็นเรื่องที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญ ใช้ข้อมูลช่วยในการบริหารจัดการรวมถึงใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการควบคุมสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณจราจรในแต่ละช่วงเวลาด้วย โดยจะเริ่มจากจุดสำคัญ 3 เส้นทางนำร่องซึ่งเป็นถนนสายหลักที่มีปัญหาจราจรติดขัด ได้แก่ ถนนรัชดาภิเษก (อยู่ในความรับผิดชอบของกทม.) ถนนประเสริฐมนูกิจ (อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง) ถนนราชพฤกษ์ (อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท) โดยการปรับสัญญาณไฟจราจรให้ฉลาดขึ้น วิธีการคือปรับสัญญาณไฟจราจรให้มีข้อมูลจากปริมาณจราจรที่แท้จริง วิเคราะห์ปริมาณจราจรจากกล้องที่มีอยู่แล้ว สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จึงทำระบบ AI ขึ้นมาเพื่อดูปริมาณจราจรในแต่ละช่วงเวลา วิเคราะห์จุดติดจุดฝืดในช่วงเวลาต่างๆ และหาวิธีการแก้ไข เช่น การปรับสัญญาณไฟให้สอดคล้องกับปริมาณจราจร ซึ่ง 3 เส้นทางดังกล่าวจะนำร่องด้วยวิธีการนี้และจะเริ่มดำเนินการทำทันที ทั้งนี้กล้องใน กทม. 60,000 ตัว ที่มีอยู่ขณะนี้ ใช้ดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ที่ใช้ในด้านจราจรมีเพียง 1,000 กว่าตัว รวมถึงคุณภาพกล้องและมุมกล้องอาจไม่สอดคล้องที่จะนำมาใช้ร่วมกับโครงการนี้ ต้องมีการปรับปรุงและติดตั้งกล้องเพิ่มบางเส้นทาง คือ ถนนรัชดาภิเษก เนื่องจากมีหลายทางแยก ปริมาณกล้องยังไม่ครอบคลุม

การเปิดสัญญาณไฟจราจรเดิมทีมีการวิเคราะห์ปริมาณจราจรจริง แต่เป็นการกำหนดเป็นช่วงๆ ลักษณะต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ช่วงเช้า กลางวัน เย็น หรือ เสาร์ อาทิตย์ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับปริมาณจราจรที่แท้จริง โดยการดำเนินการโครงการนี้จะทำครอบคลุม 127 จุด ผลการศึกษาคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่ง 127 จุดดังกล่าวเป็นจุดที่ปรับได้ไม่ยาก เป็นการแก้ปัญหาใช้ระยะเวลาสั้น และใช้งบประมาณให้น้อยที่สุด โดยกทม. ตั้งเป้าเรื่องการจราจรต้องดีขึ้นภายใน 1 ปี

นอกจากการปรับสัญญาณไฟจราจรแล้วยังมีข้อเสนอแนะอื่นๆ เช่น การปรับกายภาพ การปรับคอขวด ปรับจุดกลับรถ ปรับป้ายรถเมล์ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้มีการวิเคราะห์ที่ผ่านมาทำให้เห็นภาพปัญหาแต่ละจุด กทม. จะนำข้อมูลที่ทาง สนข. ศึกษามาไปดำเนินการต่อ เพื่อให้เป็นการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...