โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“มาม่า” ยื่นขอปรับราคาเป็น 7 บาท คาดได้รับอนุมัติหลังต้นทุนพุ่งสูง เล็งดันสินค้าพรีเมี่ยม “มาม่าโซเดียมต่ำซองละ 8 บาท”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ก.ค. 2565 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2565 เวลา 10.11 น.

นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.สหพัฒนพิบูล (SPC) และกรรมการ บมจ.ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ (TFMAMA) คาดว่ายอดขายของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์หลักคือ มาม่า ทั้งปี 65 จะเติบโตได้ราว 3-5% สอดคล้องกับตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หลังจากครึ่งปีแรกเติบโตราว 7% ใกล้เคียงกับตลาดรวม

แม้ว่าครึ่งปีหลังกำลังซื้อคาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เชื่อว่าสินค้าอย่าง มาม่า ยังเป็นทางเลือกของผู้บริโภคที่ราคาถูกที่สุด ขณะที่ประเด็นต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้นนั้น ที่ผ่านมาบริษัทได้ยื่นขอกระทรวงพาณิชย์เพื่อปรับขึ้นราคาสินค้า มาม่า เพิ่มขึ้นซองละ 1 บาท เป็น 7 บาท ปัจจุบันอยู่ในกระบวนการพิจารณา ซึ่งเชื่อว่าภาครัฐจะอนุญาตให้ปรับขึ้นราคาให้ในที่สุด เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและสต็อกวัตถุดิบเดิมก็หมดไปแล้ว

"เรามั่นใจว่ากระทรวงพาณิชย์จะปรับขึ้นราคามาม่า แต่เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น เรามีหน้าที่ทำตาม ซึ่งที่ผ่านมาทางกระทรวงพาณิชย์ก็มีการขอข้อมูลเพิ่มเติม และเราก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเชื่อว่ากระทรวงพาณิชย์เข้าใจอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าต้องทำตามขั้นตอน"

นายเวทิต กล่าวอีกว่า นอกจากนี้บริษัทออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในหมวดสินค้าพรีเมียม ซึ่งมีราคาสูงขึ้นจากราคาสินค้าพื้นฐาน แต่เชื่อว่าจะยังเติบโตได้ดี โดยล่าสุด มาม่า ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ "มาม่า สูตร Less Sodium" 4 รสชาติ ได้แก่ รสต้มยำกุ้ง รสหมูสับ รสต้มยำกุ้งน้ำข้น รสเส้นหมี่น้ำใส ในราคา 8 บาท มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคเหมือนกับที่ผ่านมา

นอกจากนี้ มาม่า ยังมีแผนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องที่นอกเหนือจากสินค้าพรีเมียมดังกล่าว เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงที่เหลือของปี อีกทั้งการตลาดในช่องทางใหม่ๆ อย่าง Metaverse เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยล่าสุด ได้เปิดตัว NFT COLLECTION ภายในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 26 เพื่อให้ผู้บริโภคได้ร่วมสนุก และสะสม NFT ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก

ในฐานะผู้บริหารเครือสหพัฒน์ นายเวทิต กล่าวด้วยว่า แม้กระทรวงพาณิชย์ขอให้บริษัทตรึงราคาขายสินค้าไว้ก่อน แต่ปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เพราะยังสามารถทำกำไรได้ เนื่องจากบริษัทมีการส่งออกสินค้าด้วย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 20-30% และยังมีการขายสินค้าอื่นๆ ส่วนการขึ้นราคาสินค้าอื่นๆ ในเครือบริษัทก็มีการขยับขึ้นตามต้นทุนไปบ้างแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...