โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำมังคุด “จันทรส” สินค้าแปรรูปขายดี ฝีมือวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าศาลา สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 10 พ.ค. 2565 เวลา 01.59 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2565 เวลา 21.03 น.

จันทบุรี จังหวัดที่มีสภาพภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยป่าไม้ ภูเขา และแหล่งน้ำ จึงไม่แปลกที่จะเห็นประชากรส่วนใหญ่ในจังหวัดนิยมประกอบอาชีพเกษตรกรรมและประมงมากที่สุด และไม่เพียงแต่ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่เอื้ออำนวยเพียงอย่างเดียว แต่เกษตรกรที่นี่ยังมีความสามารถในการจัดการสวนผลไม้ให้มีคุณภาพ ทำให้จังหวัดจันทบุรีกลายเป็นเมืองแห่งผลไม้ หากใครอยากรับประทานผลไม้ที่อร่อยที่สุดต้องมาที่จันทบุรี แต่เมื่อประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตร บางครั้งก็อาจทำให้เกิดวิกฤตสินค้าล้นตลาดขึ้นมา เพราะฉะนั้น การเกษตรต้องไม่เพียงแต่ปลูกได้ ขายเป็น แต่ต้องรู้จักวิธีการต่อยอดผลผลิตแปรรูปสร้างมูลค่าเพื่อหลุดพ้นปัญหาสินค้าล้นตลาดอีกด้วย

คุณอรชร เพิ่มพวก หรือพี่อร อยู่บ้านเลขที่ 31/1 หมู่ที่ 3 ตำบลรำพัน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าศาลา ผู้ริเริ่มการแปรรูปน้ำมังคุดจันทรส เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำ จนทุกวันนี้เธอสามารถหลีกหนีจากปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการนำมังคุดที่สุกเกินไปไม่สามารถส่งออกเป็นผลสดได้ นำมาแปรรูปเป็นหลากหลายผลิตภัณฑ์จากมังคุด ไม่ว่าจะเป็น น้ำมังคุด 70 และ 100 เปอร์เซ็นต์ สบู่มังคุด สบู่เหลวจากเปลือกมังคุด ยาหม่องจากเปลือกมังคุด และอีกมากมาย ตามมาดูกันว่าพี่อรมีวิธีการและแนวคิดแปรรูปผลิตภัณฑ์อย่างไรบ้าง

เริ่มต้นจากการเป็นชาวสวน สู่ผู้แปรรูป

ผลิตภัณฑ์จากมังคุดมืออาชีพ

พี่อร เล่าว่า เดิมตนเองประกอบอาชีพเกษตรทำสวนผลไม้ ปลูกทุเรียน ลองกอง เงาะ พริกไทย และปลูกมังคุดประมาณ 2 ไร่ ปัจจุบันก็ยังปลูกอยู่ ผลผลิตดกมากถึง 2 ตัน ต่อไร่ คุณภาพของผลผลิตได้มาตรฐาน ส่งออกประเทศจีนปีละ 4 ตัน โดยผ่านพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ ราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่กิโลกรัมละ 100-150 บาท เป็นไปตามขนาดของลูก ถ้าลูกใหญ่ ผิวสวย หูเขียว และเก็บช่วงที่มังคุดเริ่มเกิดจุดแต้ม หมายถึงไม่ได้อยู่ในระยะที่รับประทานได้ แต่จะสุกพร้อมรับประทานพอดีเมื่อสินค้าส่งไปถึงประเทศจีน ก็จะขายได้ราคาแพง ส่วนลูกเล็กไซซ์รองลงมาราคาจะลดไปตามลำดับแต่จะไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาท และในส่วนของมังคุดที่สุกเกินไม่สามารถส่งออกได้ก็จะนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าต่อไป

ซึ่งในขั้นตอนของการคิดค้นพัฒนานำมังคุดที่ส่งออกไม่ได้มาแปรรูป สืบเนื่องจากเมื่อปี 52 ชาวสวนจันทบุรีเกือบทั้งหมดรวมถึงตนเองด้วย ต้องประสบกับวิกฤตผลผลิตมังคุดราคาตกต่ำมาก ราคากิโลกรัมละ 2-3 บาท หรือถ้าใครยังจำได้ช่วงนั้นทีวีออกข่าวทุกวันว่าชาวสวนนำมังคุดมาเททิ้งตามข้างถนนทุกวันเพราะไม่มีทางออก และตั้งแต่นั้นมาทางชุมชนจึงมีการประชุมเพื่อหาทางออกและได้ข้อสรุปว่าชาวบ้านท่าศาลาจะดำเนินการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกันเกิดขึ้น เพื่อระดมความคิด ระดมแรงกายแรงใจ ช่วยกันนำมังคุดที่ราคาตกมาแปรรูปให้เกิดมูลค่า เพราะมังคุดขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีผลไม้ย่อมสามารถสร้างประโยชน์ได้อีกมากมาย ดีกว่าการนำไปทิ้ง

โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ศึกษาอ่าวคุ้งกระเบนฯ ส่งสมาชิกกลุ่มไปอบรมการแปรรูปมังคุดที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี แล้วนำความรู้ที่ได้มาต่อยอด ซึ่งการทำในช่วงแรกๆ ได้เกิดปัญหาขึ้นหลายอย่างจากความที่เป็นมือใหม่ด้วย และในเรื่องของอุปกรณ์ก็ยังไม่พร้อม แต่ทางกลุ่มก็ไม่ย่อท้อพยายามลองผิดลองถูก ลองชิมไปเรื่อยๆ พยายามขวนขวายอุปกรณ์หม้อไม่มีก็ไปหายืมจากที่วัดมาทำ ในช่วงแรกมีการนำผลิตภัณฑ์แปรรูปไปจำหน่ายในตำบลและจังหวัดใกล้เคียงก่อน ผลตอบรับค่อนข้างดี จึงเริ่มมีกำลังใจและเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สินค้าของกลุ่มติดตลาดและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคให้ได้

ซึ่งหลังจากนั้นทางกลุ่มได้มีการพัฒนาคุณภาพขึ้นเรื่อยๆ ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ศึกษาอ่าวคุ้งกระเบนฯ มอบเงินหมุนเวียน และสนับสนุนเครื่องแยกเนื้อมังคุดให้กับทางกลุ่มเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้คุณภาพตามมาตรฐาน อย. อีกด้วย

กระบวนการแปรรูปน้ำมังคุด 100 เปอร์เซ็นต์

พี่อร บอกว่า ลักษณะมังคุดที่เหมาะแก่การนำมาแปรรูปคือ มังคุดสุกดำ รสชาติจะกลมกล่อม หวานอมเปรี้ยว ส่วนกระบวนการแปรรูปมีดังนี้

  • นำมังคุดที่ผ่านการคัดเลือกคุณภาพแล้วมาล้างทำความสะอาด
  • จากนั้นทำการตัดจุก ปอกเปลือก แกะเอาเนื้อออก
  • นำเนื้อที่แกะไปคว้านแยกเมล็ดออกด้วยเครื่องแยกเมล็ด (เนื้อมังคุดที่ปอกเปลือกแล้ว 85 กิโลกรัม สามารถแปรรูปเป็นน้ำมังคุด 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ประมาณ 1,000 ขวด)
  • แล้วนำเฉพาะเนื้อที่แยกออกมาได้ไปต้มให้เดือดประมาณ 15 นาที เพื่อฆ่าเชื้อ
  • นำบรรจุใส่ขวดที่เตรียมไว้ แล้วนำไปนึ่งฆ่าเชื้ออีกครั้ง
  • หลังจากนั้น นำออกมาน็อกด้วยน้ำเย็น แล้วพักไว้ 1 อาทิตย์ เพื่อตรวจสอบคุณภาพว่าผลิตภัณฑ์มีการเปลี่ยนสีไหม รวมถึงการตรวจเช็คเชื้อราและแบคทีเรียจนแน่ใจว่าปลอดภัยต่อผู้บริโภค ถึงจะนำไปสู่กระบวนการจำหน่าย

พี่อร บอกต่อว่า กระบวนการแปรรูปน้ำมังคุดถือว่าไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก เพียงต้องอาศัยความขยันและความตั้งใจ หากทุกคนทำได้วิธีการนี้ถือเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีมาก ให้คิดง่ายๆ ว่าราคามังคุดผันผวนทุกปี บางปีราคากิโลกรัมละ 30-35 บาท ขายไปไม่เห็นทุนเห็นกำไร แต่ถ้าลองเปลี่ยนวิธีคิดมีการแปรรูปสร้างมูลค่า ยกตัวอย่างน้ำมังคุด 100 เปอร์เซ็นต์ 1 ขวด ใช้มังคุด 4 ลูก ราคาขายขวดละ 40 บาท เท่ากับว่าเราสามารถเพิ่มมูลค่าให้มังคุดได้ถึงลูกละ 10 บาท แตกต่างจากการขายผลสดเป็นกิโลอย่างเห็นได้ชัด

จุดเด่นน้ำมังคุดจันทรส…แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เรามั่นใจเพราะมังคุดทุกลูกเราปลูกแบบอินทรีย์ทั้งหมด

ปริมาณยอดขายต่อเดือน…สัปดาห์ละ 1,500 ขวด เฉลี่ยต่อเดือน 6,000 ขวด มีออเดอร์สั่งซื้อจากมูลนิธิชัยพัฒนาทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1,000 ขวด มีหน้าร้านที่ศูนย์ศึกษาอ่าวคุ้งกระเบน และรับจัดกระเช้าในโอกาสต่างๆ รวมถึงการขายผ่านช่องทางออนไลน์บนเพจ มังคุดจันทรส อีกด้วย โดยมีกลุ่มลูกค้าเป็นคนรักสุขภาพ เนื่องจากมังคุดมีสรรพคุณทางยามากมาย ซึ่งในสมัยรุ่นปู่ย่าตายายก็มีการใช้เปลือกมังคุดมาเป็นยาสมานแผลอีกด้วย

รายได้…คิดเป็นหลักแสนบ้านต่อเดือน นับว่าเป็นรายได้ที่เกินความคาดหมาย จากที่เมื่อก่อนสมาชิกบางคนมีรายได้ไม่พอใช้ แต่ปัจจุบันนี้ทุกคนมีเงินพอใช้จ่าย และสมาชิกทุกคนรักกัน ดูแลกัน ทำงานด้วยความสนุก ความสามัคคี โดยทางกลุ่มมีวิธีการจัดการรายได้ให้กับสมาชิกทุกคนอย่างยุติธรรม สมาชิกจะได้ค่าตอบแทนชั่วโมงละ 50 บาท และจะมีการปันผลปีละครั้ง คิดง่ายๆ จากรายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จะหักเข้ากลุ่ม 45 เปอร์เซ็นต์ ตอบแทนคณะกรรมการ 20 เปอร์เซ็นต์ ปันผล 30 เปอร์เซ็นต์ สาธารณประโยชน์ 2 เปอร์เซ็นต์ และสวัสดิการ 3 เปอร์เซ็นต์ ครบ 100 เปอร์เซ็นต์พอดี

ฝากถึงเกษตรกรแปรรูปสินค้า

ได้ประโยชน์อย่างไร

“ข้อดีของการรู้จักการแปรรูปคือ 1. หากตกอยู่ในสถานการณ์สินค้าล้นตลาด เราสามารถเอาตัวรอดได้จากการแปรรูป 2. ตกอยู่ในสภาวะที่ผลผลิตคุณภาพไม่สามารถส่งออกหรือขายได้ ก็ไม่ต้องทิ้งให้เปล่าประโยชน์ เราสามารถนำมาสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาลถ้าเราคิดเป็น และถ้าหากมาลองคิดดีๆ แล้ว มังคุดออกแค่เพียงปีละครั้ง หลังจากนั้น ถ้าเรารู้จักวิธีการแปรรูปหรือการถนอมอาหารต่างๆ เราสามารถนำผลผลิตเหล่านี้ออกมาขายสร้างรายได้ตลอดทั้งปีเลยด้วยซ้ำ ขอแค่อย่าหมดกำลังใจและมีความมุ่งมั่นเพียงเท่านี้ก็ไม่มีอุปสรรคอะไรมาขวางได้” พี่อร กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจสั่งซื้อน้ำมังคุดจันทรส สามารถติดต่อ พี่อร ได้ที่เบอร์โทร. 087-833-1731 หรือติดต่อได้ที่เพจ : มังคุดจันทรส

เผยแพร่ในระบบอนไลน์ครั้งแรกวันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...