โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

MASTER - KLINIQ หุ้นค้ำมาร์จิ้นฟาด! ราคาดิ่งหนักเป็นประวัติการณ์

Share2Trade

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 03.51 น. • Share2Trade

2 หุ้นดำเนินธุรกิจศัลยกรรมความงามครบวงจร บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ (MASTER) และ บมจ.เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม (KLINIQ) หลังเปิดศักราชใหม่ปี 2568 เพียงไม่กี่สัปดาห์ ราคาหุ้น MASTER ราคาย้อนหลัง 1 เดือนปรับตัวลดลงกว่า 27.47% จากระดับสูงสุดที่ 48.50 บาท/หุ้น ลงมาที่ 24.80 บาท ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

MASTER - KLINIQ_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

MASTER เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 25 ม.ค.2566 ราคาเปิดอยู่ที่ 62.25 บาท เพิ่มขึ้น 35.33% จาก IPO หุ้นละ 46.00 บาท

โดย MASTER ดำเนินธุรกิจสถานพยาบาลด้านศัลยกรรมความงามครบวงจรภายใต้ชื่อ "โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช" ให้บริการศัลยกรรมได้หลากหลาย อาทิศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมยกคิ้วและกรอบหน้า ศัลยกรรมหน้าอก ศัลยกรรมดูดไขมันปรับรูปร่าง ศัลยกรรมตา ศัลยกรรมปรับโครงสร้างรูปหน้า เป็นต้น รวมถึงการปลูกผม ดูแลเส้นผม และให้บริการดูแลผิวพรรณและเลเซอร์ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้รับมาตรฐานระดับสากล

ส่วน บมจ.เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม (KLINIQ) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 7 พ.ย.2565 ราคาเปิดอยู่ที่ 36.00 บาท เพิ่มขึ้น 46.94% จาก IPO ที่หุ้นละ 24.50 บาท เข้าเทรด 7 พ.ย.2565 ขณะที่ราคาย้อนหลัง 1 เดือน 8.33% จากราคาสูงสุดที่ 32.50 บาท ลงมาทดสอบ 26.00 บาท/หุ้น ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

KLINIQ ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านผิวหนังความงาม ศัลยกรรมตกแต่งและการดูแลป้องกันฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมที่ทันสมัยตามหลักการแพทย์ ได้แก่การให้บริการด้านการรักษาโรคผิวหนัง ผิวพรรณความงาม ลดน้ำหนัก ดูแลรูปร่าง ศัลยกรรม Wellness และฟื้นฟูสุขภาพ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสาขาอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำรวม 39สาขา ครอบคลุม 15 จังหวัด ทั่ว 5 ภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่ คลินิกเวชกรรม 35 สาขา ศูนย์ศัลยกรรม 1 สาขาที่สยามสแควร์ และร้านทำเล็บ 3 สาขา

ราคาหุ้น MASTER และ KLINIQ ที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากความกังวลปัญหาหุ้นค้ำมาร์จิ้น ซึ่งถือเป็นตัวแปรกดดันบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทย ยิ่งตัวไหนมีรายงานผู้บริหารขายหุ้นบิ๊กล็อต ในช่วงที่ราคาปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง

…ยิ่งทำให้นักลงทุนที่ไม่รู้ แอบตั้งข้อสงสัย ผู้บริหารถูกฟอร์ซเซลออกมาหรือไม่

โดยเฉพาะ MASTER ที่มีการขายหุ้นบิ๊กล็อต 11.37 ล้านหุ้น ราคาขาย 37 บาท/หุ้น ต่ำกว่าราคาในกระดาน แม้จะมีการยืนยันจากผู้บริหารว่า ไม่ได้เกิดจากแรงฟอร์ซเซล และผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ไม่ได้การนำหุ้นไปค้ำมาร์จิ้นแต่อย่างใด

การขายหุ้น 3.78% ทำโดยผู้ถือหุ้นใหญ่ (นพ.ระวีวัฒน์) โดยขายให้กับกองทุนต่างประเทศ 4 แห่ง และจะมี Lock-up period (ห้ามขายหุ้น) 6-12 เดือน โดยมีวัตถุประสงค์เพิ่ม Free Float (ณ 20 มี.ค.67 มี 31.9%) ยืนยันจะขายไม่เกิน 5% หลังการขาย กลุ่ม นพ.ระวีวัฒน์ ยังคงถือหุ้น 55.59% โครงสร้างการบริหารจึงไม่เปลี่ยน

ผู้บริหารยืนยันว่าไม่ได้มีการนำหุ้นไปจำนำ หรือ ขอวงเงิน Margin แล้วถูกบังคับขาย Forced sell แต่อย่างใด ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/67 ยังคงเติบโตได้ดีเป็นไปตามแผนทั้งในส่วนของ MASTER และ บริษัทร่วมต่างๆ เราคาดกำไรสุทธิ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.1% จากไตรมาสก่อน และ เพิ่มขึ้น 22.5% จากปีก่อนเป็นสถิติใหม่

บล.ลิเบอเรเตอร์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า MASTER จัดประชุมทางไกล หลังราคาหุ้นปรับตัวลง 14.4% ใน 3 วัน จากนั้น จึงมีข่าวการทำ Big Lot 11.36 ล้านหุ้น มูลค่า 420 ล้านบาท ที่ราคา 37.00 บาท ซึ่งต่ำกว่ากระดาน 8.0% และคิดเป็น 3.78% ของหุ้นทั้งหมด ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงต่อไปที่ Floor 28.25 บาท จึงเป็นภาพหุ้นลงลึก 39.8% ใน 4 วันทำการ

แม้แนวโน้มธุรกิจยังเป็นไปตามกรอบประมาณการของเรา และอยู่ในเมกะเทรนด์ แต่พฤติกรรมราคาหุ้นที่ไม่เป็นธรรมชาติในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา และราคาขายที่ 37.00 บาท สะท้อนเป็น P/E ปี 68 เพียง 16.1 เท่า ซึ่งสะท้อนการต่อรอง และมุมมองของ ผู้ซื้อ-ผู้ขาย(ผู้บริหาร) ว่าอุตสาหกรรมนี้ ไม่ง่ายเหมือนก่อน สอดคล้องกับการ derate ของกลุ่มโรงพยาบาลก่อนหน้า ขณะที่ประเด็น Free Float เรามองว่าปัจจุบันมีมากอยู่แล้ว

Big Lot มักได้ส่วนลด 5-10% จากราคาเสนอขาย ดังนั้น P/E เป้าหมายบนสถานการณ์ที่บริษัทกระทำ จึงเสมือนที่ 16.9 เท่า ราคาเหมาะสมใหม่จึงเป็น 38.75 บาท/ หุ้น

ขณะที่ความเสี่ยงของราคาหุ้นที่ไม่เป็นธรรมชาติ, ความคลาดเคลื่อน EPS ปีนี้ และ Overhang ของหุ้น 11.36 ล้านหุ้น เมื่อหมด Lock-up period ก็ยังคงปกคลุม แม้เราจะคงประมาณการ แต่เราลดคำแนะนำเป็น "ถือ"

จากการตรวจสอบข้อมูลหลักทรัพย์ค้ำประกันมาร์จิ้นเดือนพฤศจิกายน 2567 MASTER หลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันในบัญชีมาร์จิ้นอยู่ที่ 27.14 ล้านหุ้น คิดเป็น 9% ที่วางประกันต่อจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้ว

ส่วน KLINIQ หลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันในบัญชีมาร์จิ้นอยู่ที่ 11.85 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.39% ที่วางประกันต่อจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...